| หน่วยงานที่รับฟ้อง | ผู้นำร้อง / โจทก์ | ข้อหา / วัตถุประสงค์หลัก |
|---|---|---|
| ศาลปกครอง | ทนายชา / สว.บัญชีสำรอง | ขอคุ้มครองชั่วคราวระงับการรับรองผล และสั่งให้จัดเลือกตั้งใหม่ |
| ศาลอาญาทุจริตฯ | พรรคประชาชน / ไทยสร้างไทย | ฟ้อง กกต. ตาม ม.157 ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ เจตนาทำบัตรให้ระบุตัวตนได้ |
| ศาลรัฐธรรมนูญ | พรรคไทยสร้างไทย (เตรียมยื่น) | ให้วินิจฉัยว่าการพิมพ์รหัสบนบัตร ขัดต่อรัฐธรรมนูญเรื่องการลงคะแนนลับ |
บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ส่อพิษ ม.157 เขย่าเก้าอี้ 7 เสือ กกต.
ปมร้อนบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งลุกลามสู่การฟ้องร้องหลายศาล หวั่นกระทบหลักการลงคะแนนลับ ด้าน กกต. แจงยิบทำเพื่อกันปลอม แต่เสี่ยงคุก 5 ปีหากศาลชี้มูลผิด
KEY
POINTS
แนวรบหลายศาล: มีการยื่นฟ้องทั้ง ศาลปกครอง เพื่อระงับการรับรองผลและจัดเลือกตั้งใหม่, ศาลอาญาทุจริตฯ เพื่อเอาผิด กกต. ตาม ม.157 และเตรียมชง ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยการเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 85 หรือไม่
ดาบอาญามาตรา 157: พรรคประชาชนและไทยสร้างไทย ชี้มูลความผิด กกต. กรณีพิมพ์บาร์โค้ด/คิวอาร์โค้ด เข้าข่ายการทำ "เครื่องหมาย" ลงบนบัตรตาม พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส. ม.96 ซึ่งมีโทษจำคุก 1-5 ปี และอาจถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
ข้อโต้แย้งจาก กกต.: ยืนยันรหัสบนบัตรมีไว้เพื่อ "ป้องกันการปลอมแปลง" และบริหารจัดการจำนวนพิมพ์ (Tracking) เท่านั้น พร้อมย้ำว่าระบบจัดเก็บแยกส่วนบัตรกับต้นขั้วอย่างแน่นหนา ทำให้ไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่าใครลงคะแนนให้ใคร
เจาะลึกการฟ้องร้องและข้อกล่าวหา
การเคลื่อนไหวทางกฎหมายครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่การกระทำของ กกต. ที่อาจทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดย "ลับ" โดยมีรายละเอียดดังนี้
มุมมองนักกฎหมาย: หากศาลมองว่าบาร์โค้ดคือ "เครื่องหมาย" ตาม พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส. มาตรา 164 กกต. อาจต้องระวางโทษจำคุก 1-5 ปี หรือปรับสูงสุด 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เจาะลึกข้อกล่าวหาและบทลงโทษ
หัวใจสำคัญของการฟ้องร้องคือการที่ กกต. พิมพ์บาร์โค้ด/คิวอาร์โค้ด ลงบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งฝ่ายผู้ฟ้องมองว่าสามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง "บัตร" กับ "ต้นขั้ว" ที่มีชื่อผู้ใช้สิทธิ ทำให้ระบุตัวตนได้ว่าใครเลือกพรรคใด ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ที่กำหนดให้การลงคะแนนต้องเป็นไปโดยลับ
นอกจากนี้ยังเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 96 ที่ห้ามทำเครื่องหมายใดๆ ลงในบัตร หากศาลวินิจฉัยว่ามีความผิดจริง กกต. อาจต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 5 ปี และอาจถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง รวมถึงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
คำชี้แจงจากฝั่ง กกต.
กกต. ยืนยันว่าการพิมพ์รหัสเป็นไปตามระเบียบข้อ 29 เพื่อความปลอดภัยและป้องกันบัตรเขย่ง โดยระบุว่ากระบวนการใช้สิทธิยังเป็นความลับ 100% เนื่องจากเมื่อฉีกบัตรแล้ว ต้นขั้วจะถูกแยกเก็บมิดชิด และห้ามใครเปิดดูบัตรย้อนหลังเด็ดขาด เว้นแต่จะมีคำสั่งนับคะแนนใหม่จากศาลเท่านั้น
7คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดปัจจุบัน คือผู้กุมอำนาจตัดสินใจสูงสุดในองค์กร มีภารกิจสำคัญและการตัดสินใจเชิงนโยบายทั้งหมดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง จะต้องผ่านการพิจารณาและลงมติร่วมกันของบอร์ด ประกอบด้วย
- นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง
กรรมการประกอบด้วย - นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ
- นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ
- นายชาย นครชัย
- นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ
- นายอนันต์ สุวรรณรัตน์
- นายณรงค์ รักร้อย


