
มิน อ่อง หล่าย เยือนไทย เดินหน้าถกวาระการค้า ฟื้นเศรษฐกิจชายแดน
จับตาการทูตไทย! นายกฯ อนุทิน เปิดทำเนียบรับ 'มิน อ่อง หล่าย' หวังเป็นกาวใจเชื่อมเมียนมา-อาเซียน ถกวาระการค้า ฟื้นเศรษฐกิจชายแดน
พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมา มีกำหนดการเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการในวันพฤหัสบดีนี้ เพื่อเข้าพบหารือกับนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล
โดยรัฐบาลไทยมุ่งหวังใช้ยุทธศาสตร์การทูตแบบสานสัมพันธ์อย่างระมัดระวัง (Calibrated re-engagement) เพื่อเป็นกาวใจเชื่อมเมียนมากลับสู่เวทีอาเซียน ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูการค้าการลงทุนที่หดตัวอย่างหนัก
ประเด็นการเมืองระหว่างประเทศที่กำลังถูกจับตามองอย่างมากในสัปดาห์นี้ คือการเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย อดีตผู้นำคณะรัฐประหารที่ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเมียนมา โดยประเทศไทยถือเป็นหมุดหมายที่ 4 ต่อจากการเยือนจีน อินเดีย และลาว
การพบปะหารือกับ นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ในวันพฤหัสบดีนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามของรัฐบาลไทย ที่ต้องการผลักดันให้เมียนมากลับมาสานสัมพันธ์กับสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) อีกครั้ง หลังจากที่ผ่านมาระดับผู้นำของเมียนมาถูกกีดกันจากเวทีสุดยอดผู้นำอาเซียนมาตั้งแต่เหตุการณ์รัฐประหารในปี 2564
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่าไทยต้องเดินเกมอย่างระมัดระวัง แม้ มิน อ่อง หล่าย จะพยายามแสวงหาความชอบธรรมจากประชาคมโลกนับตั้งแต่ขึ้นเป็นประธานาธิบดีเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา (ภายใต้การเลือกตั้งที่ไร้พรรคฝ่ายค้านคู่แข่ง) และอ้างว่าสันติภาพคือวาระเร่งด่วน
แต่รายงานล่าสุดจากกลุ่มเฝ้าระวังสถานการณ์ความขัดแย้งระบุว่า กองทัพเมียนมายังคงยกระดับการโจมตีทางอากาศต่อพลเรือนอย่างหนักหน่วงในสงครามกลางเมืองที่คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 100,000 ราย
"สิ่งที่ประเทศไทยจะได้รับคือ บทบาทที่แข็งแกร่งขึ้นภายในอาเซียน ในฐานะสะพานเชื่อมระหว่างรัฐบาลชุดใหม่ของเมียนมากับกลุ่มประเทศอาเซียน แต่มันมีเส้นแบ่งที่บางเฉียบมากๆ ระหว่างการกลับมาสานสัมพันธ์ กับการให้การรับรองความชอบธรรมแก่มิน อ่อง หล่าย" – ดุลยภาค ปรีชารัชช อาจารย์ประจำสาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าว
ทั้งนี้ มีสัญญาณเชิงบวกเกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา รัฐบาลเมียนมาอนุญาตให้ผู้แทนจากคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) เข้าพบ นางออง ซาน ซูจี เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ซึ่งอาจารย์ดุลยภาคมองว่า ปัจจัยนี้อาจช่วยสนับสนุนความชอบธรรมในยุทธศาสตร์การเข้าหาเมียนมาของรัฐบาลไทยได้
ลุ้นฟื้นฟูการค้าไทย-เมียนมาที่ร่วงหนัก
นอกเหนือจากมิติทางการเมือง การเยือนครั้งนี้ยังครอบคลุมถึงมิติทางเศรษฐกิจผ่าน เวทีเสวนาธุรกิจไทย-เมียนมา เนื่องจากไทยเป็นหนึ่งในนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดในเมียนมา (เทียบเคียงกับสิงคโปร์และจีน) โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมโรงแรม การธนาคาร การผลิต และพลังงาน
ตารางเปรียบเทียบมูลค่าการส่งออกไทย-เมียนมา
|
ช่วงเวลา |
มูลค่าการส่งออกโดยประมาณ (บาท) |
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ |
|
ก่อนการระบาดโควิด-19 (ต่อปี) |
สูงกว่า 800,000 ล้านบาท |
การค้าชายแดนและการลงทุนดำเนินตามปกติ |
|
5 เดือนแรกของปีนี้ |
67,000 ล้านบาท (~2.02 พันล้านดอลลาร์ฯ) |
มาตรการควบคุมเงินตราของเนปิดอว์ และผลกระทบจากสงครามกลางเมือง |
*อ้างอิงข้อมูลจากสภาธุรกิจไทย-เมียนมา
ทั้งนี้ ตัวเลขการส่งออกที่หดตัวลงอย่างหนักเป็นผลจากมาตรการควบคุมเงินตราต่างประเทศที่เข้มงวดของรัฐบาลเนปิดอว์ และการสู้รบที่กระทบการค้าชายแดน







