
เวียดนามลุยแก้วิกฤต "ผู้ชายล้นประเทศ" ตั้งเป้าสมดุลประชากรใหม่ปี 2035
เวียดนามเตรียมผลักดันนโยบายแก้ปัญหาสัดส่วนทารกแรกเกิดเพศชายที่สูงกว่าเพศหญิง หวังคืนความสมดุลภายในปี 2035
เวียดนามเตรียมบังคับใช้นโยบายระดับชาติครั้งใหญ่ เพื่อแก้ปัญหาความไม่สมดุลของประชากรและวิกฤต "ผู้ชายล้นประเทศ" โดยกระทรวงสาธารณสุขเวียดนามตั้งเป้าฟื้นฟูสัดส่วนทารกแรกเกิดเพศชายและหญิงให้กลับคืนสู่ระดับมาตรฐานตามธรรมชาติที่ 106 ต่อ 100 คน ภายในปี 2035 เพื่อป้องกันปัญหาโครงสร้างประชากรศาสตร์และอาชญากรรมในอนาคต
แผนระยะยาว: ตั้งเป้าลดสัดส่วนทารกเพศชายภายใน 10 ปี
อ้างอิงจากร่างแผนงานของกระทรวงสาธารณสุขเวียดนาม ซึ่งเปิดรับฟังความคิดเห็นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (รายงานโดยสำนักข่าวรอยเตอร์) รัฐบาลเวียดนามได้กำหนดเป้าหมายการทำงานเป็นลำดับขั้นที่ชัดเจน ดังนี้
- ปี 2030: กดสัดส่วนทารกแรกเกิดเพศชายให้ต่ำกว่า 109 คน ต่อทารกเพศหญิง 100 คน
- ปี 2035: ปรับลดสู่ระดับสมดุลตามธรรมชาติ (ชาย 106 คน ต่อ หญิง 100 คน)
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศแถบเอเชียที่มีอัตราเด็กเกิดใหม่เอียงไปทางเพศชายสูงเป็นอันดับต้นๆ สถิติจากร่างแผนงานระบุว่า สัดส่วนดังกล่าวเคยพุ่งสูงสุดถึง 114.8 คน ต่อ 100 คน ในปี 2018 ก่อนจะเริ่มชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 110 คน ในปี 2025
เจาะ 3 สาเหตุหลัก ทำไมเวียดนามถึงมีปัญหา "ผู้ชายล้นประเทศ"
กระทรวงสาธารณสุขเวียดนามได้วิเคราะห์รากฐานของปรากฏการณ์นี้ ว่ามาจากปัจจัยทางสังคมและค่านิยมที่ฝังลึก ได้แก่
- ค่านิยมทายาทสืบสกุล: สังคมยังคงยึดติดและมีความต้องการลูกชายเพื่อสืบทอดสายเลือด
- ครอบครัวขนาดเล็กลง: บริบทสังคมยุคใหม่ที่คนมีลูกน้อยลง ทำให้พ่อแม่คาดหวังเรื่องเพศของบุตรมากขึ้น
- เทคโนโลยีทางการแพทย์: ความก้าวหน้าทำให้พ่อแม่เข้าถึงบริการตรวจดูเพศทารกในครรภ์และเลือกเพศได้ง่ายขึ้น
มาตรการเชิงรุก ล้างบางคลินิก-สื่อออนไลน์เลือกเพศทารก เพื่อแก้ปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรม รัฐบาลเวียดนามเตรียมนำมาตรการเชิงรุกมาบังคับใช้อย่างจริงจัง ประกอบด้วย
- บังคับใช้กฎหมายห้ามคัดเลือกเพศทารกในครรภ์อย่างเข้มงวด
- ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานพยาบาลและคลินิกอย่างรัดกุม
- เฝ้าระวังและกวาดล้างสื่อโฆษณาบริการเลือกเพศบุตรบนโลกออนไลน์
- จัดแคมเปญรณรงค์ระดับชาติ เพื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติเรื่องเพศบุตรของประชาชน
ร่างแผนงานฉบับนี้ได้ทิ้งท้ายด้วยข้อกังวลระดับชาติ โดยเตือนว่าหากภาวะผู้ชายล้นประเทศยังคงดำเนินต่อไปในระยะยาว จะสร้างแรงกระเพื่อมอย่างหนักต่อเสถียรภาพทางสังคม ซึ่งรวมถึง
- วิกฤตการหาคู่: ผู้ชายจะหาคู่แต่งงานได้ยากลำบากขึ้น
- ความเหลื่อมล้ำ: ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเพศจะทวีความรุนแรง
- อาชญากรรม: เพิ่มความเสี่ยงของปัญหาการใช้ความรุนแรงต่อสตรี
- การค้ามนุษย์: อาชญากรรมลักลอบค้ามนุษย์ในกลุ่มสตรีและเด็กผู้หญิงอาจพุ่งสูงขึ้น
ความท้าทายของเวียดนามในการแก้ปัญหาความไม่สมดุลของประชากร ไม่ใช่เพียงการบังคับใช้กฎหมาย แต่คือการเปลี่ยนผ่านค่านิยมดั้งเดิมให้สอดคล้องกับยุคสมัย
ซึ่งหากแผนงานปี 2035 ประสบความสำเร็จ เวียดนามจะสามารถรักษาเสถียรภาพทางโครงสร้างประชากรศาสตร์ไว้ได้อย่างยั่งยืน







