ส่องโปรไฟล์“มัลลิกา”ประสบการณ์สส.5สมัย ภูมิใจไทยเคาะชิงรองประธานสภาฯ
พรรคภูมิใจไทยมีมติเสนอชื่อมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สส.ลพบุรี เป็นรองประธานสภาคนที่ 1 หวังใช้ประสบการณ์ทำงาน 5 สมัยขับเคลื่อนงานนิติบัญญัติหลังพิธีเปิดประชุม
KEY
POINTS
- การจัดสรรตำแหน่งสำคัญ: พรรคภูมิใจไทยใช้โควตา สส. อาวุโสที่มีฐานเสียงแน่นและประสบการณ์ 5 สมัยอย่างนางสาวมัลลิกา เพื่อสร้างความสมดุลและความน่าเชื่อถือในการทำหน้าที่ควบคุมการประชุมสภาผู้แทนราษฎร
- ความพร้อมและบุคลิกภาพ: ตัวเต็งรองประธานสภาฯ คนที่ 1 เน้นการวางตัวเป็นกลาง มีมนุษยสัมพันธ์ดี และมีคุณวุฒิทางกฎหมาย (นิติศาสตร์) ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญสำหรับตำแหน่งที่ต้องวินิจฉัยข้อบังคับการประชุม
- วาระเร่งด่วนทางนิติบัญญัติ: นอกจากการคุมเกมการเมือง นางสาวมัลลิกามีจุดยืนชัดเจนในการผลักดันประเด็นเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะการจัดการทรัพยากรน้ำและภัยแล้ง ซึ่งเป็นผลกระทบหลักต่อเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ
มติเอกฉันท์ค่ายสีน้ำเงิน ดัน “มัลลิกา” นั่งบังเหียนรองประธานสภาฯ
นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เปิดเผยถึงทิศทางของพรรคภายหลังการประชุมร่วมกัน โดยระบุว่าพรรคมีมติเสนอชื่อนายโสภณเองเข้ารับการเสนอชื่อเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร และเสนอชื่อ นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สส.ลพบุรี เข้ารับตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 อย่างเป็นทางการ ซึ่งกระบวนการดังกล่าวจะเกิดขึ้นหลังเสร็จสิ้นรัฐพิธีในวันที่ 14 มีนาคม 2569 และจะมีการนัดประชุมสภาฯ เพื่อลงคะแนนเลือกตำแหน่งสำคัญในวันที่ 15 มีนาคมนี้
ด้านนางสาวมัลลิกา หรือ “สส.เปิ้ล” ได้กล่าวถึงการได้รับเสนอชื่อในครั้งนี้ด้วยท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้ว่าพร้อมทำหน้าที่เพื่อส่วนรวม โดยระบุว่า “หากได้ตำแหน่งนี้ก็พร้อมทำงาน หรือใครได้ก็ยินดีกับเขา” ทั้งนี้เมื่อถูกถามถึงมิติใหม่ในการควบคุมการประชุมสภาฯ ก็ยังหลีกเลี่ยงที่จะตอบรายละเอียด แต่กล่าวอย่างอารมณ์ดีถึงประเด็นการได้รับเสนอชื่อเพราะมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีว่า “อาจเป็นเพราะอายุเยอะแล้ว” สะท้อนถึงบุคลิกที่ประนีประนอมและเข้าได้กับทุกฝ่าย
เส้นทางการเมือง 5 สมัย จากตระกูลดังเมืองละโว้สู่เวทีระดับชาติ
หากพิจารณาปูมหลังของนางสาวมัลลิกา ถือเป็นนักการเมืองที่มีฐานเสียงแข็งแกร่งและมีประสบการณ์สูง ปัจจุบันอายุ 61 ปี เป็นชาวจังหวัดลพบุรีโดยกำเนิดและเป็นทายาททางการเมืองของนายกมล จิระพันธุ์วาณิช อดีต สส.ลพบุรี 8 สมัย และนางพยงค์ จิระพันธุ์วาณิช
ครอบครัวของนางสาวมัลลิกา ไม่เพียงแต่กว้างขวางในแวดวงการเมืองท้องถิ่นผ่านพี่ชาย นายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช อดีตนายก อบจ.ลพบุรี แต่ยังมีรากฐานทางเศรษฐกิจที่มั่นคงจากการทำธุรกิจศูนย์การค้าและกิจการค้าข้าวรายใหญ่ในชื่อ “ท่าข้าวจิระพันธุ์วาณิช”
เส้นทางชีวิตราชการและการเมืองของนางสาวมัลลิกา เริ่มต้นจากการศึกษาด้านศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ต่อด้วยนิติศาสตร์และบริหารธุรกิจ มหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง
นางสาวมัลลิกา เริ่มไต่เต้าจากการเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองลพบุรี สมาชิกสภา อบจ.ลพบุรี จนกระทั่งก้าวเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกในปี 2552 การดำรงตำแหน่ง สส. ถึง 5 สมัยภายใต้สังกัดพรรคภูมิใจไทย จึงเป็นเครื่องการันตีถึงความไว้วางใจที่ประชาชนในพื้นที่เขต 3 ลพบุรี (ครอบคลุม อ.เมือง อ.บ้านหมี่ อ.ท่าวุ้ง) มีให้ต่อตัวเธออย่างต่อเนื่อง
บทบาทเด่นด้านเกษตรกรรมและวิสัยทัศน์การแก้ปัญหาภัยแล้ง
นอกเหนือจากบทบาทในพรรค ผลงานในสภาฯ ที่โดดเด่นของนางสาวมัลลิกาคือการให้ความสำคัญกับปัญหาปากท้องของเกษตรกร โดยเฉพาะการผลักดันตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งและผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ
นางสาวมัลลิกา มองว่านี่คือวิกฤตที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของเกษตรกรไทยอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในพื้นที่ลพบุรีและใกล้เคียงที่มักประสบปัญหาการแย่งน้ำในคลองชัยนาทป่าสัก ซึ่งเธอเคยย้ำว่า “ปรากฏการณ์เอลนีโญเป็นเรื่องที่ไม่อาจควบคุมได้ แต่จำเป็นต้องหาวิธีรับมือ”
บทสรุปของการเสนอชื่อนางสาวมัลลิกาในครั้งนี้ สะท้อนถึงยุทธศาสตร์ของพรรคภูมิใจไทยที่ต้องการบุคลากรที่มีความเก๋าเกมทางการเมืองและมีความเข้าใจปัญหาเชิงพื้นที่เข้ามารับหน้าที่คุมเกมในสภาฯ แนวโน้มในอนาคตหากได้รับเลือกเป็นรองประธานสภาฯ คนที่ 1 จะถือเป็นมิติใหม่ของฝ่ายบริหารสภาที่มีสัดส่วนสตรีในตำแหน่งสำคัญ ซึ่งอาจช่วยลดอุณหภูมิความขัดแย้งในการประชุมผ่านบุคลิกที่ประนีประนอม และเป็นโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผ่านกลไกนิติบัญญัติให้เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น
เรียบเรียง: อมรเดช ชูสุวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง


