โปรดเกล้าฯ ครม. อนุทิน 2 ดึงมือโปรคุมเศรษฐกิจความมั่นคง มีผล 30 มี.ค. 69
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ภายใต้การนำของนายอนุทิน โดยดึงผู้เชี่ยวชาญร่วมขับเคลื่อนประเทศมีผลตั้งแต่ 30 มี.ค. 69
31 มีนาคม 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรี โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดิน
ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เลือกสรรผู้ที่สมควรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เพื่อเข้ามาบริหารงานในกระทรวงต่าง ๆ โดยประกาศนี้มีผลบังคับใช้ย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม พุทธศักราช 2569 เป็นต้นไป ซึ่งมีนายอนุทิน เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ตัดสินใจควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยด้วยตนเอง เพื่อกำกับดูแลงานด้านความมั่นคงภายในและส่วนภูมิภาคอย่างใกล้ชิด ถือเป็นการจัดทัพบริหารที่เน้นความกระชับและรวมศูนย์อำนาจการบริหารงานในกระทรวงหลักไว้ที่ผู้นำรัฐบาลโดยตรง เพื่อขับเคลื่อนนโยบายต่าง ๆ ให้เป็นไปอย่างรวดเร็วตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้สำหรับการบริหารประเทศในช่วงเวลาต่อจากนี้ไป
ไฮไลท์สำคัญของ ครม. อนุทิน2คือการจัดทัพรองนายกรัฐมนตรี 7คน ที่ควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจหลักเพื่อขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุก โดยมีการดึงมืออาชีพและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้ามาดำรงตำแหน่งสำคัญ ประกอบด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ มือดีด้านเศรษฐกิจดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นักธุรกิจหญิงชื่อดังเข้าดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันและการค้าระหว่างประเทศ
นอกจากด้านการเงินและการพาณิชย์แล้ว ยังมีการแต่งตั้งรองนายกรัฐมนตรีในกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ได้แก่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ดูแลมิติระหว่างประเทศในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อวางรากฐานด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้กับประเทศไทย
สำหรับโครงสร้างรัฐมนตรีในกระทรวงอื่น ๆ มีการแบ่งงานด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างชัดเจน โดยนายไชยชนก ชิดชอบ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ คุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ นั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ซึ่งล้วนเป็นกระทรวงที่มีผลต่อค่าครองชีพและโครงสร้างพื้นฐานของประชาชนทั้งสิ้น โดยมุ่งหวังที่จะให้เกิดการบูรณาการการทำงานร่วมกับทีมเศรษฐกิจชุดใหม่เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ในฟากของความมั่นคงและกระทรวงด้านสังคม มีการแต่งตั้ง พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยและอธิปไตยของชาติ นายสุชาติ ชมกลิ่น ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และพลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อบังคับใช้กฎหมายและสร้างความเป็นธรรมในสังคม ซึ่งการแต่งตั้งโยกย้ายบุคลากรในครั้งนี้สะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างนักการเมืองและตัวแทนจากฝ่ายความมั่นคงเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของนายอนุทินอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งประเด็นที่ต้องจับตาคือการแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงานชาติ โดยเฉพาะราคาน้ำมัน จากสาถานการณ์ความไม่สงบในวันตะวันออกกลาง


