posttoday

MMM เปิดเกมใหญ่! ลุย "จั๊มพ์พลัส" ปั้นโมเดลสินเชื่ออสังหาฯ ตั้งเป้ากำไรโต 40%

31 มีนาคม 2569

จากนายหน้าอสังหาฯ สู่ผู้เล่นเกมสินเชื่อครบวงจร MMM กำลังเร่งเครื่องครั้งใหญ่ผ่าน "จั๊มพ์พลัส (JUMP+)" ด้วยเป้าหมายกำไรโตเฉลี่ย 40% ใน 3 ปี พร้อมปู Ecosystem "อสังหาฯ-สินเชื่อ" ที่อาจเปลี่ยนโฉมธุรกิจทั้งบริษัท

KEY

POINTS

  • จากนายหน้าอสังหาฯ สู่ผู้เล่นเกมสินเชื่อครบวงจร MMM กำลังเร่งเครื่องครั้งใหญ่ผ่าน "จั๊มพ์พลัส (JUMP+)"
  • ด้วยเป้าหมายกำไรโตเฉลี่ย 40% ใน 3 ปี
  • พร้อมปู Ecosystem "อสังหาฯ-สินเชื่อ" ที่อาจเปลี่ยนโฉมธุรกิจทั้งบริษัท

นางสาวณิชา โรจน์วัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MMM ตัวแทนการขายอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้การให้บริการที่ปรึกษาด้านการขายและการตลาดแก่ผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาฯ และซื้อขายอสังหาฯ แบบครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทยกระดับขีดความสามารถและสร้างการเติบโตแบบก้าวก้าวกระโดด (Growth)

ด้วยการเข้าร่วมโครงการ JUMP+ (โครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทจดทะเบียน) ซึ่งจัดตั้งโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นบริษัทจดทะเบียนคุณภาพที่มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ภายใต้หลักธรรมาภิบาล และพร้อมสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าให้แก่นักลงทุนในระยะยาว

การเข้าร่วมโครงการ JUMP+ ถือเป็นการแสดงเจตจำนงที่ชัดเจนของ MMM ในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยบริษัทวางยุทธศาสตร์ ชูโมเดล “Ecosystem อสังหาฯ-สินเชื่อ” สู่การเป็น Property Finance เพื่อมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ตลอดทั้งห่วงโซ่ธุรกิจ พร้อมวางรากฐานกำไรที่ยั่งยืน 

โดยมีเป้าหมายอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิเฉลี่ย (Net Profit Growth) ใน 3 ปีข้างหน้า (2569-2571) สูงถึงร้อยละ 40 พร้อมทั้งเร่งเพิ่มสัดส่วนรายได้ต่อเนื่อง (Recurring Income) ผ่านธุรกิจสินเชื่อ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ยืดหยุ่นและมั่นคงภายใต้ยุทธศาสตร์หลัก 3 มิติ

1.การขยายพอร์ตโครงการที่มีศักยภาพ : โดยคัดเลือกเฉพาะโครงการที่ตรงใจกลุ่ม Real Demand และกลุ่มนักลงทุน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการหมุนเวียนทรัพย์สินและลดความเสี่ยงจากทรัพย์ที่ขายยาก

ควบคู่ไปกับการเพิ่มสัดส่วนโครงการที่สร้างอัตรากำไรสูง (High-Margin Portfolio) และใช้กลยุทธ์การเจรจาต่อรอง (Negotiation Advantage) เพื่อสร้างความได้เปรียบในเชิงต้นทุนอย่าง มีนัยสำคัญ

2. การทรานส์ฟอร์มสู่การเป็นผู้ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร: โดยการต่อยอดความเชี่ยวชาญสู่ "ธุรกิจสินเชื่อที่มีหลักประกัน" เพื่อแก้ Pain Point ของลูกค้าที่เข้าถึงแหล่งเงินทุนจำกัด

โดยแบ่งเป็น 4 โปรดักส์ ได้แก่

  1. สินเชื่อเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์สำหรับผู้มีศักยภาพ
  2. สินเชื่อเพื่อผู้พัฒนาโครงการ (Project Financing)
  3. สินเชื่อโดยมีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกัน
  4. บริการนายหน้าประสานงานจัดหาคู่สัญญา ซึ่งกลยุทธ์นี้จะทำหน้าที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลักในการเร่งการโอนกรรมสิทธิ์และสร้างรายได้ดอกเบี้ยที่สม่ำเสมอในอัตราที่กฎหมายกำหนด

3. การเพิ่มขีดความสามารถด้านการขายและการตลาด: โดยการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายเชิงลึก (Data Analytics) เพื่อเข้าถึงลูกค้าที่มีศักยภาพได้ตรงจุด ช่วยเพิ่มอัตราการปิดการขาย (Conversion Rate) และเร่งการรับรู้รายได้ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

"การเข้าร่วมโครงการ JUMP+ จะเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับการดำเนินธุรกิจให้แข็งแกร่ง สามารถเติบโตและมีศักยภาพในการแข่งขัน ตามแผนกลยุทธ์ 3 ปี ควบคู่หลักธรรมาภิบาล (Governance) รวมถึงเดินหน้าแผน Climate Action ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกการการใช้เชื้อเพลิงและพลังงาน เพื่อมุ่งสู่องค์กรคาร์บอนต่ำที่เติบโตอย่างยั่งยืน"

ข่าวล่าสุด

240 ปี ทุ่งลาดหญ้า: พลังแห่งความกล้าหาญจากอดีต สู่พลังแห่งความสามัคคีสู้ทุกวิกฤต