posttoday
พริษฐ์  จี้ กกต. ส่งคดีฮั้ว สว. ให้ศาลชี้ขาด เตือนระวังข้อหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่

พริษฐ์ จี้ กกต. ส่งคดีฮั้ว สว. ให้ศาลชี้ขาด เตือนระวังข้อหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่

14 มิถุนายน 2569

พริษฐ์ กาง 4 เหตุผล จี้ กกต. ส่งฟ้องคดีฮั้ว สว. 229 รายไปยังศาลชี้ขาด เตือนระวังข้อหาฟอกขาว-ละเว้นปฏิบัติหน้าที่

KEY

POINTS

  • พริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน เรียกร้องให้ กกต. ส่งสำนวนคดีทุจริตเลือกตั้ง สว. ที่มีผู้ถูกกล่าวหา 229 คน ให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาด เพื่อความโปร่งใสและหลีกเลี่ยงข้อครหา
  • เกิดความขัดแย้งในการพิจารณา โดยคณะกรรมการไต่สวนชุดแรก (ร่วมกับ DSI) เห็นควรส่งฟ้อง แต่คณะอนุกรรมการที่ กกต. ตั้งขึ้นใหม่กลับมีความเห็นให้ยกคำร้อง
  • พริษฐ์เตือนว่าหาก กกต. ไม่ส่งเรื่องให้ศาล อาจถูกตั้งข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากมีหลักฐานชัดเจนและ กกต. อาจมีผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะได้รับการรับรองจาก สว. ชุดปัจจุบัน

ที่อาคารอนาคตใหม่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) แถลงตั้งข้อสังเกตต่อการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการตรวจสอบคดีทุจริตและฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยระบุว่า ขณะนี้อำนาจการชี้ขาดว่าคดีจะไปถึงศาลหรือไม่ ตกอยู่ที่ กกต. ทั้ง 7 คน ว่า ก่อนหน้านี้มีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง กกต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าวมีมติเห็นว่า มีบุคคลที่มีมูลความผิดเรื่องการฮั้ว สว. อย่างน้อย 229 คน และเห็นควรให้ กกต. ดำเนินคดีฟ้องร้องต่อศาลตั้งแต่ช่วงกลางปี 2568 แต่ กกต. ทั้ง 7 คน กลับไม่ได้เห็นชอบตามนั้น และได้ตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 ขึ้นมาแทน ซึ่งคณะอนุฯ ชุดนี้กลับมีมติสวนทาง โดยเห็นว่าทั้ง 229 คนไม่มีความผิดและให้ยกคำร้อง

 

นายพริษฐ์ กล่าวว่า กกต. มีทางเลือกในการตัดสินใจ 3 แนวทาง คือ 1. เห็นชอบตามคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 (ส่งฟ้องทั้งหมด) 2. เห็นชอบตามคณะอนุฯ ชุดที่ 36 (ยกคำร้องทั้งหมด) หรือ 3. ส่งฟ้องเฉพาะบางคนและยกคำร้องบางคน ซึ่งแนวทางสุดท้ายอาจทำให้สังคมกังวลว่า เป็นความพยายามสลัดผู้กระทำผิดบางรายเพื่อปกป้องบุคคลสำคัญหรือไม่ โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปรวมทั้งหมดภายในเดือนกันยายนนี้ เนื่องจากระเบียบ กกต. กำหนดให้พิจารณาชี้ขาดไม่เกิน 90 วัน และนัดแรกจะเริ่มพิจารณาข้อกล่าวหาในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งพัวพันกับ สว. ปัจจุบัน 4 คน

 

พริษฐ์  จี้ กกต. ส่งคดีฮั้ว สว. ให้ศาลชี้ขาด เตือนระวังข้อหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่

 

นายพริษฐ์ กล่าวว่า ขอเสนอ 4 เหตุผลสำคัญที่ กกต. ควรส่งตัวผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คนไปยังศาล ประกอบด้วย เหตุผลที่ 1 หลักฐานในสำนวนแน่นหนาและชัดเจน จากข้อมูลที่รวบรวมได้ พบหลักฐานสถิติการลงคะแนนที่เป็นกลุ่มตัวเลขเดียวกันอย่างผิดธรรมชาติ สอดคล้องกับโพยตัวเลข การนัดหมายตามโรงแรม อุปกรณ์ที่แจก คลิปเสียง และที่สำคัญที่สุดคือ เส้นทางการเงิน ที่เชื่อมโยงกลุ่มบุคคลชัดเจน รวมถึงทีมงานของ สส. ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีด้วย ซึ่งหลักฐานเหล่านี้แน่นหนากว่าคดีก่อนๆ ที่ กกต. เคยส่งศาลอย่างมาก เหตุผลที่ 2 คณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ขาดความชอบธรรม

 

มีการตั้งคำถามว่า เหตุใดต้องตั้งคณะอนุฯ ชุดนี้ขึ้นมาเป็นการเฉพาะ ทั้งที่มีคณะอนุฯ เดิมอยู่แล้วถึง 35 คณะ อีกทั้งยังไม่เคยเรียกตัวแทนดีเอสไอหรือคณะไต่สวนชุดที่ 26 เข้าไปให้ข้อมูล นอกจากนี้ กรรมการบางคนในชุดที่ 36 ยังถูกสังคมตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใสและเป็นกลางทางการเมือง หาก กกต. ใช้มติของคณะอนุฯ ชุดนี้เป็นหลักในการยกคำร้อง จะต้องถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักแน่นอน

 

พริษฐ์  จี้ กกต. ส่งคดีฮั้ว สว. ให้ศาลชี้ขาด เตือนระวังข้อหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่

 

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า เหตุผลที่ 3: กกต. มีภาวะผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจาก กกต. 4 ใน 7 คน ได้รับการรับรองให้เข้าสู่ตำแหน่งโดย สว. ชุดปัจจุบันที่กำลังถูกตรวจสอบในสำนวนนี้ ดังนั้น วิธีการที่สง่างามและตรงไปตรงมาที่สุดเพื่อหลุดพ้นข้อครหา คือการส่งเรื่องทั้งหมดไปให้ศาลเป็นผู้พิจารณาชี้ขาด เหตุผลที่ 4 ข้อกังขาเรื่องการอนุญาตให้นำโพยเข้าสถานที่เลือกตั้ง ปรากฏคลิปวิดีโอหลักฐานช่วงการเลือก สว. รอบไขว้ ซึ่งมีหนึ่งใน กกต. ลงพื้นที่ตรวจ และพบเห็นพฤติกรรมที่ส่อไปในทางไม่สุจริตจนต้องมีการตักเตือนและเก็บโพยไป คำถามคือ กกต. ได้นำโพยเหล่านั้นมาตรวจสอบขยายผล เชื่อมโยงกับเส้นทางการเงิน หรือบรรจุลงในสำนวนคดีเพื่อส่งศาลหรือไม่

 

พริษฐ์  จี้ กกต. ส่งคดีฮั้ว สว. ให้ศาลชี้ขาด เตือนระวังข้อหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่

 

“หากคำถามเหล่านี้ กกต. ไม่สามารถชี้แจงให้ชัดเจนได้ และสุดท้ายเลือกที่จะไม่ส่งเรื่องไปที่ศาล กกต. ก็อาจถูกมองได้ว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ปิดตาข้างเดียวต่อกระบวนการโกง สว. หรือแม้กระทั่งรู้เห็นเป็นใจกับกระบวนการดังกล่าว” นายพริษฐ์ กล่าว

 

เมื่อถามถึงกรณีข้อโต้แย้งว่า ผู้สมัคร สว. ฝ่ายภาคประชาชนก็มีการจองโรงแรมก่อนวันเลือกในลักษณะเดียวกัน นายพริษฐ์ กล่าวย้ำว่า ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดก็ตาม ต้องดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาด้วยมาตรฐานเดียวกัน แต่สิ่งที่ทำให้สำนวนการฮั้ว สว. ของคณะไต่สวนชุดที่ 26 มีความแตกต่าง คือการมีหลักฐานหลายประเภทประกอบกัน ทั้งโพยตัวเลขชุดเดียวกัน หลักฐานการซื้อตั๋วเครื่องบินให้เดินทาง และเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างชัดเจน

 

พริษฐ์  จี้ กกต. ส่งคดีฮั้ว สว. ให้ศาลชี้ขาด เตือนระวังข้อหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่

ข่าวล่าสุด

รัฐบาลจับมือ 56 บริษัท สร้างงานปิดเทอม 1 หมื่นอัตรา คุมเข้มห้ามใช้แรงงานเด็ก

รัฐบาลจับมือ 56 บริษัท สร้างงานปิดเทอม 1 หมื่นอัตรา คุมเข้มห้ามใช้แรงงานเด็ก