


26+



























'ยกเครื่องเพื่อไทย' ชูโครงสร้าง 4 เสาหลัก เพิ่ม ประสิทธิภาพพรรค
'แพทองธาร' ประกาศ 'ยกเครื่องเพื่อไทย' ครั้งใหญ่ ย้ำอำนาจตัดสินใจอยู่ที่หัวหน้าพรรคและ กก.บห. ชูโครงสร้าง 4 เสาหลัก เพิ่ม ประสิทธิภาพ เสถียรภาพ และเอกภาพมาก
นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “ยกเครื่องเพื่อไทย ยกเครื่องประเทศไทย“ พร้อมเปิดตัวผู้เสนอตัวสมัครเป็น สส.พรรคเพื่อไทย
โดยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร กล่าวว่า วันนี้เป็นครั้งแรกหลังจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ที่หัวใจของพรรคเพื่อไทยได้มารวมตัวกันและสื่อสารกันแบบใจถึงใจ พรรคเพื่อไทยถูกกระทำให้เป็นฝ่ายค้าน และ ดร.ทักษิณ (ผู้ก่อตั้งพรรค) อยู่ในเรือนจำจากคดีที่ตั้งต้นด้วยอำนาจรัฐประหาร
แม้จะมีการเลือกตั้งซ่อมที่มีทั้งชัยชนะที่เชียงรายและความพ่ายแพ้ที่ศรีสะเกษ และมีคำพูดว่า "พรรคเพื่อไทยมาถึงทางตัน" "พรรคเพื่อไทยตายแน่นอน" หรือ "พรรคเพื่อไทยสูญพันธุ์แน่นอน" แต่ตนไม่เคยเชื่อเช่นนั้นเลย เพราะ "พรรคเพื่อไทยจะสูญพันธุ์ พรรคเพื่อไทยสูญพันธุ์ไปนานแล้วค่ะ"
เผชิญชะตากรรมทางการเมืองที่สาหัสที่สุด
พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองที่มีผลงานเป็นรูปธรรมมากที่สุดและต้องเผชิญชะตากรรมทางการเมืองสาหัสที่สุด พรรคนี้โดนรัฐประหารมาแล้ว 2 ครั้ง ถูกยุบไปแล้ว 2 พรรค กรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิ์เกือบ 200 คน และปลดนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งถึง 6 คน โดยที่ผู้ก่อรัฐประหารไม่ต้องคดี แต่ผู้ก่อตั้งพรรคกลับถูกจองจำ
จิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทยคือ นโยบายที่ทำได้จริงเพื่อพี่น้องประชาชน โดยเชื่อมั่นว่าการทำเพื่อนโยบายที่ดีและเข้าถึงประชาชนจะทำให้ชีวิตของพวกเขากินดีอยู่ดี และปลดปล่อยศักยภาพของประชาชนได้อย่างเต็มที่
"ดิฉันพร้อมสู้และพรรคเพื่อไทยก็พร้อมสู้ค่ะ"
นางสาวแพทองธาร กล่าวต่อว่า ประเทศไทยยังคงต้องการการเมืองที่สร้างสรรค์และเป็นความหวังของประชาชน พรรคเพื่อไทยจึงต้องสรุปบทเรียนที่ผ่านมา ทั้งข้อดี ข้อเสีย ข้อผิด ข้อพลาด และข้อที่ทำถูกต้อง เพื่อปรับตัวให้ทันสถานการณ์ รวมถึงรับมือกับคนรุ่นใหม่และเหตุการณ์ของบ้านเมือง
ดังนั้น พรรคเพื่อไทยจึงต้องทำการ "ยกเครื่องครั้งใหญ่" ในเรื่องของโครงสร้างพรรคทั้งหมด เพื่อดึงศักยภาพของแต่ละคนออกมาใช้ให้เต็มความสามารถ และประกาศอย่างชัดเจนว่า อำนาจในการตัดสินใจที่เกี่ยวกับพรรคและทิศทางการเมืองของพรรคจะอยู่ที่หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารของพรรค โดยจะมีแต่ "เส้นทางที่ตรงและชัดเจน" ในการตัดสินใจ การเปลี่ยนแปลง และทำให้เกิดความเป็นเอกภาพ
เสริมความแข็งแกร่งด้วยคณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อความเป็นเอกภาพและสร้างความเข้มแข็ง พรรคเพื่อไทยจะจัดตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อรับคำปรึกษาจากคณะกรรมการ 2 ส่วน
1.คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นนักคิด นักยุทธศาสตร์ที่ร่วมงานมาตั้งแต่ก่อตั้งพรรค
2. คณะกรรมการที่ปรึกษาทางด้านการเมือง ที่ผ่านสมรภูมิการเลือกตั้งและผ่านการเมืองมาหลายยุคหลายสมัย
การรวม "สมอง" และ "ประสบการณ์" เหล่านี้ จะสร้างความเข้มแข็งในหลังบ้าน และสามารถตัดสินใจได้อย่างคล่องแคล่ว รวดเร็ว และแม่นยำ
แบ่งการทำงานออกเป็น 4 เสาหลัก
ด้านการทำงานเชิงปฏิบัติการ พรรคเพื่อไทยจะแบ่งโครงสร้างเป็น 4 เสาหลัก
1. สำนักงานกิจการสภาผู้แทนราษฎร : ดูแลการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร การประชุมสภา และการประชุมกรรมาธิการ
2.สำนักนโยบาย: เป็นการศึกษาวิจัยซึ่งเป็น DNA ของพรรคตั้งแต่พรรคไทยรักไทย และจะสนับสนุนเรื่องนโยบายและวิชาการให้ ส.ส.
3.สำนักเลขาธิการพรรค : เลขาธิการพรรคเป็นหัวเรือใหญ่ในการบริหารจัดการกิจการทั้งหมดของพรรค โดยมีผู้อำนวยการพรรคดูแลสำนักงานใหญ่และสาขา และมีฝ่ายกฎหมายและเลขาธิการพรรคทำหน้าที่ประสานงานกับคณะกรรมการทั้ง 5 ภูมิภาค (เหนือ, อีสาน, กลาง, ใต้, และกรุงเทพฯ และปริมณฑล)
4.สำนักสื่อสาร : มีฝ่ายยุทธศาสตร์วางแผนเรื่องการสื่อสารร่วมกับกองโฆษกพรรค เพื่อสื่อสารกับประชาชนและลดช่องว่างระหว่างพรรคการเมืองกับประชาชน
นางสาวแพทองธาร ระบุว่า โครงสร้างใหม่นี้จะทำให้กระบวนการในพรรคเพื่อไทยมีประสิทธิภาพ มีเสถียรภาพ และเป็นเอกภาพมากยิ่งขึ้น
พรรคเพื่อไทยได้เปิดรับสมัครผู้เสนอตัวเป็น สส. มาระยะหนึ่งแล้ว โดยอยากให้พรรคเป็นพื้นที่สำหรับทุกคนที่เชื่อมั่นว่า การขับเคลื่อนโดยนโยบายที่เป็นประโยชน์ จะทำให้ประเทศชาติก้าวไปต่ออย่างแข็งแรง และต้องเป็นคนที่เชื่อใน "ประชาธิปไตยที่กินได้"
โดยในวันนี้เอง ผู้เสนอตัวสมัครเป็น สส. หน้าใหม่เกือบ 100 คน ก็มาจากระบบใหม่นี้เช่นกัน และได้เชิญชวนคนทั้งประเทศที่มีอุดมการณ์ใกล้เคียงกัน หรือต้องการจะเข้าใจวิธีคิดของพรรคเพื่อไทยให้มาสมัครร่วมกัน ไม่ว่าจะมีประสบการณ์หรือไม่ก็ตาม
กระบวนการรับสมัคร สส. รอบนี้ จะมีการคัดกรองและส่งข้อมูลของผู้สมัครทุกท่านไปยัง 5 ภูมิภาค ที่มีผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน เพื่อพิจารณาแยกกันในแต่ละภาค และต้องการเปิดโอกาสให้ทุกคนแสดงอุดมการณ์และศักยภาพ
นอกจากนี้ พรรคยังคงมีพื้นที่กิจกรรมสำหรับคนรุ่นใหม่ คือ YPP (Young Pheu Thai Platform)ซึ่งจบไปแล้ว 1 คอร์ส และกำลังจะมีคอร์สต่อไป YPP จะเป็นเวทีแรกสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีอุดมการณ์และต้องการทราบแนวคิด เพื่อเป็นการเตรียมตัวก่อนเข้าสู่เส้นทางการเมือง



26+





























