
สปส.ตั้งทีมศึกษาเพิ่มสิทธิประโยชน์
รื้อระบบรักษาผู้ประกันตนไม่ต่ำกว่าบัตรทอง/แยกบัญชีโรคร้ายแรงจากค่าเหมาจ่ายรายหัว
รื้อระบบรักษาผู้ประกันตนไม่ต่ำกว่าบัตรทอง/แยกบัญชีโรคร้ายแรงจากค่าเหมาจ่ายรายหัว
สปส.ตั้งคณะทำงานเตรียมรื้อสิทธิรักษาพยาบาล
นพ.สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ประธานคณะกรรมการประกันสังคม (สปส.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการการแพทย์ของ สปส.มีมติตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษารายละเอียดสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาลแก่ผู้ประกันตนเพื่อดูว่ามีสิทธิด้านไหนที่จำเป็นต้องปรับปรุงเพิ่มบ้าง โดยมีกรอบระยะเวลาทำงานให้แล้วเสร็จใน 1 เดือน
ทั้งนี้ เนื่องจากสิทธิการรักษาพยาบาลมีรายละเอียดเป็นจำนวนมาก คณะทำงานชุดนี้จึงจะรีวิวภาพรวมการรักษาพยาบาลทั้งระบบ เมื่อได้ข้อสรุปว่าควรปรับปรุงเรื่องใดแล้วจะได้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในคราวเดียวกัน
นพ.สมเกียรติ กล่าวว่า การเตรียมปรับปรุงสิทธิประโยชน์รอบนี้ไม่ได้ต้องการแข่งขันกับบัตรทอง แต่พิจารณาว่าตามความจำเป็นและประโยชน์ของผู้ประกันตนเป็นหลัก โดยหลักการแล้วสิทธิการรักษาของผู้ประกันตนต้องเทียบเท่าหรือไม่ต่ำกว่าบัตรทอง อย่างไรก็ตาม สปส.ยินดีรับฟังทุกข้อเสนอแนะที่มีเข้ามาและยอมรับว่าบางเรื่องอาจไม่ดีที่สุดเพราะต้องพิจารณาปัจจัยอื่นๆ เช่น งบประมาณที่ได้จากเงินสมทบและบริบทแวดล้อมอื่นๆ
นอกจากนี้ สปส.กำลังเตรียมปรับระบบการจ่ายเงินให้โรงพยาบาลในสังกัดด้วยการแยกบัญชีโรคร้ายแรงออกจากเงินค่าเหมาจ่ายรายหัว โดยมอบให้คณะกรรมการการแพทย์ศึกษาแนวทางการปรับระบบการจ่ายเงินแล้ว เบื้องต้นจะจ่ายให้ผู้ป่วยนอกแบบเหมาจ่ายรายหัว ส่วนผู้ป่วยในอาจจะจ่ายตามกลุ่มโรคร่วม
ทั้งนี้ สาเหตุที่ต้องปรับแก้เนื่องจากวิธีเหมาจ่ายรายหัวได้สร้างปัญหาต่อการรักษาโรคราคาสูง และทำให้โรงพยาบาลหลีกเลี่ยงการส่งต่อ เชื่อว่าหากแก้ไขจะสามารถลดปัญหาที่เกิดขึ้นได้
“เรื่องการแยกค่าเหมาจ่ายก็เร่งคณะทำงานอยู่ แต่ไม่ได้กำหนดกรอบว่าจะต้องเสร็จภายในเมื่อไหร่ เพราะไม่อยากให้เกิดความกดดันกับคนทำงาน แต่กำชับแล้วว่าให้เร็วที่สุด” นพ.สมเกียรติ กล่าว
นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบ สำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวว่า คณะกรรมการประกันสังคมไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องสิทธิบางประการที่ยังมีข้อวิจารณ์ เช่น การรักษาในกรณีป่วยฉุกเฉินหรือการเข้าถึงยาราคาแพง และคาดว่าจะมีการปรับปรุงในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ในหลายเรื่องประกันสังคมอยู่ระหว่างการปรับปรุง ทั้งเรื่องทันตกรรมที่เพิ่งปรับเพิ่มจาก 500 บาท/ปี เป็น 600 บาท/ปี ส่วนกรณีป่วยฉุกเฉินได้ไม่เกิน 2 ครั้ง/ปี ขณะนี้ได้ทำข้อตกลงกับโรงพยาบาลในเครือกระทรวงสาธารณสุขแล้วว่า ให้ผู้ที่ลงทะเบียนกับโรงพยาบาลในสังกัดเป็นเครือข่ายเดียวกัน สามารถรักษากับโรงพยาบาลในเครือสาธารณสุขได้ทั้งหมด
“วิธีนี้เป็นการบริหารจัดการรูปแบบหนึ่ง เมื่อเป็นเครือข่ายเดียวกันต่อไปก็ไม่จำกัดแล้วว่าฉุกเฉินได้กี่หน” นพ.สุรเดช กล่าว
สำหรับเงินชดเชยกรณีผู้ประกันตนฆ่าตัวตายยอมรับว่าประกันสังคมไม่จ่ายเพราะกฎหมายเขียนไว้เช่นนั้น อย่างไรก็ตาม จะได้สิทธินี้ในอนาคตเพราะอยู่ระหว่างการแก้กฎหมาย ซึ่งขณะนี้อยู่ในการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรวาระ 2 แล้ว







