posttoday
ตร.ลั่นไม่ยอมพธม.ปิดทำเนียบฯ-สภา

ตร.ลั่นไม่ยอมพธม.ปิดทำเนียบฯ-สภา

06 กุมภาพันธ์ 2554

โฆษกสตช.พร้อมใช้พ.ร.บ.มั่นคงบทที่2ห้ามเข้าพื้นที่หวงห้ามยุประชาชน ลั่นไม่ยอมให้ปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล-รัฐสภาเด็ดขาด พร้อมใช้มาตรการควบคุมฝูงชนทันทีหากฝ่าฝืน

โฆษกสตช.พร้อมใช้พ.ร.บ.มั่นคงบทที่2ห้ามเข้าพื้นที่หวงห้ามยุประชาชน ลั่นไม่ยอมให้ปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล-รัฐสภาเด็ดขาด พร้อมใช้มาตรการควบคุมฝูงชนทันทีหากฝ่าฝืน

พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมหลังมีการประกาศยกระดับการชุมนุมว่า ตอนนี้ก็มีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตามปกติและเพิ่มกำลังในบางส่วน เพื่อดูแลสถานที่ไม่ให้มีการบุกรุก ปิดล้อมสถานที่ราชการ ตำรวจจะไม่ยินยอมให้มีการปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล และสภา เนื่องจากเป็นสถานที่สำคัญในการบริหารประเทศ

"หากกลุ่มผู้ชุมนุมบุกรุกตำรวจจะดำเนินการอย่างเฉียบขาดเรามีมาตรการรองรับไว้แล้ว ซึ่งเราคงใช้แผนกรกฎ52 เหมือนเดิม แต่จะเปลี่ยนจากเดิมใช้ตำรวจแถวหน้านำคนออกจากพื้นที่มาใช้ตำรวจแถวหลังเอาคนออกมาแทนโดยการเปิดช่องเข้าไปจับกุมและนำตัวออกมา ซึ่งได้มีการซ้อมแผนไว้อย่างรัดกุมในการป้องกันการบุกทำเนียบฯ และสภา ส่วนการใช้แก๊สน้ำตา หรือน้ำฉีดนั้นอยู่ในขั้นตอนการควบคุมฝูงชนอยู่แล้ว" พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าว

พล.ต.ต.ประวุฒิกล่าวต่อว่า ส่วนการใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง เป็นการใช้กฎหมายเพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการดูแลกลุ่มผู้ชุมนุม ขณะนี้เราใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงบทที่ 1 เป็นการเฝ้าระวังทั่วไปแต่หากดูแนวโน้มว่าสถานการณ์อาจลุกลามบานปลายก็สามารถนำเสนอให้ใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงบทที่ 2 ประกาศพื้นที่เป็นเขตหวงห้าม ห้ามใครเข้าออกจากพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่จำเป็นแต่เราก็ได้เตรียมพร้อมเอาไว้ สามารถใช้บทที่ 2 ได้ทุกเวลา อย่างไรก็ตาม หากประชาชนที่รู้สึกว่าได้รับความเดือดร้อนจากการชุมนุมสามารถที่จะร้องศาลแพ่งให้ดำเนินการกับกลุ่มผู้ชุมนุมได้

ด้านพล.ต.ต.วรเทพ เมธาวัฒน์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานตรวจแห่งชาติได้ทำการฝึกซ้อม “กองร้อยควบคุมฝูงชนต้นแบบ” โดยเป็นการฝึกซ้อมแก้ไขสถานการณ์การชุมนุมประท้วง ตามแนวทางของสหประชาชาติ ปี 2554 ที่กองบังคับการฝึกอบรมตำรวจกลาง ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล โดยใช้หน่วยคอมมานโดกองปราบปรามจำนวน 1 กองร้อย มานำร่องในการฝึกระหว่างวันที่ 3-5 ก.พ.ที่ผ่านมา

จากนั้น จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำหน้าที่ควบคุมฝูงชน 200 กองร้อยจะหมุนเวียนเข้ารับการฝึกอบรม ส่วนในต่างจังหวัดก็จะส่งครูฝึกไปฝึกให้ ซึ่งรูปแบบการฝึกนี้จะเป็นมาตรฐานในการควบคุมฝูงชนที่ถูกต้องตามหลักสากลซึ่งใช้หลักจากเบาไปหาหนัก รูปแบบเปลี่ยนจากเดิมไม่มากแต่จะเปลี่ยนยุทธวิธีบางอย่างเพิ่มเติมเข้าไป ซึ่งจะทำให้การควบคุมฝูงชนเป็นมาตรฐานตามหลักสากลของสหประชาชาติ ตำรวจทุกนายที่ทำหน้าที่จะได้ทราบขั้นตอนว่าจะดำเนินการอย่างไรในแต่ละสถานการณ์ ซึ่งการฝึกซ้อมจะมีการสมมุติเหตุการณ์การชุมนุมในสถานการณ์ต่างๆ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน