posttoday
ประธาน Fed ย้ำรักษาอิสระธนาคารกลาง พร้อมทำหน้าที่แม้ถูกทรัมป์กดดัน

ประธาน Fed ย้ำรักษาอิสระธนาคารกลาง พร้อมทำหน้าที่แม้ถูกทรัมป์กดดัน

15 กรกฎาคม 2569

เควิน วอร์ช ยืนยัน Fed จะกำหนดนโยบายบนข้อมูลเศรษฐกิจ ไม่ใช่แรงกดดันทางการเมือง พร้อมเดินหน้าคุมเงินเฟ้อแม้ทรัมป์ต้องการลดดอกเบี้ย

เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve: Fed) ให้คำมั่นว่าจะปฏิบัติหน้าที่โดยยึดหลักความเป็นอิสระของธนาคารกลาง หากเผชิญแรงกดดันจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) นับเป็นการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนที่สุดนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง

 

ระหว่างการให้ปากคำต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงิน สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ วอร์ชถูกถามถึงแนวทางรับมือ หากทรัมป์ยังคงกดดัน Fed ต่อไป หลังรัฐบาลเคยพยายามปลด ลิซา คุก (Lisa Cook) หนึ่งในผู้ว่าการธนาคารกลาง

 

วอร์ชตอบว่า ศาลสูงสหรัฐฯ ได้ยืนยันหลักการสำคัญเกี่ยวกับ ความเป็นอิสระของ Fed ในการกำหนดนโยบายการเงิน และหากตนตกเป็นเป้าหมายโดยตรง ก็จะ "ทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป"

 

"ภายนอกธนาคารกลางอาจเต็มไปด้วยการเมือง แต่ภายใน Fed ไม่ควรมีการเมือง หากมี เราจะขจัดมันออกไป"

 

ย้ำความน่าเชื่อถือของ Fed ต้องอยู่บนความเป็นอิสระ

 

วอร์ชกล่าวว่า ความเป็นอิสระของธนาคารกลางถือเป็นหลักการที่ไม่อาจละเมิดได้ เพราะความน่าเชื่อถือของ Fed จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อประชาชนเชื่อมั่นว่าการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินตั้งอยู่บนข้อมูลเศรษฐกิจ ไม่ใช่แรงกดดันจากฝ่ายการเมือง

 

คำแถลงดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ถูกจับตาระหว่างวอร์ชกับทรัมป์ ซึ่งเป็นผู้เสนอชื่อเขาเข้าดำรงตำแหน่งประธาน Fed โดยก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยระบุว่าจะเสนอชื่อเฉพาะบุคคลที่สนับสนุนการลดอัตราดอกเบี้ย

 

สมาชิกพรรคเดโมแครตในสภาคองเกรสจึงเรียกร้องให้วอร์ชพิสูจน์ความเป็นอิสระในการดำเนินนโยบาย มากกว่าการอาศัยเพียงคำวินิจฉัยของศาลสูงสหรัฐฯ

ประธาน Fed ย้ำรักษาอิสระธนาคารกลาง พร้อมทำหน้าที่แม้ถูกทรัมป์กดดัน

 

เงินเฟ้อชะลอ แต่ยังเร็วเกินสรุปว่าภารกิจสำเร็จ

 

ในวันเดียวกัน กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้น 3.5% เมื่อเทียบรายปีต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากราคาพลังงานที่ปรับลดลง

 

อย่างไรก็ตาม วอร์ชเตือนว่า ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า Fed ประสบความสำเร็จในการควบคุมเงินเฟ้อ

 

"บางคนอาจมองว่าตัวเลขวันนี้หมายถึงภารกิจสำเร็จแล้ว แต่ผมไม่เห็นเช่นนั้น"

 

เขาย้ำว่า เป้าหมายสำคัญที่สุดในเวลานี้คือการดึงเงินเฟ้อกลับสู่กรอบเป้าหมาย 2% อย่างยั่งยืน แม้อาจต้องดำเนินนโยบายที่ขัดกับความต้องการของทรัมป์ซึ่งเรียกร้องให้ลดอัตราดอกเบี้ยมาโดยตลอด

 

วอร์ชกล่าวว่า หาก Fed ดำเนินนโยบายได้อย่างถูกต้อง คลื่นเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จะกลายเป็นเพียงอดีต

 

ตลาดลดคาดการณ์ขึ้นดอกเบี้ย หลังเงินเฟ้ออ่อนตัว

 

ภายหลังการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ นักลงทุนปรับลดการคาดการณ์ว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 28-29 กรกฎาคม เหลือเพียงประมาณ 12% จากราว 42% ในวันก่อนหน้า

 

ขณะที่โอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนลดลงเหลือประมาณ 53% จากเดิมราว 75%สะท้อนมุมมองว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อเริ่มผ่อนคลายลง แม้ Fed จะยังไม่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยในระยะใกล้

 

นักวิเคราะห์ชี้วอร์ชเริ่มรักษาระยะห่างจากทรัมป์

 

นักเศรษฐศาสตร์หลายฝ่ายมองว่า ท่าทีของวอร์ชหลังเข้ารับตำแหน่งสะท้อนความพยายามรักษาความเป็นอิสระจากฝ่ายการเมือง

 

จอน เฟาสต์ (Jon Faust) อดีตที่ปรึกษาอาวุโสของอดีตประธาน Fed เจอโรม พาวเวลล์ ระบุว่า หากใครกังวลว่าวอร์ชจะเป็นเพียง "หุ่นเชิด" ของรัฐบาล ความกังวลดังกล่าวควรลดลงหลังการแถลงข่าวครั้งแรกของเขา ซึ่งแสดงจุดยืนสนับสนุนการคงอัตราดอกเบี้ยอย่างชัดเจน

 

นอกจากนี้ การแต่งตั้งคณะทำงานด้านนโยบายชุดใหม่ของ Fed ยังประกอบด้วยนักเศรษฐศาสตร์ นักวิชาการ ผู้บริหารภาคธุรกิจ และอดีตผู้กำหนดนโยบายการเงินที่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง มากกว่าบุคคลที่มีจุดยืนทางการเมือง

 

AI ยังไม่ใช่เหตุผลลดดอกเบี้ย

 

อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจคือมุมมองของวอร์ชต่อ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งก่อนเข้ารับตำแหน่งเขาเคยระบุว่า AI อาจช่วยเพิ่มผลิตภาพและลดแรงกดดันเงินเฟ้อในระยะยาว

 

อย่างไรก็ตาม รายงานนโยบายการเงินล่าสุดของ Fed ระบุว่า การลงทุนด้าน AI ในระยะสั้นกลับผลักดันต้นทุนหลายด้าน ทั้งซอฟต์แวร์ โครงสร้างพื้นฐาน การก่อสร้าง และแรงงานทักษะสูง ส่งผลให้เกิดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น

 

วอร์ชยอมรับว่า แม้ AI จะช่วยเพิ่มผลิตภาพในอนาคต แต่ระยะเวลาที่ผลประโยชน์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นยังมีความไม่แน่นอน ขณะที่ต้นทุนการลงทุนเกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน

 

บททดสอบสำคัญที่รออยู่

 

นักวิเคราะห์มองว่า ความสัมพันธ์ระหว่างวอร์ชกับทรัมป์อาจถูกทดสอบในช่วงหลายเดือนข้างหน้า หากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง และคณะกรรมการ Fed มีแนวโน้มสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ซึ่งอาจสวนทางกับความต้องการของทำเนียบขาว

 

อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้วอร์ชยังคงยึดมั่นในหลักการว่า Fed ต้องดำเนินนโยบายบนพื้นฐานของข้อมูลเศรษฐกิจ ความน่าเชื่อถือ และความเป็นอิสระของธนาคารกลาง มากกว่าการตอบสนองต่อแรงกดดันทางการเมือง ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจและตลาดการเงินสหรัฐฯ ในระยะยาว.

 

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์สั่งปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน ขู่ถล่มโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน

ทรัมป์สั่งปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน ขู่ถล่มโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน