อนุทินชู 4 ขุนพลศก. กู้เชื่อมั่นไทย ดันไทยพ้นภาพ “ผู้ป่วยเอเชีย”
อนุทินชู 4 ขุนพลศก. กู้เชื่อมั่นไทย ย้ำวินัยการคลัง-เครดิต BBB+ แข็งแรง ดันไทยพ้นภาพ “ผู้ป่วยเอเชีย” ชูคืนหนี้ ธ.ก.ส. สร้างเสถียรภาพ ดึงลงทุนต่างชาติ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงทิศทางเศรษฐกิจไทย ภายหลังมีสื่อต่างประเทศประเมินว่าไทยกำลังเผชิญภาวะชะลอตัวจนถูกเปรียบเป็น “ผู้ป่วยแห่งเอเชีย” โดยยืนยันว่า ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจจะทยอยฟื้นตัวจากการทำงานเชิงรุกของทีมบริหาร หรือ “4 ขุนพลเศรษฐกิจ” ที่เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งด้านนโยบายการเงินและการคลังอย่างเป็นระบบ
นายอนุทินระบุว่า หัวใจสำคัญของการบริหารเศรษฐกิจคือการรักษาวินัยการคลัง หลีกเลี่ยงนโยบายประชานิยมที่สร้างภาระระยะยาว โดยมุ่งใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์ต่อโครงสร้างเศรษฐกิจในภาพรวม พร้อมยกตัวอย่างการนำงบประมาณเหลือจ่ายไปชำระหนี้ให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) แทนการดำเนินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ซึ่งช่วยเสริมเสถียรภาพการคลังของประเทศในระยะยาว
ผลจากแนวทางดังกล่าว ส่งผลให้ประเทศไทยยังคงได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ BBB+ ต่อเนื่อง สะท้อนความเชื่อมั่นของสถาบันจัดอันดับเครดิตต่อฐานะการเงินการคลังของประเทศ และเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในช่วงหลังการเลือกตั้งที่ตลาดให้ความสำคัญกับเสถียรภาพทางการเมือง
นายอนุทินยังแสดงความเชื่อมั่นว่า หากการจัดตั้งรัฐบาลมีความชัดเจน ความขัดแย้งทางการเมืองจะจำกัดอยู่ในกรอบการแข่งขันเชิงนโยบาย ไม่ลุกลามกระทบภาพลักษณ์ประเทศ ซึ่งจะช่วยหนุนให้ภาคธุรกิจและตลาดทุนกลับมามีความเชื่อมั่น และเกิดการลงทุนใหม่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ นายอนุทินกล่าวถึงบทบาทของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ตัดสินใจนำงบประมาณเหลือจ่ายไปคืนหนี้ ธ.ก.ส. แทนการดำเนินโครงการประชานิยม ว่าเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อสายตาต่างชาติ สะท้อนการยึดมั่นในวินัยการเงินการคลัง และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ฟิทช์ เรทติ้งส์ (Fitch Ratings) ยังคงอันดับเครดิตของไทยที่ระดับ BBB+
“เสถียรภาพทางการเมืองควบคู่กับวินัยการคลัง คือปัจจัยหลักในการดึงดูดการลงทุน ฟื้นการเติบโต และผลักดันให้เศรษฐกิจไทยก้าวพ้นภาพประเทศที่ชะลอตัว กลับเข้าสู่เส้นทางการขยายตัวอย่างยั่งยืน” นายอนุทินกล่าว.


