ศาลจำคุก “นครชัย” อดีต สส.ระยอง 1 ปี คดีสมัคร สส.ขาดคุณสมบัติ
ศาลจังหวัดระยองพิพากษาจำคุก “นครชัย ขุนณรงค์” อดีต สส.ระยอง 1 ปี ไม่รอลงอาญา ปมสมัครเลือกตั้งทั้งที่ขาดคุณสมบัติ พร้อมเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี
ศาลจังหวัดระยองนัดฟังคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดระยองเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นครชัย ขุนณรงค์ อดีต สส.ระยอง เขต 3 พรรคก้าวไกล เป็นจำเลย ในความผิดฐานลงสมัครรับเลือกตั้งโดยรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม และแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน
คำฟ้องระบุว่า จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก 1 ปี 6 เดือน ในคดีลักทรัพย์ ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2626/2558 ของ ศาลจังหวัดชลบุรี ซึ่งเข้าลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 42 (12) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 ทำให้เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้สมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.
อย่างไรก็ตาม จำเลยยังคงยื่นใบสมัครรับเลือกตั้ง พร้อมเอกสารประกอบ และให้ถ้อยคำต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 3 ว่าตนมีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่เป็นบุคคลต้องห้าม อันเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน
ภายหลังการเลือกตั้งปี 2566 จำเลยได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต จังหวัดระยอง เขต 3 และดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ 14 พฤษภาคม ถึง 3 สิงหาคม 2566 โดยในช่วงเวลาดังกล่าวได้รับเงินประจำตำแหน่งและผลประโยชน์อื่นจากการดำรงตำแหน่ง รวมเป็นเงิน 402,055 บาท
ต่อมาในการสืบพยานจำเลยเมื่อวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา จำเลยได้ถอนคำให้การเดิมที่ให้การปฏิเสธ และกลับคำให้การเป็นรับสารภาพตามฟ้อง โดยโจทก์และจำเลยไม่ติดใจสืบพยานเพิ่มเติม พร้อมขอเลื่อนการฟังคำพิพากษาเพื่อจัดเตรียมเงินชำระคืนบางส่วน และแสดงความประสงค์คืนเงินประจำตำแหน่งให้ครบถ้วน ศาลจึงเลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาเป็นวันที่ 9 มีนาคม
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การกระทำของจำเลยเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มาตรา 42 (12) และมาตรา 151 โดยเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท จึงให้ลงโทษตามบทที่มีโทษหนักที่สุด
ศาลพิพากษาจำคุก 2 ปี แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงเหลือจำคุก 1 ปี
ทั้งนี้ ศาลเห็นว่าการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าตนขาดคุณสมบัติ เป็นการกระทำที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน เนื่องจากตำแหน่งดังกล่าวเป็นตัวแทนของประชาชนและได้รับความไว้วางใจจากการเลือกตั้ง กรณีจึงไม่สมควรรอการลงโทษ เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่บุคคลอื่น
พร้อมกันนี้ ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยเป็นเวลา 20 ปี และให้คืนเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนที่ได้รับจากการดำรงตำแหน่งจำนวน 402,055 บาท แก่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2568 ศาลจังหวัดระยอง เคยมีคำพิพากษาในคดีแพ่งให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายจากการทำให้รัฐต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ เป็นเงินต้น 7,735,942 บาท พร้อมดอกเบี้ย 492,806 บาท รวมทั้งสิ้น 8,228,748 บาท
ภายหลังศาลมีคำพิพากษา จำเลยได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ซึ่งศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โดยกำหนดหลักทรัพย์ประกัน 150,000 บาท จากเดิมในชั้นพิจารณา 100,000 บาท.


