สมการทางรอดรัฐบาลเพื่อไทย หากไร้ภูมิใจไทยร่วมครม.แพทองธาร
รัฐบาลเพื่อไทยเสียงหายเหลือ 255 ต้องหาเพิ่ม 15 เสียง หลังภูมิใจไทย ประกาศถอนตัวหากถูกยึดคืนเก้าอี้มหาดไทย จับตา8เก้าอี้รัฐมนตรีถูกเกลี่ยให้ฝ่ายสนับสนุนแพทองธาร
รัฐบาลผสมภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทยกำลังเผชิญกับภาวะสั่นคลอนทางการเมืองอย่างชัดเจน หลังพรรคภูมิใจไทยส่งสัญญาณอาจถอนตัวจากรัฐบาล หากไม่ได้รักษากระทรวงมหาดไทยไว้ ส่งผลให้เสียง ส.ส. ในมือรัฐบาลลดจาก 324 เหลือเพียง 255 เสียง จาก 10 พรรคการเมืองที่ยังยืนอยู่ฝั่งรัฐบาล
เสียงหาย – ต้องเติม
แม้จำนวน ส.ส. ที่เหลือจะยังมากกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของการเป็นเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร (248 เสียง) แต่หากต้องการบริหารประเทศอย่างมีเสถียรภาพ รัฐบาลควรมีเสียงอย่างน้อย 270 เสียงขึ้นไป นั่นหมายถึงยังขาดอีก 15 เสียงที่ต้องเติม
ฝ่ายค้านแข็งแรง 226 เสียง – ภูมิใจไทยนำทัพ
ขณะเดียวกัน ฝ่ายค้านที่อาจรวมตัวกันแน่นแฟ้นมากขึ้น ประกอบด้วย
- พรรคก้าวไกล 142 เสียง
- พรรคภูมิใจไทย 69 เสียง
- พรรคพลังประชารัฐ 14 เสียง
- รวมไทยสร้างชาติ 1 เสียง
รวมเป็น 226 เสียง ที่พร้อมจะท้าทายหรือสกัดร่างกฎหมายสำคัญของรัฐบาล
ตัวแปรฝั่งฝ่ายค้าน – มีสิทธิ “ไขว้” เสียง
รายงานข่าวระบุว่ามีความเป็นไปได้ที่ ส.ส. จากฝ่ายค้านบางส่วนอาจขยับมาหนุนรัฐบาลเพื่อไทย ได้แก่
- พรรคไทยก้าวหน้า 1 เสียง
- พรรคประชาชน 1 เสียง
- กลุ่มสันติ พร้อมพัฒน์ (พลังประชารัฐ) 6 เสียง (3 คนยังไม่เปิดตัวชัดเจน)
- พรรคไทยสร้างไทย 3 เสียง (2 เดิมจากภูมิใจไทย, 1 ยังไม่ชัดเจนจุดยืน)
เสียงเหล่านี้อาจกลายเป็นกุญแจสำคัญในการประคองรัฐบาลต่อไป
8 เก้าอี้รัฐมนตรี “ภูมิใจไทย” ในรัฐบาลชุดนี้
ในรัฐบาลปัจจุบัน พรรคภูมิใจไทยมีตำแหน่งรัฐมนตรีอยู่ 8 ที่นั่ง ได้แก่
- อนุทิน ชาญวีรกูล – รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย
- พิพัฒน์ รัชกิจประการ – รมว.แรงงาน
- พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ – รมว.ศึกษาธิการ
- ศุภมาส อิศรภักดี – รมว.อว.
- ทรงศักดิ์ ทองศรี – รมช.มหาดไทย
- ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ – รมช.มหาดไทย
- สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล – รมช.ศึกษาธิการ
- นภินทร ศรีสรรพางค์ – รมช.พาณิชย์
หากภูมิใจไทยถอนตัว ตำแหน่งทั้งหมดจะต้องจัดสรรใหม่ และอาจเปิดทางให้กลุ่มการเมืองอื่นที่เข้ามาเติมเต็มเสียงในรัฐบาล ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีแทน
สมการเปราะบาง “แพทองธาร 2”
สัญญาณการปรับคณะรัฐมนตรี “แพทองธาร 2” จึงไม่ใช่เพียงการจัดทัพใหม่ แต่เป็นโจทย์ใหญ่ที่อาจนำไปสู่การเปลี่ยนสมดุลอำนาจในสภา และอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หากการต่อรองไม่ลงตัว รัฐบาลอาจต้องเผชิญแรงเสียดทานจากพรรคร่วมที่กลายเป็นฝ่ายค้านในอนาคตอันใกล้.


