“อรรถวิชช์” ชี้ ความเด็ดขาด! ของผู้นำคือหัวใจ ไม่เอาดินแดนแลกภาษี
“อรรถวิชช์” ชี้ ความเด็ดขาด! ของผู้นำคือ "หัวใจ" ซัด! ผู้นำต้องเด็ดขาดไม่เอาดินแดนไปแลกกับ "ข้อตกลงทางภาษี"
นาย อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติกล่าวถึงความเด็ดขาดของผู้นำประเทศและจุดยืนด้านอธิปไตยว่า ผู้นำประเทศต้องมี ความเด็ดขาดและไม่กลับไปกลับมา และต้องยืนยันว่า เราเสียดินแดนเราไม่ได้ ไม่ว่ามาตรการภาษีจะเป็นเท่าไหร่ก็ตาม เรื่องภาษีกับเรื่องอธิปไตยต้องเอามา ปนกันไม่ได้ และควรถูกแยกออกจากกันโดยชัดเจนมาตั้งแต่ต้น
จุดยืนเดิมที่ประกาศว่าจะ ยกเลิก MOU 43 และ MOU 44 นั้น กลายเป็นการ เสียจุดยืน และถลำลึกกว่าเดิม เมื่อมีการตกลง "ปฏิญญาสันติภาพ" ร่วมกับกัมพูชา เนื้อหาในปฏิญญานี้มีการพูดถึงข้อตกลง MOU ด้วย
การที่ปฏิญญาใช้คำว่า "เรา" (We) ทำให้เป็นการยกระดับให้กัมพูชาเท่ากับไทย ทั้งที่เราเป็นฝ่าย ถูกกระทำ และ เสียเปรียบ ท่าทีที่เปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ ทหารที่ทำงานหน้างาน เกิดความสับสน และแสดงถึงความ ไม่เข้มแข็งทางการเมืองของผู้นำ จนทำให้ท่าทีของประเทศไทย "แกว่ง" อย่างเห็นได้ชัด
ส่วนเรื่องสถานะของมาตรการภาษีและอำนาจฝ่ายบริหารนั้นอรรถวิชช์ ระบุว่าเรื่องภาษีมีการ ตีความในศาลสูงสหรัฐฯ อยู่ในขณะนี้ ว่าคำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์นั้น ทำได้หรือไม่ อย่างไร นี่ ยังไม่เป็นข้อสิ้นสุด หากสุดท้ายแล้วมาตรการนี้ต้องเข้าคองเกรส (สภาสหรัฐฯ) ก็ต้องใช้เสียงข้างมาก ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย
ดังนั้น ขอยืนยันว่าเราต้องแยกเรื่องภาษีออกจากเรื่องอธิปไตย โดยยืนยันว่า อธิปไตยของประเทศเป็นเรื่องที่เราจะเสียไม่ได้อย่างเด็ดขาด
ส่วนประเด็นการมีส่วนร่วมของบุคคลภายนอกของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา หรือ นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ประธานอาเซียน นั้น ไม่ควรมีส่วนร่วม ในการรักษา สันติภาพของไทยในประเทศ และการเชิญชวนให้บุคคลเหล่านี้เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของไทยนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง


