
ปลุกผีรัฐธรรมนูญปี2534พ่วงนิติสงครามดับฝันประชาธิปไตยประชาชน
ถอดรหัส ‘น้ำเงินพลัส’ ผ่านมุมมอง ‘ปริญญา เทวานฤมิตรกุล’ เมื่อกลไกสืบทอดอำนาจถูกอัปเกรดเพื่อแช่แข็งประเทศไทย
KEY
POINTS
- รัฐธรรมนูญปี 2560 ถูกวิเคราะห์ว่าเป็น "ฉบับปี 2534 Plus" ที่นำโครงสร้างเดิมมาปรับปรุงเพื่อปิดจุดอ่อนและสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร (คสช.) ได้อย่างแยบยลและยาวนานกว่าในอดีต
- มีการใช้ "นิติสงคราม" ผ่านกลไก สว. แต่งตั้ง 250 คน ซึ่งมีอำนาจเลือกองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้ระบบตรวจสอบขาดการยึดโยงกับประชาชนและกลายเป็นเครื่องมือของผู้มีอำนาจ
- อำนาจตุลาการถูกมองว่าอยู่เหนือฝ่ายบริหาร สามารถปลดนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งได้หลายคน แต่กลับไม่สามารถตรวจสอบผู้นำรัฐประหารได้ ซึ่งเป็นการทำลายหลักการประชาธิปไตย
ท่ามกลางกลิ่นอายประวัติศาสตร์พฤษภาสามห้าที่หมุนเวียนกลับมาบรรจบอีกครั้ง
วงล้อการเมืองไทยกำลังส่งเสียงครืดคราดคล้ายย่ำอยู่กับที่ทว่ากลับดิ่งลึกสู่ระบอบอำนาจนิยมที่แยบยลยิ่งกว่าเดิม
การก้าวข้ามผ่านกาลเวลามานานกว่าสามทศวรรษ ไม่ได้ช่วยให้โครงสร้างเชิงอำนาจของประเทศไทยหลุดพ้นจากหลุมพรางเดิม
ในทางกลับกัน รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 กำลังถูกท้าทายอย่างหนักจากสังคมว่าเป็นเพียง ‘ร่างทรง’ ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่ออำพรางการสืบทอดอำนาจอย่างเป็นระบบ
ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์จากการวางหมากเชิงกฎหมายที่ผ่านการถอดบทเรียนความผิดพลาดในอดีตมาอย่างหมดจด
รองศาสตราจารย์ ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อดีตเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ในช่วงเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 ได้สะท้อนภาพความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้
โดยชี้ให้เห็นว่าโครงสร้างอำนาจที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทิ้งไว้นั้น แท้จริงแล้วคือการนำพิมพ์เขียวของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) มาปรับปรุงและปิดจุดอ่อน
จนกลายเป็นอุปสรรคชิ้นโตที่สกัดกั้นการเติบโตของประชาธิปไตยไทยในปัจจุบัน
เมื่อพิจารณาในรายละเอียด อาจารย์ปริญญาได้จำกัดความรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันว่าเป็น “ฉบับปี 2534 Plus” ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบเชิงโครงสร้างระหว่างสองยุคสมัยอย่างเห็นได้ชัด
เปรียบเทียบกลไกสืบทอดอำนาจ: จาก รสช. สู่ คสช.
ถอดบทเรียนพิมพ์เขียวรัฐธรรมนูญในมุมมองของ อาจารย์ปริญญา เทวานฤมิตรกุล
ความแยบยลที่เพิ่มขึ้นในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน คือการหยิบยกเอาองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญที่เคยถูกสร้างขึ้นในรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนปี 2540 มาบิดเบือน “ที่มา” โดยในอดีตองค์กรเหล่านี้ยึดโยงกับประชาชนผ่านสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่มาจากการเลือกตั้ง
แต่กติกาปัจจุบันได้เปลี่ยนให้ คสช. เป็นผู้จิ้มเลือก สว. ชุด 250 คนเข้ามา จากนั้น สว. เหล่านี้ก็ทำหน้าที่เลือกบุคคลเข้าไปดำรงตำแหน่งในองค์กรตรวจสอบ ทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.), คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และศาลรัฐธรรมนูญ วงจรดังกล่าวส่งผลให้ระบบการตรวจสอบขาดความยึดโยงกับประชาชน แต่กลับไปสวามิภักดิ์ต่อผู้มีอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จ
หากมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ไม่อาจต้านทานกระแสธารของประชาชนได้นานเนื่องจากขาดกลไกกฎหมายที่ซับซ้อนคอยปกป้อง ทว่าผู้สืบทอดอำนาจยุคใหม่อย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับสามารถกรุยทางอยู่ยาวได้เกือบศตวรรษผ่านเครื่องมือที่เรียกว่า “นิติสงคราม” (Lawfare) ซึ่งถือเป็นวิวัฒนาการที่น่ากลัวกว่าการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์แบบเดิม
บทพิสูจน์ที่เด่นชัดคือ อำนาจล้นเกินของฝ่ายตุลาการที่สามารถสั่งปลดนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนไปแล้วถึง 5 คน ได้แก่:
- นายสมัคร สุนทรเวช
- นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์
- นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
- นายเศรษฐา ทวีสิน
- นางสาวแพทองธาร ชินวัตร
ในทางกลับกัน มีเพียง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เท่านั้นที่สามารถรอดพ้นจากกลไกทางกฎหมายเหล่านี้มาได้ในทุกข้อร้องเรียน สถานการณ์เช่นนี้สะท้อนให้เห็นว่า อำนาจตุลาการได้ขยับขึ้นมาอยู่เหนือฝ่ายบริหารอย่างเบ็ดเสร็จ จนทำให้หลักการคานอำนาจในระบอบประชาธิปไตยสั่นคลอนและขาดความเที่ยงธรรม
บทสรุปของการเมืองไทยในวันนี้จึงดูเหมือนการ “วนกลับมาที่เดิมแต่แย่กว่าเก่า” กติกาที่ถูกออกแบบมาอย่างแน่นหนาทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้เพียงเปลือกนอกอย่างระบบเลือกตั้ง แต่ไม่สามารถแตะต้องโครงสร้างเชิงอำนาจที่แท้จริงได้
แม้ว่าในวันนี้ประชาชนจะมีความตื่นตัวและรู้เท่าทันทางการเมืองสูงกว่าปี 2535 อย่างเทียบไม่ติด แต่ตราบใดที่โซ่ตรวนของรัฐธรรมนูญ 2560 และอาวุธนิติสงครามยังไม่ถูกปลดเปลื้อง
คำถามสำคัญที่สังคมไทยต้องขบคิดร่วมกันคือ เราจะปล่อยให้โครงสร้างอำนาจที่บิดเบี้ยวนี้แช่แข็งอนาคตของประเทศไปอีกนานเท่าใด หรือถึงเวลาแล้วที่ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันทลายกำแพงกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมเพื่อคืนอำนาจอธิปไตยที่แท้จริงให้กับประชาชน?
แหล่งที่มา : Nation Online
เรียบเรียง : อมรเดช ชูสุวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง







