
พรรคร่วมฝ่ายค้านสกัดกู้เงิน400,000 ล้าน ตั้งกมธ.วิสามัญสแกนความโปร่งใส
พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.ก. กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ชี้เศรษฐกิจไทยยังโต 1.5% ไม่เข้าข่ายวิกฤตเร่งด่วน เตรียมตั้ง กมธ. ตรวจสอบงบค้างท่อ
KEY
POINTS
- พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยชี้ว่าเศรษฐกิจยังไม่ถึงขั้นวิกฤต
- เตรียมยื่นญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ให้มีความโปร่งใสและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน
- ตั้งข้อสังเกตว่าการกู้เงินอาจเป็นการแก้ปัญหาโครงสร้างที่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนผูกขาด และหลีกเลี่ยงกระบวนการตรวจสอบงบประมาณตามปกติ
ปมร้อน พ.ร.ก. กู้เงิน 400,000 ล้าน สู่ศาลรัฐธรรมนูญ
สถานการณ์ทางการเมืองและการคลังถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจวงเงิน 400,000 ล้านบาท ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยมุ่งประเด็นหลักไปที่สถานะเศรษฐกิจในปัจจุบันว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนตามเงื่อนไขทางกฎหมายจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงการหลีกเลี่ยงกระบวนการตรวจสอบงบประมาณปกติ
เปิดไทม์ไลน์กระบวนการตรวจสอบทางกฎหมาย
การเคลื่อนไหวเพื่อยับยั้งกฎหมายกู้เงินฉบับนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 ดังนี้
- 11 พฤษภาคม: ผู้นำฝ่ายค้านจากพรรคประชาชน ยื่นเรื่องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร
- 12 พฤษภาคม: ประธานสภาฯ ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญตามขั้นตอน
- 14 พฤษภาคม: ส่งผลให้ต้องระงับการอภิปรายในสภาไว้ก่อน เพื่อรอคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญ
อภิสิทธิ์เทียบสถิติยันเศรษฐกิจปัจจุบัน "ยังไม่วิกฤต"
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ให้ความเห็นโดยเปรียบเทียบวิกฤตในอดีตกับสถานการณ์ปัจจุบันเพื่อชี้ให้เห็นความแตกต่าง:
- บทเรียนอดีต: วิกฤตต้มยำกุ้ง (GDP ติดลบ 8 ไตรมาส หนี้เสีย 52%), วิกฤตปี 2552 (เศรษฐกิจหดตัว 7.1%), และวิกฤตโควิด-19 ที่กิจกรรมเศรษฐกิจหยุดชะงัก
- ข้อมูลปัจจุบัน: GDP ไทยยังเป็นบวกที่ 1.5% รวมถึงดัชนีการส่งออก รายรับจากการท่องเที่ยว การบริโภค และการผลิตอุตสาหกรรมล้วนมีสถานะเป็นบวก
- ข้อกังขา: งบ 200,000 ล้านบาทเพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงาน ควรแก้ที่โครงสร้างพื้นฐานมากกว่าการกู้เงินเร่งด่วน
แฉกำไรลาภลอยบริษัทใหญ่ท่ามกลางภาระประชาชน
ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตถึงความล้มเหลวในการบริหารต้นทุนพลังงาน โดยนายกรณ์ จาติกวณิช ยกกรณี "ไทยออยล์" ที่มีกำไรไตรมาส 1/2569 สูงถึง 19,000 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 4.5 เท่า สะท้อนว่ารัฐบาลอ้างเหตุผลเรื่องต้นทุนน้ำมันเพื่อกู้เงิน ทั้งที่ไม่ได้กำกับดูแลการกำหนดราคาอย่างจริงจัง จนเกิดความเหลื่อมล้ำทางโครงสร้าง
วิจารณ์การกู้เงินเพื่อ "อุดรูรั่ว" เอื้อทุนผูกขาด
พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ระบุว่าการกู้เงินครั้งนี้เป็นเพียงการอุดรูรั่วเชิงโครงสร้างที่เอื้อต่อกลุ่มทุนผูกขาด ขณะที่ประชาชนต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยทันทีที่เริ่มกู้ พร้อมแสดงความกังวลเรื่อง "งบค้างท่อ" เหมือนในอดีตที่พบว่ามีการใช้เงินจริงไม่ถึง 20% ของวงเงินกู้ทั้งหมด
ก้าวต่อไป: ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเกาะติดความโปร่งใส
นอกจากการพึ่งพาอำนาจศาล พรรคประชาชนเตรียมยื่นญัตติขอตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบการใช้เงินกู้ 400,000 ล้านบาท น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ โฆษกพรรคฯระบุว่า มีเป้าหมายเพื่อซักถามความชัดเจนและตรวจสอบทิศทางการใช้เงินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ท่ามกลางความท้าทายว่ารัฐบาลจะใช้เหตุผลการรอคำวินิจฉัยศาลเพื่อเลี่ยงการตรวจสอบในชั้นสภาหรือไม่







