posttoday
“พิพัฒน์” นั่งหัวโต๊ะ ครม.ถกเพิ่มโปร่งใสที่ราชพัสดุ เร่งเบิกจ่ายงบกระตุ้นเศรษฐกิจ

“พิพัฒน์” นั่งหัวโต๊ะ ครม.ถกเพิ่มโปร่งใสที่ราชพัสดุ เร่งเบิกจ่ายงบกระตุ้นเศรษฐกิจ

30 มิถุนายน 2569

ครม.นัดประชุมวันนี้ โดย "พิพัฒน์ รัชกิจประการ" ทำหน้าที่ประธานแทนนายกฯ พิจารณามาตรการเพิ่มความโปร่งใสการใช้ที่ราชพัสดุ พร้อมเร่งเบิกจ่ายงบปี 2569 ดันเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ และหารือประเด็นแรงงาน-สัญชาติบุคคล

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานการประชุมแทนนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจอย่างเป็นทางการ ณ สาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยมีวาระสำคัญด้านเศรษฐกิจ การคลัง และสังคมหลายประเด็นเข้าสู่การพิจารณาและรับทราบ

 

หนึ่งในวาระสำคัญ คือ ข้อเสนอของกระทรวงการคลังเกี่ยวกับมาตรการเพิ่มความโปร่งใสในการใช้ประโยชน์และการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพย์สินของรัฐ เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ และเสริมสร้างธรรมาภิบาลในการใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด

 

ด้านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ คณะกรรมการติดตามและเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐ จะรายงานผลการดำเนินงานเพื่อเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี 2569 ขณะที่สำนักงบประมาณจะสรุปผลการเบิกจ่ายและผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐ ณ สิ้นไตรมาสที่ 2 ของปีงบประมาณ 2569 เพื่อผลักดันให้ส่วนราชการเร่งนำงบประมาณเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจตามเป้าหมายของรัฐบาล

 

ที่ประชุมยังจะรับทราบรายงานสถานการณ์เศรษฐกิจอุตสาหกรรมจากกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งครอบคลุมผลการดำเนินงานตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 ถึงเดือนมีนาคม 2569 พร้อมการประเมินแนวโน้มภาคการผลิตในไตรมาสถัดไป เพื่อใช้ประกอบการกำหนดมาตรการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ

 

ในด้านสังคม สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะเสนอขอขยายระยะเวลาดำเนินการตามหลักเกณฑ์การเร่งรัดแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคลออกไปอีก 1 ปี หรือจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการสะสางคดีและคำร้องที่ยังค้างอยู่ได้อย่างต่อเนื่อง

 

ขณะที่กระทรวงแรงงานจะเสนอร่างปฏิญญาร่วมของการประชุมระดับรัฐมนตรี Abu Dhabi Dialogue ครั้งที่ 8 เพื่อขอความเห็นชอบจาก ครม. โดยมีเป้าหมายยกระดับความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างประเทศ การคุ้มครองแรงงานข้ามชาติ และการพัฒนาทักษะแรงงานให้สอดรับกับความต้องการของตลาดแรงงานในภูมิภาค

 

นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังจะรับทราบรายงานประจำปี 2567 ของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อประเมินฐานะทางการเงินและศักยภาพในการดูแลเสถียรภาพราคาพลังงานของประเทศ ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก

 

ด้านการคมนาคม กระทรวงคมนาคมจะรายงานผลการดำเนินการตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เกี่ยวกับมาตรการป้องกันการทุจริตในโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อยกระดับความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นต่อการดำเนินโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของประเทศ

 

อีกหนึ่งวาระสำคัญ คือ การเสนอแต่งตั้งประธานและกรรมการคณะกรรมการการท่าเรือแห่งประเทศไทย เพื่อเสริมประสิทธิภาพการบริหารองค์กรและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบขนส่งทางน้ำและโลจิสติกส์ของประเทศในระยะต่อไป

ข่าวล่าสุด

คลังชง ครม. ต่ออายุมาตรการลดค่าโอน-จดจำนองเหลือ 0.01% อีก 1 ปี

คลังชง ครม. ต่ออายุมาตรการลดค่าโอน-จดจำนองเหลือ 0.01% อีก 1 ปี