บิ๊กป้อม วางมือพลังประชารัฐ สิ้นยุค3ป. ปิดฉากทหารการเมือง
การลาออกของพล.อ.ประวิตรจากหัวหน้าพลังประชารัฐ ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนตัวผู้นำพรรค แต่คือสัญญาณปิดฉากอำนาจกลุ่มสามปอ สะท้อนความเปลี่ยนผ่านบทบาททหารในสนามการเมืองไทยอย่างมีนัยสำคัญ
KEY
POINTS
- พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้ลงนามลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐแล้ว
- การลาออกครั้งนี้ถือเป็นการสิ้นสุดยุคสมัยและอำนาจทางการเมืองของกลุ่ม "สามปอ" อย่างเป็นทางการ
- เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงการปิดฉากบทบาทของทหารในการเมือง และเปิดทางให้การเมืองภาคพลเรือนเข้ามามีบทบาทมากขึ้น
วันที่ 6 มกราคม 2569 การแถลงข่าวที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ กลายเป็นหมุดหมายสำคัญของการเมืองไทย เมื่อ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ลงนามลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค การตัดสินใจครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนเหตุผลด้านสุขภาพ หากยังบ่งชี้การสิ้นสุดอำนาจของกลุ่ม “สามปอ” ที่เคยเป็นแกนหลักทหารการเมืองตลอดทศวรรษที่ผ่านมา
อำนาจ3ปอจากจุดสูงสุดสู่ทางแยกการเมือง
การถือกำเนิดของกลุ่ม3ป. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา และพลเอกประวิตรเริ่มต้นจากสายสัมพันธ์ในกองทัพ และขยายสู่อำนาจรัฐหลังปี 2557 ทว่าความเป็นเอกภาพค่อย ๆ สั่นคลอน เมื่อเส้นทางการเมืองเริ่มทับซ้อนผลประโยชน์และอำนาจต่อรอง
รอยร้าวเด่นชัดจากการแยกพรรค การตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ และการแข่งขันในสนามเลือกตั้งปี 2566 ซึ่งผลลัพธ์ไม่เป็นใจ อำนาจต่อรองในสภาลดต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ
เมื่อกลไกอำนาจอ่อนแรง บารมีทางการเมืองที่เคยหล่อเลี้ยงเครือข่ายจึงค่อย ๆ เลือนหาย เปิดทางสู่การยุติบทบาทของผู้นำทหารการเมืองชุดใหญ่ที่สุดชุดหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย
พลังประชารัฐบนความท้าทายหลังบิ๊กป้อม
การแต่งตั้ง ตรีนุช เทียนทอง เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ สะท้อนความพยายามเปลี่ยนผ่านสู่ภาพลักษณ์การเมืองพลเรือน ท่ามกลางแรงกดดันจากภายในและภายนอกพรรค
ความขัดแย้งสะสมและการไหลออกของนักการเมือง ส่งผลให้พลังประชารัฐต้องเผชิญโจทย์ความชอบธรรม ความเป็นเอกภาพ และการสร้างฐานเสียงใหม่ ภายใต้เงาของอดีตผู้นำที่ยังทรงอิทธิพลในเชิงสัญลักษณ์
แม้ผู้บริหารพรรคยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงไม่กระทบการเลือกตั้ง แต่ในเชิงโครงสร้าง พรรคกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ว่าจะยืนบนขาของตนเองได้หรือไม่ในสมรภูมิการเมืองยุคใหม่
บทบาททหารการเมืองไทยหลังม่านอำนาจ
การวางมือของกลุ่มสามปอ สะท้อนแนวโน้มบทบาททหารในสนามการเมืองที่ลดระดับลง จากผู้เล่นหลักสู่ผู้มีอิทธิพลทางอ้อมมากขึ้น
พรรคการเมืองที่เคยเป็นตัวแทนทหาร เผชิญแรงต้านจากสังคมและการแข่งขันเชิงนโยบายที่เข้มข้นขึ้น ขณะที่ประชาชนให้ความสำคัญกับผลงานและความโปร่งใส มากกว่าสายสัมพันธ์อำนาจ
ฉากทหารการเมืองจึงค่อย ๆ ปิดม่าน เปิดพื้นที่ให้การเมืองพลเรือนและกลไกประชาธิปไตยเดินหน้า แม้เส้นทางยังเต็มไปด้วยความท้าทาย
การลาออกของพลเอกประวิตร คือภาพแทนการสิ้นสุดยุคสมัยของกลุ่มสามปอ ต้นไม้ใหญ่ที่เคยแผ่ร่มเงาการเมืองไทยกำลังผลัดใบ ภายใต้แรงลมแห่งการเปลี่ยนแปลง บทบาททหารการเมืองจึงถอยฉาก เปิดพื้นที่ให้โครงสร้างอำนาจใหม่ก่อรูปในระบอบประชาธิปไตยไทย
เรียบเรียง : อมรเดช ชูสุวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง


