
ถอดสูตรบำนาญประกันสังคมล่าสุด “CARE” หลังครม.เห็นชอบ! มีอะไรเปลี่ยนบ้าง?
หลังครม.เห็นชอบวันนี้! โพสต์ทูเดย์ ถอดสูตรบำนาญประกันสังคมใหม่ล่าสุด! “สูตรCARE” มีอะไรเปลี่ยน-เพิ่มใหม่บ้าง?
ล่าสุด! คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์การคำนวณเงินบำนาญชราภาพรูปแบบใหม่ ภายใต้ชื่อ “สูตร CARE” (Career Average Revalued Earnings) ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ วันนี้ (14 กรกฎาคม 2569) เพื่อยกระดับระบบบำนาญให้สะท้อนรายได้ตลอดชีวิตการทำงานอย่างแท้จริง เป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความยั่งยืนให้กองทุนประกันสังคมระยะยาว
“การปรับปรุงหลักเกณฑ์ครั้งนี้ จะทำให้ผู้ประกันตนทั้งมาตรา 33 และมาตรา 39 ได้รับการคำนวณเงินบำนาญที่สะท้อนการนำส่งเงินสมทบตลอดช่วงชีวิตการทำงานมากยิ่งขึ้น มีความเป็นธรรม สมดุล และสอดคล้องกับมาตรฐานสากลของหลายประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ OECD ควบคู่กับการสร้างความยั่งยืนให้แก่กองทุนประกันสังคมในระยะยาว” นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าว
โดยขั้นตอนต่อไปเตรียมส่งร่างกฎกระทรวงให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา ก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งจะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 180 วันนับแต่วันประกาศ
สำหรับรายละเอียดความเปลี่ยนแปลงสำคัญและสิทธิประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นภายใต้หลักเกณฑ์ใหม่ มีดังนี้
1. เปลี่ยนฐานคิดเป็นเฉลี่ยตลอดชีพ และ ปรับมูลค่าเงินเฟ้อสู้ค่าครองชีพ
แบบเดิม
ใช้ฐานค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายก่อนเกษียณ
แบบใหม่ (สูตร CARE)
เปลี่ยนมาใช้ค่าจ้างเฉลี่ยตลอดระยะเวลาที่ส่งเงินสมทบ โดยมีความพิเศษคือจะนำค่าจ้างในอดีตมาปรับมูลค่าให้สอดคล้องกับค่าเงินและอัตราเงินเฟ้อในปัจจุบันก่อนนำมาคำนวณ
ตัวอย่างผลประโยชน์กลุ่ม มาตรา 33 ตลอดชีพ ได้แก่
- จะได้เงินเพิ่มจากเงินเฟ้อ หากระบบปรับมูลค่าเงินตามอัตราเงินเฟ้อที่ 5% แม้ในอดีตผู้ประกันตนจะส่งเงินสมทบที่ฐานเพดานเดิม 15,000 บาท แต่เมื่อนำมาคำนวณบำนาญในปัจจุบัน ระบบจะปรับฐานเงินงวดนั้นเพิ่มขึ้นเป็น 15,750 บาท ทันที ทำให้ยอดบำนาญเฉลี่ยสูงขึ้น
- นอกจากนี้ ยังมีการปรับเพดานค่าจ้างใหม่ ในปี 2569 นี้ จะมีการปรับเพดานค่าจ้างสูงสุดจาก 15,000 บาท เพิ่มเป็น 17,500 บาท ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้ยอดเงินบำนาญชราภาพของกลุ่ม ม.33 ขยับเพิ่มขึ้นประมาณ 6% ในวัยชรา
2. คืนความธรรมให้คน "มาตรา 39" และอุดช่องโหว่ของระบบ
แบบเดิม
แก้ปม ม.39 บำนาญลด จากเดิมที่ผู้ประกันตนลาออกจากงานประจำ (ม.33) แล้วมาส่งประกันสังคมต่อเองในมาตรา 39 จะถูกบังคับคิดฐานเงินเดือนที่ 4,800 บาท ส่งผลให้บำนาญฉุดดิ่งลงทันทีเพราะคิดจาก 60 เดือนสุดท้าย
แบบใหม่
สูตรใหม่จะเกลี่ยคิดจากทุกเดือนที่ส่งสมทบมา ทำให้คนที่ส่ง ม.39 หลังออกจากงานประจำได้รับความคุ้มครองที่เป็นธรรม ไม่ถูกล้างจากฐานเงินเดือนสูงในอดีต
นอกจากนี้ ยังอุดช่องโหว่กลุ่มอัพเงินเดือน ช่วยลดความเหลื่อมล้ำและป้องกันการเอาเปรียบระบบ จากกรณีกลุ่มผู้ประกันตนที่มีรายได้หรือปรับฐานเงินเดือนสูงเฉพาะในช่วง 5 ปีสุดท้ายก่อนเกษียณเพื่อหวังยอดบำนาญสูง เนื่องจากระบบใหม่จะคำนวณเฉลี่ยทั้งระบบอย่างเท่าเทียม
3. คิดสิทธิประโยชน์เพิ่มแบบรายเดือน "ไม่ปัดเศษทิ้ง"
แบบเดิม
ผู้ส่งเงินสมทบเกิน 180 เดือน จะคิดอัตราเพิ่มให้ร้อยละ 1.5 ต่อการส่งเงินสมทบครบทุก 12 เดือน (หากส่งไม่ครบปีจะปัดเศษเดือนทิ้ง)
แบบใหม่
เปลี่ยนมาคิดเพิ่มตามจำนวนเดือนที่ส่งเงินจริงในอัตรา ร้อยละ 0.125 ต่อเดือน ทำให้ไม่มีการตัดเศษเดือน ได้รับเงินสอดคล้องกับระยะเวลาที่จ่ายเงินสมทบจริงมากที่สุด
4. เพิ่มบำเหน็จให้กลุ่มส่งสั้น (ต่ำกว่า 12 เดือน)
แบบเดิม
ส่งเงินไม่ถึงปี ได้คืนเฉพาะเงินสมทบในส่วนของผู้ประกันตนเท่านั้น
แบบใหม่
จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพครบทั้ง 3 ส่วน คือ ส่วนของผู้ประกันตน + ส่วนของนายจ้าง + ผลประโยชน์ตอบแทน ภายใต้หลักเกณฑ์เดียวกับผู้ที่ส่งเงินสมทบตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป
5. มาตรการเยียวยารองรับช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี
ผู้ที่กำลังจะรับบำนาญใหม่ หากคำนวณด้วยสูตรใหม่แล้วได้เงินต่ำกว่าสูตรเดิม จะใช้ "รูปแบบคำนวณแบบผสม"โดยมีเงินชดเชยรองรับลดหลั่นกันไป เริ่มจาก 100% ในปีแรก, 80% ในปีที่สอง, 60% ในปีที่สาม, 40% ในปีที่สี่ และ 20% ในปีที่ห้า
สำหรับ ผู้ที่รับบำนาญอยู่แล้วในปัจจุบัน หากคำนวณด้วยสูตรใหม่แล้ว ได้สิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น สำนักงานประกันสังคมจะปรับเพิ่มเงินบำนาญให้ในงวดถัดไปทันที แต่ไม่มีการจ่ายย้อนหลัง
หากคำนวณแล้ว ได้สิทธิประโยชน์ลดลง จะยังคงจ่ายเงินบำนาญตามอัตราเดิมไปตลอดชีพเพื่อไม่ให้ผู้ประกันตนเสียประโยชน์







