posttoday
มิน อ่อง หล่าย เยือนไทย เดินหน้าถกวาระการค้า ฟื้นเศรษฐกิจชายแดน

มิน อ่อง หล่าย เยือนไทย เดินหน้าถกวาระการค้า ฟื้นเศรษฐกิจชายแดน

06 สิงหาคม 2569

จับตาการทูตไทย! นายกฯ อนุทิน เปิดทำเนียบรับ 'มิน อ่อง หล่าย' หวังเป็นกาวใจเชื่อมเมียนมา-อาเซียน ถกวาระการค้า ฟื้นเศรษฐกิจชายแดน

พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมา มีกำหนดการเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการในวันพฤหัสบดีนี้ เพื่อเข้าพบหารือกับนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล

 

โดยรัฐบาลไทยมุ่งหวังใช้ยุทธศาสตร์การทูตแบบสานสัมพันธ์อย่างระมัดระวัง (Calibrated re-engagement) เพื่อเป็นกาวใจเชื่อมเมียนมากลับสู่เวทีอาเซียน ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูการค้าการลงทุนที่หดตัวอย่างหนัก

 

ประเด็นการเมืองระหว่างประเทศที่กำลังถูกจับตามองอย่างมากในสัปดาห์นี้ คือการเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย อดีตผู้นำคณะรัฐประหารที่ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเมียนมา โดยประเทศไทยถือเป็นหมุดหมายที่ 4 ต่อจากการเยือนจีน อินเดีย และลาว

 

การพบปะหารือกับ นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ในวันพฤหัสบดีนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามของรัฐบาลไทย ที่ต้องการผลักดันให้เมียนมากลับมาสานสัมพันธ์กับสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) อีกครั้ง หลังจากที่ผ่านมาระดับผู้นำของเมียนมาถูกกีดกันจากเวทีสุดยอดผู้นำอาเซียนมาตั้งแต่เหตุการณ์รัฐประหารในปี 2564

 

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่าไทยต้องเดินเกมอย่างระมัดระวัง แม้ มิน อ่อง หล่าย จะพยายามแสวงหาความชอบธรรมจากประชาคมโลกนับตั้งแต่ขึ้นเป็นประธานาธิบดีเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา (ภายใต้การเลือกตั้งที่ไร้พรรคฝ่ายค้านคู่แข่ง) และอ้างว่าสันติภาพคือวาระเร่งด่วน

 

แต่รายงานล่าสุดจากกลุ่มเฝ้าระวังสถานการณ์ความขัดแย้งระบุว่า กองทัพเมียนมายังคงยกระดับการโจมตีทางอากาศต่อพลเรือนอย่างหนักหน่วงในสงครามกลางเมืองที่คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 100,000 ราย

 

"สิ่งที่ประเทศไทยจะได้รับคือ บทบาทที่แข็งแกร่งขึ้นภายในอาเซียน ในฐานะสะพานเชื่อมระหว่างรัฐบาลชุดใหม่ของเมียนมากับกลุ่มประเทศอาเซียน แต่มันมีเส้นแบ่งที่บางเฉียบมากๆ ระหว่างการกลับมาสานสัมพันธ์ กับการให้การรับรองความชอบธรรมแก่มิน อ่อง หล่าย" – ดุลยภาค ปรีชารัชช อาจารย์ประจำสาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าว

 

ทั้งนี้ มีสัญญาณเชิงบวกเกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา รัฐบาลเมียนมาอนุญาตให้ผู้แทนจากคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) เข้าพบ นางออง ซาน ซูจี เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ซึ่งอาจารย์ดุลยภาคมองว่า ปัจจัยนี้อาจช่วยสนับสนุนความชอบธรรมในยุทธศาสตร์การเข้าหาเมียนมาของรัฐบาลไทยได้

 

 

ลุ้นฟื้นฟูการค้าไทย-เมียนมาที่ร่วงหนัก

 

นอกเหนือจากมิติทางการเมือง การเยือนครั้งนี้ยังครอบคลุมถึงมิติทางเศรษฐกิจผ่าน เวทีเสวนาธุรกิจไทย-เมียนมา เนื่องจากไทยเป็นหนึ่งในนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดในเมียนมา (เทียบเคียงกับสิงคโปร์และจีน) โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมโรงแรม การธนาคาร การผลิต และพลังงาน

 

ตารางเปรียบเทียบมูลค่าการส่งออกไทย-เมียนมา

 

ช่วงเวลา

มูลค่าการส่งออกโดยประมาณ (บาท)

ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ

ก่อนการระบาดโควิด-19 (ต่อปี)

สูงกว่า 800,000 ล้านบาท

การค้าชายแดนและการลงทุนดำเนินตามปกติ

5 เดือนแรกของปีนี้

67,000 ล้านบาท (~2.02 พันล้านดอลลาร์ฯ)

มาตรการควบคุมเงินตราของเนปิดอว์ และผลกระทบจากสงครามกลางเมือง

*อ้างอิงข้อมูลจากสภาธุรกิจไทย-เมียนมา

 

 

ทั้งนี้ ตัวเลขการส่งออกที่หดตัวลงอย่างหนักเป็นผลจากมาตรการควบคุมเงินตราต่างประเทศที่เข้มงวดของรัฐบาลเนปิดอว์ และการสู้รบที่กระทบการค้าชายแดน


 

ข่าวล่าสุด

“ยิ้มแท้จริง นำทางรัก” เรื่องราวการก้าวผ่านรอยร้าวในความสัมพันธ์ สู่การส่งต่อพลังใจให้ผู้คน

“ยิ้มแท้จริง นำทางรัก” เรื่องราวการก้าวผ่านรอยร้าวในความสัมพันธ์ สู่การส่งต่อพลังใจให้ผู้คน