posttoday
ซาอุฯ เร่งเครื่อง NEOM Green Hydrogen จ่อผลิตไฮโดรเจนสีเขียวเชิงพาณิขย์ปี 2027

ซาอุฯ เร่งเครื่อง NEOM Green Hydrogen จ่อผลิตไฮโดรเจนสีเขียวเชิงพาณิขย์ปี 2027

17 สิงหาคม 2569

NEOM Green Hydrogen เดินหน้าสู่ Commissioning หลังโครงสร้างหลักเสร็จ เตรียมผลิตไฮโดรเจนสีเขียว 600 ตันต่อวัน และส่งออก Green Ammonia ปี 2027

KEY

POINTS

  • โครงการ NEOM Green Hydrogen ของซาอุดีอาระเบียได้เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการก่อสร้างและเริ่มกระบวนการทดสอบระบบ (Commissioning) โดยตั้งเป้าหมายที่จะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์และส่งออกผลิตภัณฑ์ชุดแรกได้ภายในปี 2027
  • โรงงานแห่งนี้จะใช้พลังงานหมุนเวียน (แสงอาทิตย์และลม) ขนาด 4 กิกะวัตต์ เพื่อผลิตไฮโดรเจนสีเขียวได้สูงสุด 600 ตันต่อวัน ซึ่งจะถูกนำไปสังเคราะห์เป็นแอมโมเนียสีเขียว 1.2 ล้านตันต่อปีเพื่อการส่งออกไปยังตลาดโลก
  • โครงการนี้มีความมั่นคงด้านการตลาดจากการมีสัญญารับซื้อผลผลิตแอมโมเนียสีเขียวทั้งหมดในระยะยาว 30 ปีกับบริษัท Air Products ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงและเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้โครงการสามารถเดินหน้าสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ได้สำเร็จ

ซาอุฯ เร่งเครื่อง NEOM Green Hydrogen เข้าสู่ช่วง Commissioning เตรียมผลิตไฮโดรเจนสีเขียวเชิงพาณิชย์ปี 2027

 

ซาอุดีอาระเบียกำลังขยับเข้าใกล้การเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญของตลาดพลังงานสะอาดโลก เมื่อโครงการ NEOM Green Hydrogen ในเขต Oxagon เดินทางมาถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ จากการก่อสร้างขนาดมหึมาสู่ขั้นตอนทดสอบและเตรียมเดินระบบจริง

 

โดยข้อมูลล่าสุดจาก NEOM Green Hydrogen Company ระบุว่า โครงการเข้าสู่ช่วง “Final Construction Completion” และเริ่มกระบวนการ Commissioning พร้อมการจ่ายพลังงานเข้าสู่ระบบแล้ว ขณะที่เป้าหมายการมีผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดยังอยู่ในปี 2027

 

โครงการนี้ถือเป็นหนึ่งในการเดิมพันครั้งใหญ่ของซาอุดีอาระเบียในการสร้างเศรษฐกิจยุคใหม่ภายใต้ Saudi Vision 2030 โดยมีเป้าหมายลดการพึ่งพารายได้จากน้ำมัน และเปลี่ยนทรัพยากรด้านพลังงานหมุนเวียนที่มีอยู่มากในประเทศให้กลายเป็นสินค้าพลังงานรูปแบบใหม่สำหรับตลาดโลก

 

ซาอุฯ เร่งเครื่อง NEOM Green Hydrogen จ่อผลิตไฮโดรเจนสีเขียวเชิงพาณิขย์ปี 2027

 

NEOM Green Hydrogen Company หรือ NGHC เป็นกิจการร่วมทุนในสัดส่วนเท่า ๆ กันระหว่าง NEOM, ACWA Power และ Air Products โครงการตั้งอยู่ที่ Oxagon ซึ่งเป็นเมืองอุตสาหกรรมภายในเขต NEOM ทางตะวันตกเฉียงเหนือของซาอุดีอาระเบีย

 

โดยไม่ได้เป็นเพียงโรงงานผลิตไฮโดรเจนแห่งหนึ่ง แต่ถูกออกแบบให้เป็นระบบพลังงานครบวงจร ตั้งแต่การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และลม การแยกน้ำด้วยไฟฟ้าเพื่อผลิตไฮโดรเจน การผลิตแอมโมเนีย ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานสำหรับส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ

 

หัวใจของโครงการคือการใช้พลังงานหมุนเวียนรวมประมาณ 4 กิกะวัตต์ จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม เพื่อป้อนให้กับระบบ Electrolyzer ขนาดมากกว่า 2 กิกะวัตต์

 

สำหรับแยกโมเลกุลน้ำออกเป็นไฮโดรเจนและออกซิเจนด้วยกระบวนการ Electrolysis โดยใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็นหลัก ทำให้ไฮโดรเจนที่ได้ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “Green Hydrogen”

 

เมื่อเดินเครื่องเต็มกำลัง โรงงานถูกออกแบบให้ผลิตไฮโดรเจนคาร์บอนต่ำได้สูงสุดประมาณ 600 ตันต่อวัน หรือราว 219,000 ตันต่อปี จากนั้นจะนำไฮโดรเจนไปสังเคราะห์เป็น Green Ammonia สูงสุด 1.2 ล้านตันต่อปี

 

ซึ่งมีความสำคัญต่อการค้าไฮโดรเจนระหว่างประเทศ เพราะแอมโมเนียสามารถขนส่งและจัดเก็บได้สะดวกกว่าไฮโดรเจนในรูปก๊าซโดยตรง

 

ซาอุฯ เร่งเครื่อง NEOM Green Hydrogen จ่อผลิตไฮโดรเจนสีเขียวเชิงพาณิขย์ปี 2027

 

นี่จึงเป็นเหตุผลที่โครงการไม่ได้วางตำแหน่งตัวเองเป็นเพียง “โรงงานผลิตไฮโดรเจน” แต่เป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำหรับสร้าง ห่วงโซ่อุปทานพลังงานสะอาดระหว่างประเทศ โดย Green Ammonia ที่ผลิตได้จะถูกส่งออกผ่านระบบท่าเรือของ Oxagon ไปยังตลาดโลก

 

ในด้านการลงทุน ตัวเลขของโครงการสะท้อนขนาดของการเดิมพันได้อย่างชัดเจน โดยมีมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 8.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และสามารถระดมเงินกู้แบบ Non-Recourse ได้ประมาณ 6.1 พันล้านดอลลาร์ จากธนาคารและสถาบันการเงินในประเทศและต่างประเทศรวม 23 แห่ง

 

โครงสร้างดังกล่าวหมายความว่า แหล่งชำระหนี้หลักจะผูกกับกระแสเงินสดและทรัพย์สินของโครงการ มากกว่าการนำงบดุลของผู้ถือหุ้นทั้งหมดมาเป็นหลักประกัน

 

อีกปัจจัยที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจด้านตลาดคือ โครงการมีสัญญารับซื้อ Green Ammonia ทั้งหมดแบบระยะยาวกับ Air Products เป็นเวลา 30 ปี ซึ่งทำให้โครงการมีโครงสร้างด้านรายได้รองรับตั้งแต่ช่วงพัฒนาโครงการ และแตกต่างจากโครงการไฮโดรเจนสีเขียวจำนวนมากทั่วโลกที่ยังต้องเผชิญกับคำถามสำคัญว่า “ผลิตแล้วจะขายให้ใคร”

 

แต่สิ่งที่น่าจับตามองที่สุดในปี 2569 คือ Commissioning เพราะนี่คือช่วงที่ระบบต่าง ๆ ซึ่งสร้างแยกกันต้องทำงานร่วมกันจริงในระดับอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ฟาร์มกังหันลม ระบบส่งไฟฟ้า ระบบกักเก็บและจัดการไฮโดรเจน Electrolyzer ระบบแยกไนโตรเจน ตลอดจนกระบวนการผลิตแอมโมเนีย

 

ข้อมูลจาก NGHC ระบุว่าโครงการเดินหน้าเข้าสู่ช่วง Final Construction Completion และเริ่ม Commissioning ด้วยการ Energisation แล้ว ขณะที่ข้อมูลจากผู้ผลิตระบบ Electrolyzer อย่าง thyssenkrupp nucera ระบุว่าการก่อสร้างโรงงานผลิตไฮโดรเจนมีความคืบหน้าประมาณ 90% และมีแผนเริ่ม Commissioning ของ Electrolyzer ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026

 

ซาอุฯ เร่งเครื่อง NEOM Green Hydrogen จ่อผลิตไฮโดรเจนสีเขียวเชิงพาณิขย์ปี 2027

ความสำเร็จของขั้นตอนนี้จึงมีความหมายมากกว่าการ “เปิดโรงงาน” เพราะโครงการ NEOM กำลังทดสอบความเป็นไปได้ของการนำพลังงานหมุนเวียนปริมาณมหาศาลมาผนวกกับการผลิตไฮโดรเจนแบบต่อเนื่องในระดับ Gigawatt โดยต้องบริหารความผันผวนของพลังงานแสงอาทิตย์และลมให้สามารถจ่ายพลังงานเข้าสู่กระบวนการผลิตได้อย่างมีเสถียรภาพ

 

เมื่อมองย้อนกลับไป โครงการได้แสดงความคืบหน้ามาอย่างต่อเนื่อง โดย NGHC รายงานว่า ณ ช่วงต้นปี 2025 การก่อสร้างทั้งโรงงานไฮโดรเจน ฟาร์มกังหันลม โซลาร์ฟาร์ม และระบบสายส่งมีความคืบหน้ารวมประมาณ 80% และในปี 2026 โครงการขยับขึ้นมาแตะระดับประมาณ 90% ก่อนเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการก่อสร้างและ Commissioning

 

เป้าหมายที่กำลังมาถึงจึงไม่ใช่เพียงการผลิตไฮโดรเจน แต่คือการพิสูจน์ว่า Green Hydrogen สามารถขยายสเกลจากโครงการทดลองไปสู่โรงงานเชิงพาณิชย์ขนาดยักษ์ได้จริงหรือไม่

 

หากทำได้ตามแผน โรงงาน NEOM จะสามารถผลิตไฮโดรเจนสีเขียวได้สูงสุด 600 ตันต่อวัน และเปลี่ยนไฮโดรเจนเหล่านั้นเป็น Green Ammonia สำหรับส่งออกทั่วโลก โดย NGHC ประเมินว่าสามารถช่วยหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้สูงสุดประมาณ 5 ล้านตันต่อปี

 

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ซาอุดีอาระเบียพยายามขยายบทบาทจากการเป็นมหาอำนาจด้านน้ำมันไปสู่ผู้ส่งออกพลังงานสะอาด

 

โดย ACWA Power ระบุว่า ไฮโดรเจนและพลังงานหมุนเวียนเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การกระจายเศรษฐกิจของประเทศ ขณะที่ซาอุดีอาระเบียยังเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับบริษัทพลังงานยุโรปเพื่อพัฒนาช่องทางส่งออกพลังงานหมุนเวียนและ Green Hydrogen ไปยังยุโรปด้วย

 

แต่ตลาดไฮโดรเจนโลกก็ไม่ได้ปราศจากความเสี่ยง เพราะต้นทุนการผลิต Green Hydrogen ยังสูงเมื่อเทียบกับไฮโดรเจนจากเชื้อเพลิงฟอสซิล และความต้องการซื้อระยะยาวยังเป็นโจทย์สำคัญของโครงการขนาดใหญ่หลายแห่งทั่วโลก

 

ขณะที่การส่งออก Green Ammonia จำเป็นต้องมีทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านท่าเรือ การขนส่ง และผู้ซื้อปลายทางที่พร้อมจ่ายในราคาที่เหมาะสม

 

กรณีของ NEOM จึงน่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะโครงการมีสัญญารับซื้อระยะยาวกับ Air Products รองรับอยู่แล้ว แต่การขยายตลาดปลายทางยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตาม โดย Reuters รายงานเมื่อเดือนมิถุนายน 2026 ว่า Air Products และ Yara International ยังอยู่ระหว่างการหารือเพื่อทำข้อตกลงด้านการตลาดและจัดจำหน่าย Renewable Ammonia จากโครงการ NEOM ไปยังตลาดยุโรป โดยสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้การเจรจาล่าช้า

 

ดังนั้น ปี 2026 จึงอาจเป็นปีที่สำคัญที่สุดปีหนึ่งของ NEOM Green Hydrogen เพราะโครงการกำลังเปลี่ยนผ่านจาก “สินทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง” ไปสู่ “โรงงานที่ต้องพิสูจน์สมรรถนะจริง” และหากการ Commissioning เป็นไปตามแผน ผลิตภัณฑ์ชุดแรกจะพร้อมออกสู่ตลาดในปี 2027

 

สิ่งที่จะเกิดขึ้นที่ Oxagon จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของซาอุดีอาระเบีย หากแต่เป็นบททดสอบครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรม Green Hydrogen ทั้งโลกว่า พลังงานหมุนเวียนสามารถถูกแปลงเป็นเชื้อเพลิงและวัตถุดิบอุตสาหกรรมที่ผลิตในระดับหลายแสนตันต่อปี และสามารถเดินทางข้ามทวีปไปแข่งขันในตลาดพลังงานโลกได้จริงหรือไม่

 

หาก NEOM ทำได้สำเร็จ ซาอุดีอาระเบียอาจไม่ได้เป็นเพียง “ผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก” อีกต่อไป แต่กำลังพยายามสร้างตำแหน่งใหม่ให้ตัวเองในฐานะ หนึ่งในศูนย์กลางการผลิตและส่งออกพลังงานสะอาดของโลก ภายใต้ยุคที่การแข่งขันด้านพลังงานไม่ได้วัดกันเพียงจำนวนบาร์เรลน้ำมัน แต่กำลังขยับไปสู่การครอบครองเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และตลาดของพลังงานคาร์บอนต่ำ

 

ซาอุฯ เร่งเครื่อง NEOM Green Hydrogen จ่อผลิตไฮโดรเจนสีเขียวเชิงพาณิขย์ปี 2027

 

ภาพและข้อมูล:

NEOM Green Hydrogen Company – ข้อมูลโครงการและสถานะ Commissioning ล่าสุด

ACWA Power – NEOM Green Hydrogen Project

ACWA Power – Financial Close มูลค่า 8.4 พันล้านดอลลาร์

Air Products – ข้อมูลโครงการและโครงสร้างเงินทุน

Reuters – ความเคลื่อนไหวด้านตลาด Green Ammonia ของ NEOM และ Yara

 

ข่าวล่าสุด

เช็กรายชื่อโผนายพลใหญ่ รองผบ.ตร.-ผบช.วาระ 69 'นพศิลป์' ขึ้นผบช.สตม.

เช็กรายชื่อโผนายพลใหญ่ รองผบ.ตร.-ผบช.วาระ 69 'นพศิลป์' ขึ้นผบช.สตม.