posttoday

เลือกตั้ง69 :ธรรมนัส ย้ำกล้าธรรมไม่จับมือพรรคแก้ไขรธน.หมวด1-2

27 มกราคม 2569

ร.อ.ธรรมนัส ระบุเดินสายหลายจังหวัด เสียงตอบรับดีแต่คะแนนต้องรอวันเลือกตั้ง ย้ำพรรคกล้าธรรมไม่แตะเสาหลัก ชาติ ศาสนา สถาบัน พร้อมชี้ผู้สมัครต้องรับผิดชอบคุณสมบัติตัวเอง

KEY

POINTS

  • ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ประกาศจุดยืนชัดเจนว่าพรรคกล้าธรรมจะไม่จับมือกับพรรคการเมืองใดที่มีนโยบายแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 1 และหมวด 2
  • พรรคกล้าธรรมให้เหตุผลว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญสองหมวดดังกล่าวเป็นการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเสาหลักของชาติ 3 ประการ คือ ชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์
  • ธรรมนัสย้ำว่าจุดยืนนี้เป็นแนวทางของพรรคมาตั้งแต่ต้น ไม่มีการเปลี่ยนแปลง และไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าวอย่างเด็ดขาด

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคกล้าธรรม เปิดเผยถึงการลงพื้นที่หาเสียงในช่วงที่ผ่านมา ว่าเป็นการหาเสียงที่ “เหนื่อยดี” หลังต้องเดินสายหลายจังหวัด โดยกระแสตอบรับจากประชาชนถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ส่วนผลคะแนนจะเป็นอย่างไร ขอให้รอดูอีกครั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์

สำหรับกรณีการจับมือทำงานกับพรรคประชาชน ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มองพรรคอื่น แต่มุ่งโฟกัสที่พรรคของตนเองเป็นหลัก พร้อมย้ำว่าพรรคกล้าธรรมมีจุดยืนชัดเจนและไม่เปลี่ยนคำพูดบ่อย โดยยืนยันว่า พรรคใดก็ตามที่มีเจตนารมณ์แก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 1 และหมวด 2 พรรคกล้าธรรมไม่เห็นด้วยอย่างเด็ดขาด และไม่จำเป็นต้องเรียกร้องให้ฝ่ายใดประกาศจุดยืน เพราะพรรคได้ประกาศแนวทางของตนอย่างชัดเจนมาตั้งแต่ต้น

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า พรรคกล้าธรรมยึดมั่นในหลักการไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับ “เสาหลักของบ้านเมือง” ทั้ง 3 ประการ ได้แก่ ชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมย้ำว่าไม่ต้องการให้กองทัพเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง โดยมองว่าหากฝ่ายการเมืองไม่สามารถพูดคุยกันเองและเกิดความขัดแย้ง ท้ายที่สุดก็จะต้องมี “กรรมการ” เข้ามาเบรก ส่งผลให้ประเทศชาติได้รับความเสียหาย

ส่วนวาทกรรมที่ตั้งคำถามต่อบทบาทของกองทัพนั้น ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า สิ่งที่พูดไปอาจย้อนกลับมาหาตัวผู้พูดเอง พร้อมย้ำว่าไม่ได้พาดพิงถึงใครเป็นการเฉพาะ และขอให้ติดตามกันต่อไป โดยเห็นว่าสิ่งสำคัญคือการศึกษาประวัติศาสตร์ และปลูกฝังให้ลูกหลานเข้าใจรากฐานของชาติไทย พร้อมชี้ว่า ประเทศสามารถดำรงอยู่ได้เพราะมีกองทัพ ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยใด ตั้งแต่สมัยแผ่นดินสยามจนถึงปัจจุบัน แม้เทคโนโลยีจะพัฒนาไปมากเพียงใด แต่ทุกประเทศที่เจริญแล้วก็ยังคงมีกองทัพ

ขณะเดียวกัน กรณีผู้สมัคร สส. ของพรรคถูกตั้งคำถามเรื่องคุณสมบัติ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เมื่อพรรคถูกวิพากษ์วิจารณ์ ทุกคนต้องย้อนกลับมาดูตัวเอง ผู้สมัครแต่ละคนต้องตรวจสอบว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมายและระเบียบที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดหรือไม่ หากยังไม่พร้อมหรือมีข้อบกพร่องก็ต้องยอมรับและโทษตัวเอง ไม่ควรโทษผู้อื่น พร้อมย้ำว่า หากมีปัญหาหรือ “มีแผล” ตรงไหน ก็ต้องดูแลและแก้ไขด้วยตนเอง เพราะพรรคมีบทเรียนมาแล้วจำนวนมาก ต่างจากบางฝ่ายที่เมื่อถูกตรวจสอบกลับไม่มองตัวเอง แต่เลือกโทษคนอื่น

ข่าวล่าสุด

NITMX เผยความสำเร็จ Cross-Border QR Payment! หนุนท่องเที่ยวปลายปี