
อรรถพรซัดทนายนปช.ฟ้องศาลโลกเพิ่มความแตกแยกเพื่อไทย
เด็กปชป. ชี้โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ฟ้องศาลอาญาระหว่างประเทศเพิ่มปัญหาความแตกแยกในพรรคเพื่อไทย แนะตรวจสอบเส้นทางการเงิน ส.ส.เพื่อพิสูจน์ว่าใครจะย้ายพรรค
เด็กปชป. ชี้โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ฟ้องศาลอาญาระหว่างประเทศเพิ่มปัญหาความแตกแยกในพรรคเพื่อไทย แนะตรวจสอบเส้นทางการเงิน ส.ส.เพื่อพิสูจน์ว่าใครจะย้ายพรรค
นายอรรถพร พลบุตร ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศเพื่อขอให้อัยการเปิดการสอบสวนสถานการณ์ในประเทศไทย และถ่ายทอดมายังกลุ่มคนเสื้อแดงว่า การเคลื่อนไหวของนายโรเบิร์ตและกลุ่มคนเสื้อแดงยิ่งสร้างภาวะกดดันแก่พรรคเพื่อไทยให้เกิดปัญหาภายในมากยิ่งขึ้น เพราะจากการพูดคุยกับส.ส.เพื่อไทยทำให้ทราบว่าส.ส.ในบางพื้นที่มองว่า นายโรเบิร์ต มีภาพเป็นบุคคลที่ทำร้ายประเทศไทยและเคยเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จในทางทำลายล้างสถาบันเบื้องสูงผ่านสื่อต่างๆ ไปทั่วโลก ดังนั้นบทบาทของทนายพ.ต.ท.ทักษิณผู้นี้ก็ยิ่งทำให้สังคมเกิดความเคลือบแคลงพรรคเพื่อไทยในประเด็นความจงรักภักดี และจะถูกฝ่ายตรงข้ามนำจุดอ่อนกรณีนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัมมาขยายผล
“ประเด็นเรื่องสถาบันเป็นหนึ่งในประเด็นที่ทำให้พรรคเพื่อไทยเกิดความแตกแยกในทุกระดับ เพราะส.ส.ในหลายพื้นที่ได้หวั่นเกรงผลกระทบในเรื่องนี้ ส่วนประเด็นอื่นๆคือ สภาพการแบ่งเป็นกลุ่มเป็นมุ้งซึ่งมีไมต่ำกว่า 5 กลุ่ม โดยที่ไม่อาจหาหัวหน้าพรรคตัวจริงได้เพราะพ.ต.ท.ทักษิณไม่ไว้ใจใคร ปัญหาการวางตัวผู้สมัครในพื้นที่ที่จำนวนส.ส.ลดลงและการเบียดแทรกเสนอตัวเข้ามาของแกนนำคนเสื้อแดง รวมทั้งการวิเคราะห์ว่า ด้วยสูตรของรัฐธรรมนูญที่แก้ไขใหม่ซึ่งปรับจำนวนส.ส.เขตและสัดส่วนเป็น375-125 คือการปิดประตูโอกาสจัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย ประเด็นทั้งหมดเหล่านี้คือสาเหตุที่ทำให้ส.ส.เพื่อไทยจำนวน30-40คนเตรียมที่จะย้ายพรรค”นายอรรถพรกล่าว
นายอรรถพร กล่าวตอบโต้การแถลงข่าวของโฆษกพรรคเพื่อไทยที่ปฏิเสธว่ามีส.ส.ย้ายพรรคว่า ตนไม่เคยแถลงว่าจะมีส.ส.เพื่อไทยจำนวนหนึ่งยกมือสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพียงแต่กล่าวว่าจะมีส.ส.จำนวนหนึ่งย้ายพรรคเท่านั้น แต่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ รุกรี้ลุกลน อยากจะทาแป้งแต่งหล่อจ้อข่าวรายวัน จึงหยิบประเด็นผิด
“ผมแนะนำด้วยความหวังดีว่า ถ้าอยากรู้ความจริง พรรคเพื่อไทยก็ลองตรวจสอบเส้นทางการเงินของส.ส.ในพรรคดู แล้วก็จะรู้ว่า ในระยะ2 เดือนทีผ่านมาจนถึงขณะนี้ ส.ส.คนใดรับเงิน 2 ทาง ทั้งจากพรรคเพื่อไทยและพรรคใหม่ที่จะย้ายไปอยูด้วย จะได้รู้อนาคตตัวเองเสียที” นายอรรถพรกล่าว







