posttoday
ครม.ตั้งกก.สางปมมือถือ

ครม.ตั้งกก.สางปมมือถือ

02 กุมภาพันธ์ 2554

ครม.ยื้อเวลาฟัน 3 ค่ายมือถือ สั่งตั้งกรรมการสัมปทานมือถือใน 15 วัน เปิดทางผ่อนจ่าย 30 ปี

ครม.ยื้อเวลาฟัน 3 ค่ายมือถือ สั่งตั้งกรรมการสัมปทานมือถือใน 15 วัน เปิดทางผ่อนจ่าย 30 ปี

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.มีมติให้ตั้งคณะกรรมการเพื่อเจรจาค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการแก้ไขสัญญาสัมปทานกับผู้ให้บริการมือถือทั้ง 3 ราย คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค และบริษัท ทรูมูฟ โดยต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 15 วัน และกลับมานำเสนอ ครม.อีกครั้ง

เรื่องของการแก้สัญญาสัมปทานของบริษัทโทรคมนาคมสืบเนื่องมาจากการที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเคยมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับความไม่ถูกต้องของสัญญาสัมปทานที่มีการแก้ไข โดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) ได้รายงานมาให้ครม.ทราบว่าการแก้ไขสัญญาแต่ละครั้งกับแต่ละบริษัทมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง และแยกออกมาโดยหลักก็คือว่ากรณีที่เป็นการแก้ไขที่ไม่ใช่สาระสำคัญ เช่นการเปลี่ยนที่อยู่ ก็ได้ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการตามพรบ.ร่วมทุนมาตรา22 และครม.ก็ให้ความเห็นชอบไปได้ ส่วนกรณีการแก้ไขสัญญาในลักษณะซึ่งเป็นสาระสำคัญแลกะกระทบกับประโยชน์ของรัฐเช่นการไปปรับลดส่วนแบ่งรายได้ ซึ่งกระทรวงไอซีทีก็รายงานมาว่าจะไปดำเนินการเจรจาเพื่อให้มีการดำเนินการให้เป็นไปตามแนวคำวินิจฉัยของศาล ของคณะกรรมการกฤษฎีกาและรักษาผลประโยชน์ของรัฐ โดยจะไปเจรจาและรายงานกลับมาให้ทราบภายใน 15 วัน ทั้งนี้กระทรวงไอซีทีต้องเตรียมมาตรการรองรับหลังจกานี้ถ้ามีผลการเจรจาเป็นอย่างไร ก็จะต้องสามารถดูแลผลประโยชน์ของหน่วยงานรัฐและประชาชนผู้รับบริการได้ด้วย

“การให้กลับไปเจรจาภายใน 15 วัน เป็นข้อเสนอของกระทรวงไอซีที ที่จะต้องเอาเรื่องทั้งหมดไปเจรจา เมื่อเสร็จก็ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ใครที่สัญญาเกิดหลังปี 2535 ก็ต้องไปตามมาตรา 13 แต่กรณีไหนที่เกิดขึ้นก่อน พ.ศ. 2535 ก็ดำเนินการตามมาตรา 22” นายกฯ กล่าว

นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที กล่าวว่า ผลสรุปของคณะกรรมการชุดนี้ จะต้องเสนอให้ ครม.ตัดสินว่าจะเอาอย่างไร

“เรื่องนี้ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ใครล้มละลาย แต่ต้องรอ 2 เรื่องคือ ผลสรุปของการเจรจา และผลความชัดเจนว่าต้องไปที่ศาลเลยหรืออนุญาโต และเอกชนไม่ควรไปยึดติดว่าจำนวนการชดใช้ต้องตามจำนวนเงินที่ทีโอทีเรียกไป เพราะทั้งหมดต้องเจรจา เช่น อนุญาตให้จ่ายระยะยาวไป 2030 ปี เอกชนจะว่าอย่างไรเพราะก็จะไม่เป็นภาระในระยะสั้น” นายจุติ กล่าว

ด้าน น.ส.ฉั่วซอกกุง หัวหน้ากลุ่มเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร สิงเทล จากสิงคโปร์ ออกแถลงการณ์หลังเข้าพบนายกฯ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 1 ก.พ. ว่า สิงเทลยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองและยังคงทำธุรกิจในประเทศไทยโดยเป็นผู้ถือหุ้นของเอไอเอสต่อไป แต่ต้องการให้รัฐบาลปฏิบัติต่อผู้ให้บริการทุกรายอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมกัน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลไม่มีการเลือกปฏิบัติอยู่แล้ว ส่วนที่มีการแถลงข่าวกล่าวหารัฐบาลในเรื่องนี้ ก็จะมีการขอโทษตนเอง

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน