posttoday
จุดร่วมปชป.-เสื้อแดงค้านปฏิวัติสีเหลือง

จุดร่วมปชป.-เสื้อแดงค้านปฏิวัติสีเหลือง

03 กุมภาพันธ์ 2554

นี่เป็น “วาระซ่อนเร้น” ของการชุมนุมของ พธม. ที่ไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้งจริงหรือไม่ เพราะความไม่พร้อมในทุกด้าน เพราะถ้าอยู่อย่างนี้ก็จะหมดพลังและถูกเชือดไปเรื่อยๆ....

นี่เป็น “วาระซ่อนเร้น” ของการชุมนุมของ พธม. ที่ไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้งจริงหรือไม่ เพราะความไม่พร้อมในทุกด้าน เพราะถ้าอยู่อย่างนี้ก็จะหมดพลังและถูกเชือดไปเรื่อยๆ....

โดย...ทีมข่าวการเมือง

จนถึงวันนี้ ข่าวปฏิวัติยังถูกสร้างกระแสออกมาต่อเนื่อง

น่าสนใจว่า ปัจจัยอะไรที่ทำให้ “เชื้อข่าว” นี้ยังวนเวียนอยู่ได้

ด้านหนึ่ง เป็นเพราะปัญหาความขัดแย้งที่ยังวุ่นๆ จากม็อบสีเสื้อต่างๆ และความเปราะบางทางการเมืองที่ยังอึมครึมและเสี่ยงต่อการเกิดความรุนแรงได้อยู่

ขณะที่สังคมยังขยาดกับการยึดอำนาจ 19 ก.ย. 2549 ที่สร้างปัญหาขมวดปมหลายชั้นมาจนถึงวันนี้ ทำให้ทุกครั้งที่แกนนำเสื้อแดงปูดข่าวปฏิวัติผสมด้วยเชื้อความหวาดผวาที่ยังมีอยู่ สังคมจึงฟังแบบฟังหูไว้หู

จุดร่วมปชป.-เสื้อแดงค้านปฏิวัติสีเหลือง

แม้เนื้อหาที่จตุพรพูดออกมา หลายคนขำว่าเวอร์ ไม่มีหลักฐาน ลื่นไหลไปเรื่อย

จากตอนแรกอ้างนายทหารยศ “พล.อ.” ร่วมวงประชุมลับเซฟเฮาส์ของพลเอกนายหนึ่ง โดยเตรียมกำลัง 30 กองร้อย ใช้ทหาร 3 พันนาย เพื่อปฏิวัติตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ถ้าอยากรู้ให้ไปถาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม เล่นเอา “บิ๊กป้อม” พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ควันออกหู

ก่อนที่จตุพรจะขยายผลต่อเนื่อง พาดพิง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ว่า การเดินทางไปเพชรบูรณ์ช่วงวันหยุด 29-30 ม.ค. โดยมีนายทหารใกล้ชิดระดับคุมกำลัง 2 นาย และตัวแทนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ซึ่งเป็นคนหน้าแหลมฟันดำอีกหนึ่งคน ก็เพื่อทำ “ปฏิญญาเพชรบูรณ์” วางแผนรัฐประหารกันจริงหรือไม่

เหตุผลเพราะ 1.กล่าวอ้างความแตกแยกในชาติอย่างรุนแรง 2.การเสียดินแดนให้กัมพูชา 3.สถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่แก้ไม่ได้ 4.การที่ทหารมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสลายการชุมนุม โดยมีผู้เสียชีวิต 91 คน

ตามด้วยพลพรรคเพื่อไทย ที่เรียงหน้าออกมากระพือข่าว เขียนแผนปฏิวัติว่า ยังมี “พล.อ. ด.” และ “พล.อ. ป.” ร่วมวงด้วย เช่นเดียวกับ พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ที่รับลูกว่ามีข้อมูลการเคลื่อนย้ายกำลังพลจากภาคตะวันออก โดยใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ จากนั้นแยกกำลังเป็น 2 ส่วน ไปที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ย่านบางเขน และ พล.ม.2 สนามเป้า

ไปกันใหญ่ว่านี่เป็นการเคลื่อนกำลังท่ามกลางกระแสข่าวปฏิวัติรัฐประหาร!!

เมื่อดูตัวละครที่อยู่ในฉาก “ปฏิวัติสมมติ” ที่แกนนำเสื้อแดงวาดภาพ ประกอบด้วย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ หนึ่งใน “ลูกป๋า” และอดีตประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2550-พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เสนาธิการทหารบก-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม พร้อมกับโยงไปที่ “แนวร่วมทหารเก่า” ที่มีแนวคิดสนับสนุนล้างการเมืองด้วยการปฏิวัติ ซึ่งล้วนเป็นแกนนำการชุมนุมของกลุ่ม พธม. และเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ ไม่ว่า พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ประพันธ์ คูณมี ที่นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เคยโยนระเบิดกลับไปว่า เป็นบางคนใน พธม. ที่ยึดมั่นในแนวทางยึดอำนาจ

ฉากปฏิวัติที่ “เสื้อแดง” เขียนเสือให้วัวกลัวเพื่อใช้สร้างกระแสร้อนครั้งนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเชื้อหลักมาจาก การชุมนุมของม็อบ พธม.เป็นหลัก ผสมกับตัวละครเก่าๆ ที่พัวพันกับการยึดอำนาจ 19 ก.ย. ทั้งที่ยังมีอำนาจอยู่ และกลุ่มผู้สนับสนุนเก่าที่กำลังมีบทบาทในการชุมนุมขณะนี้

ไม่ว่าผู้นำกองทัพ ลูกน้อง และแนวร่วมที่เคยเป็นกุนซือ “19 ก.ย.” โดยเฉพาะเครือข่ายของ “บิ๊กสงค์” ที่เจ้าตัวนั่งเก้าอี้ประธานที่ปรึกษาสมัชชาประชาชน หัวขบวน “ช่อง 13 สยามไท” ของเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ

อย่างไรก็ตาม ประเด็นการปฏิวัติใช่ว่าจะออกมาจากพรรคเพื่อไทยหรือเสื้อแดงเพียงฝ่ายเดียว แต่ระดับแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ก็มองว่าการเคลื่อนไหวของ พธม. เพื่อจุดชนวนให้เกิดการปฏิวัติ

ทั้งนี้ เพราะเงื่อนไขที่ พธม. เสนอมา 3 ข้อนั้นไม่มีทางที่รัฐบาลปฏิบัติได้ เหมือนขุดบ่อ “สร้างเงื่อนไข” บางอย่างเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ไปสู่ “ภาวะโกลาหล” คุมไม่อยู่ เปิดทางให้กองทัพเข้ายึดอำนาจ จัดระเบียบการเมืองใหม่ที่ยังวุ่นๆ ไม่เลิก โดยเฉพาะข้ออ้างเรื่องการหมิ่นสถาบันที่ระบาดในโลกไซเบอร์ ความเป็นห่วงต่อผลการเลือกตั้ง หากพรรคเพื่อไทยชนะได้จัดตั้งรัฐบาล

แกนนำประชาธิปัตย์จับกลิ่นจากการปราศรัยของแกนนำ พธม. บางคนที่เรียกร้องให้ “ล้างการเมืองในระบบ” เพราะนักการเมืองขี้ฉ้อในปัจจุบันไม่สามารถแก้วิกฤตชาติได้ โดยวิเคราะห์ว่าหากเกิดการปฏิวัติ กลุ่มสีเหลืองจะได้ประโยชน์มากที่สุด ทั้งการเข้าไปแชร์อำนาจในสูตร “รัฐบาลแห่งชาติ” หรืออาจจะเข้าไปอยู่ในสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติเหมือนในช่วงการยึดอำนาจ 19 ก.ย. 2549 นำมาสู่ การล้างกระดานคดีเก่าที่ติดตัว

พร้อมกับการปรากฏชื่อ “ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์” เป็นนายกฯ ในรัฐบาลปฏิวัติชุดใหม่ เป็นกระแสที่พูดกันหึ่ง

เป็น “อาทิตย์” ที่ปัจจุบันเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต และเป็นกองหนุนของ พธม. ซึ่งถูกทาบให้เป็นหัวหน้า “พรรคการเมืองใหม่” ซึ่งเจ้าตัวยังไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ

เหตุที่ พธม. ต้องเดินเกมแบบนี้เพราะไม่มีทางเลือก ขืนปล่อยให้มีการเลือกตั้ง ตัวเองก็พ่ายแพ้ ไม่มีที่ยืน ผลงานที่สร้างมาก็จะเลือนหายไป

กระนั้นก็ตาม น้ำหนักของเนื้อข่าวปฏิวัติอาจไม่มีมูลพอที่จะทำให้ผู้คนเชื่อถือ เพราะไม่เชื่อว่าจะมีใครกล้าเอารถถังออกมา แม้ยึดอำนาจได้ไม่ยาก แต่ก็ปกครองไม่ได้ อีกทั้งสภาพปัจจุบันก็เหมือน “ปฏิวัติเงียบ” อยู่แล้วที่กองทัพกับพรรคประชาธิปัตย์จับมือกันแน่นสู้กับทักษิณอยู่

ขณะเดียวกัน “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ดูจะพึงพอใจกับสภาพการเมืองปัจจุบันที่เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังไปได้สวย พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยต้องแก้ไขด้วยกระบวนการที่ถูกกฎหมาย เลิกคิดได้แล้วเรื่องปฏิวัติ ควรแก้ด้วยวิถีตามระบอบประชาธิปไตย

ในทางกลับกัน การปูดของแกนนำม็อบเสื้อแดงและนักการเมืองสีแดง ในทางการเมืองถือว่า ได้กับได้ ไม่ว่าการทำให้กองทัพกับพรรคประชาธิปัตย์หวาดระแวง ปลุกให้สังคมไม่พอใจกองทัพ และพรรคประชาธิปัตย์ที่แกนนำเสื้อแดงให้เหตุผลแบบเหวี่ยงแหว่าคิดแผนปฏิวัติร่วมกัน ยังเป็นการทำลายม็อบเสื้อเหลืองว่ามีวาระซ่อนเร้นเรื่องการปฏิวัติ ส่วนด้านบวกคือสร้างกระแสให้เสื้อแดง เพราะนี่เป็นจุดยืนที่ต่อต้านการปฏิวัติมาแต่แรก

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์เองก็เสียประโยชน์หากมีการปฏิวัติ ก็เป็นห่วงต่อการชุมนุมของม็อบ พธม. ที่นับวันก้าวร้าวแบบไร้เหตุผล ขู่จะยกระดับทุกวัน พร้อมขีดเส้นตายให้รัฐบาลรับผิดชอบและแก้ปัญหาสองคนไทยในคุกเขมรโดยด่วน

คนใกล้ตัว พธม. อย่างประชาธิปัตย์ จับสัญญาณได้ว่าการออกมาของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และแกนนำเสื้อเหลืองสองปีก ที่คึกคัก บนดิน ใต้ดิน ทั้งต่อสายคุยกับบิ๊กกองทัพ เพื่อเร่งเร้าสถานการณ์แบบผิดปกติ แต่ไม่ได้รับเสียงตอบรับจากผู้มีอำนาจตัวจริง

นี่เป็น “วาระซ่อนเร้น” ของการชุมนุมของ พธม. ที่ไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้งจริงหรือไม่ เพราะความไม่พร้อมในทุกด้าน เพราะถ้าอยู่อย่างนี้ก็จะหมดพลังและถูกเชือดไปเรื่อยๆ ขณะที่มิตรรักกับประชาธิปัตย์ก็กลับกลายเป็นศัตรูที่ไม่เผาผีกันแล้ว

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค