'แก้วสรร' ชี้ค้านผลเลือกตั้งต้องใช้หลักฐาน ย้ำ 'ถูกกฎหมาย' อาจไม่ 'ถูกใจ'
นายแก้วสรร อติโพธิ ย้ำการท้าทายผลเลือกตั้งต้องใช้หลักฐานเชิงประจักษ์มากกว่าความรู้สึก ชี้ระบบนับคะแนนปัจจุบันโปร่งใสและบิดเบือนยาก พร้อมแนะ กกต. ยึดข้อเท็จจริง
KEY
POINTS
หลักฐานเหนือความรู้สึก: การร้องเรียนทุจริต เช่น บัตรผีหรือซื้อเสียง ต้องมีหลักฐานรูปธรรมชัดเจน ลำพังเพียงความสงสัยหรือความไม่พอใจไม่สามารถเปลี่ยนผลทางกฎหมายได้
ระบบตรวจสอบเข้มงวด: ขั้นตอนการนับคะแนนปัจจุบันมีตัวแทนพรรคการเมืองร่วมสังเกตการณ์ทุกหน่วย ทำให้การบิดเบือนผลในวงกว้างทำได้ยากกว่าในอดีตมาก
บรรทัดฐานทางกฎหมาย: กระบวนการเลือกตั้งต้องยึดความถูกต้องตามกฎหมายเป็นหลัก แม้ผลลัพธ์อาจไม่สอดคล้องกับความต้องการของมวลชนบางกลุ่ม
นายแก้วสรร อติโพธิ นักวิชาการอิสระ ได้ออกมาให้ทัศนะต่อกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการทุจริตเลือกตั้ง โดยเน้นย้ำถึงความแตกต่างระหว่างความ "ถูกกฎหมาย" และความ "ถูกใจ" ซึ่งการจะโต้แย้งผลการเลือกตั้งนั้น จำเป็นต้องอาศัยหลักฐานที่เป็นรูปธรรมมากกว่าเพียงความเคลือบแคลงสงสัยของสาธารณชน
ต้องมีหลักฐานชัดเจนถึงขั้นเปลี่ยนผล
นายแก้วสรรระบุว่า ข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริต ไม่ว่าจะเป็นกรณี "บัตรเขียว-บัตรชมพู" ไม่สอดคล้องกันที่สงขลา เขต 3 หรือรายงานพบบัตรเลือกตั้งในถังขยะที่ชลบุรี เขต 1 รวมถึงประเด็น "ผู้มีสิทธิเลือกตั้งผี" ที่มีชื่อคนจำนวนมากในบ้านหลังเดียว ทั้งหมดนี้ต้องมีการพิสูจน์ด้วยข้อเท็จจริงที่จับต้องได้ หากไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน การเรียกร้องให้เลือกตั้งใหม่หรือการท้าทายทางกฎหมายย่อมไม่ประสบความสำเร็จ
"กฎหมายเลือกตั้งถูกออกแบบมาอย่างสมเหตุสมผล การใช้เพียงความเชื่อส่วนตัวว่ามีการโกงทุกครั้งโดยไม่มีหลักฐาน ไม่สามารถล้มล้างกระบวนการที่เกิดขึ้นได้"
ความโปร่งใสในระบบปัจจุบัน
ในประเด็นความโปร่งใส นายแก้วสรรชี้ว่าระบบการนับคะแนนในปัจจุบันได้รับการพัฒนาให้รัดกุมกว่าอดีต มีการประกาศผลทันทีหลังนับเสร็จ และมีตัวแทนพรรคการเมืองเฝ้าสังเกตการณ์ในทุกหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้การบิดเบือนคะแนนทำได้ "ยากมาก" พร้อมกันนี้ยังแสดงความเชื่อมั่นในบทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่พิจารณาตามพยานหลักฐาน และเตือนว่าการขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่อาจนำไปสู่ข้อหาทางอาญาเพิ่มเติมได้


