
ครม.ไฟเขียวยุบ 2 กระทรวง ผุด “วัฒนธรรมฯ-กีฬา” ดันซอฟต์พาวเวอร์
ครม.เห็นชอบหลักการร่างกฎหมายปรับโครงสร้าง ยุบ 2 กระทรวงเดิม ตั้งกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวกับกระทรวงกีฬา ย้ำไม่เพิ่มคนและงบ
KEY
POINTS
- คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ยุบกระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
- จัดตั้งกระทรวงใหม่ 2 แห่ง คือ "กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว" และ "กระทรวงกีฬา"
- มีเป้าหมายเพื่อรวมภารกิจด้านวัฒนธรรมกับการท่องเที่ยวสำหรับผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ และแยกงานด้านกีฬาออกมาเพื่อพัฒนาอย่างเป็นระบบ
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบหลักการร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เสนอ เพื่อปรับโครงสร้างส่วนราชการให้มีความคล่องตัว ลดภารกิจซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงาน
ร่างกฎหมายดังกล่าวกำหนดให้ปรับโครงสร้างกระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยจัดตั้งเป็น “กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว” และ “กระทรวงกีฬา” แทน พร้อมยืนยันว่าจะไม่เพิ่มจำนวนตำแหน่ง อัตรากำลัง และงบประมาณในภาพรวม
รวมวัฒนธรรมกับท่องเที่ยว ดันซอฟต์พาวเวอร์
กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวจะรวมภารกิจด้านวัฒนธรรมเข้ากับการท่องเที่ยว เพื่อให้การกำหนดนโยบายเป็นเอกภาพ และนำซอฟต์พาวเวอร์จากวัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้ชุมชนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
หน่วยงานในสังกัดประกอบด้วย สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมการท่องเที่ยว กรมการศาสนา กรมศิลปากร กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย
แยกกระทรวงกีฬา ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกีฬา
ส่วนกระทรวงกีฬาจะรับผิดชอบภารกิจด้านกีฬาโดยเฉพาะ เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ส่งเสริมสุขภาพ และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกีฬาของประเทศอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมกีฬาขั้นพื้นฐาน กีฬามวลชน กีฬาเป็นเลิศ และกีฬาอาชีพ
หน่วยงานในสังกัดประกอบด้วย สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง และกรมพลศึกษา
น.ส.รัชดา กล่าวว่า การปรับโครงสร้างครั้งนี้เป็นการจัดสรรบุคลากรและทรัพยากรที่มีอยู่เดิมให้เกิดความคุ้มค่า โดยไม่มีการเพิ่มอัตรากำลังหรืองบประมาณ และมุ่งลดความซ้ำซ้อนในการดำเนินงานของส่วนราชการ
สำหรับขั้นตอนต่อไป ครม.ได้ส่งร่างกฎหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาเป็นการด่วน ก่อนเสนอคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือวิปรัฐบาล พิจารณาและส่งเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรตามขั้นตอน







