วิกฤตศรัทธา "พรรคประชาชน" สมาชิกพัวพันคดีฉาว สวนทาง "มีเราไม่มีเทา"
เจาะปมร้อน วิกฤตศรัทธา "พรรคประชาชน" หลัง ผู้สมัครสส.- อดีตสส. พัวพันคดีฉาว "ยาเสพติด - ฟอกเงิน" สวนทางสโลแกน "มีเราไม่มีเทา"
พรรคประชาชน เผชิญวิกฤตศรัทธาหลังผู้สมัคร สส. พัวพัน คดีฉาว ทั้งเว็บพนันออนไลน์ ฟอกเงินยาเสพติด สวนทางสโลแกน "มีเราไม่มีเทา" สะท้อนรอยร้าวในระบบคัดกรองสมาชิก แม้พรรคจะเคยให้คำมั่นว่าจะ คัดกรองอย่างเข้มข้น
กลายเป็นบททดสอบสำคัญของ พรรคประชาชน เมื่อภาพลักษณ์นักการเมืองรุ่นใหม่ที่ประกาศสงครามกับธุรกิจสีเทา กลับถูกกลบด้วยข่าวอื้อฉาวของผู้สมัครในสังกัด ส่งผลให้สังคมเกิดคำถามสำคัญว่า มาตรฐานการคัดกรองที่พรรคอ้างว่าเข้มข้นนั้น มีช่องโหว่ที่คนสีเทาใช้เป็นช่องทางแฝงตัวเข้ามาสร้างความชอบธรรมทางการเมืองหรือไม่
เปิดแฟ้ม "3 คดีฉาว"
1. เครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ "นครินทร์ 789"
15 ม.ค. 2569 กรณีสุดสะเทือนการจับกุม นายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ ผู้สมัคร สส.ตาก เขต 2 โดยตำรวจไซเบอร์ (บช.สอท.) แถลงยืนยันหลักฐานสำคัญจากเส้นทางการเงินและพิกัดการสั่งการแอดมินเว็บพนันที่เชื่อมโยงกับกลุ่มทุนสีเทา มีเงินหมุนเวียนกว่า 300 ล้านบาท โดยศาลอาญาไม่ให้ประกันตัวเนื่องจากเห็นว่าเป็นพฤติการณ์ร้ายแรงระดับกลุ่มสั่งการ
2. ฟอกเงินเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ
29 ธ.ค. 2568 นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ อดีตผู้สมัคร สส.กทม. เขตบางพลัด-บางกอกน้อย ถูกตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ปส.) จับกุมในข้อหา "ร่วมกันฟอกเงิน" จากเครือข่ายยาเสพติดมูลค่าความเสียนับหมื่นล้านบาท ผ่านบริษัทบังหน้าหลายแห่ง ซึ่งกรณีนี้ทำให้พรรคต้องประกาศเปลี่ยนตัวผู้สมัครอย่างกะทันหันในช่วงปลายปี 2568
3. คดีใช้เอกสารราชการปลอม สด.43
16 ธ.ค. 2568 ศาลอาญาพิพากษาจำคุก นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ อดีต สส.ฉะเชิงเทรา เป็นเวลา 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา กรณีเจตนาใช้ใบ สด.43 ปลอมนำมาโชว์ผ่านสื่อเพื่อปิดบังการหลีกเลี่ยงเกณฑ์ทหาร ซึ่งศาลมองว่าเป็นพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของระบบราชการ
เทียบมาตรฐานคัดกรองสมาชิกพรรค
เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบมาตรการคัดกรองของแต่ละพรรคการเมือง จะพบว่า พรรคประชาชน มีจุดแข็งที่การเปิดโอกาสให้ "คนธรรมดา" และคนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมผ่านระบบ "ไพรมารีโหวต" และการสัมภาษณ์ทัศนคติทางการเมือง
แต่จุดอ่อนที่เห็นได้ชัดจากคดีที่เกิดขึ้นคือ การขาดการสืบสวนเชิงลึก (Due Diligence) ที่นอกเหนือไปจากการตรวจประวัติอาชญากรรมบนกระดาษ ทำให้บุคคลที่มีพฤติการณ์สีเทาแต่ยังไม่เคยถูกจับกุมสามารถหลุดรอดเข้ามาได้
ในขณะที่พรรคการเมืองขนาดใหญ่อื่นๆ เช่น พรรคเพื่อไทย หรือ พรรคภูมิใจไทย มักเน้นการเลือกผู้สมัครจากกลุ่ม "บ้านใหญ่" หรือผู้ที่มีฐานเสียงชัดเจนในพื้นที่ ซึ่งแม้จะถูกวิจารณ์เรื่องการสืบทอดอำนาจ แต่ในแง่หนึ่งพรรคเหล่านี้มักจะมีระบบการตรวจสอบภูมิหลังผ่านเครือข่ายการเมืองที่กว้างขวาง ทำให้สามารถประเมิน "อิทธิพลสีเทา" ของบุคคลในพื้นที่ได้มากกว่าการตรวจประวัติเพียงอย่างเดียว
"มีเราไม่มีเทา" สู่บทสรุปของการ "ล้างบ้าน"
มรสุมที่เกิดขึ้นสะท้อนว่าระบบตรวจสอบประวัติแบบเดิมอาจไม่เพียงพอ?
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ยอมรับว่าเป็นบทเรียนราคาแพง และได้เริ่มออกมาตรการ "ตัดเนื้อร้าย" ทันทีที่มีมูลความผิดชัดเจนโดยไม่ต้องรอคำพิพากษาถึงที่สุด เพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่น
อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นที่สั่นคลอนไปแล้วจะกลับมาได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าพรรคจะสามารถพิสูจน์ให้เห็นว่ากระบวนการคัดเลือกหลังจากนี้ จะไม่มีชื่อของบุคคลที่พัวพันกับผลประโยชน์สีเทาหลุดรอดเข้ามาได้อีกเป็นครั้งที่สอง


