
พธม.เปิดศึกกษิต เตรียมยื่นถอดถอนต่อปปช.
พันธมิตรฯ ย้ำรบ.ต้องยกเลิก เอ็มโอยู43 เพื่อแสดงแสนยานุภาพทางทหารต่อรอง อัด “กษิต” ไม่ปกป้องอธิปไตยชาติ เตรียมรวบรวมข้อมูลยื่นถอดถอนต่อปปช.
พันธมิตรฯ ย้ำรบ.ต้องยกเลิก เอ็มโอยู43 เพื่อแสดงแสนยานุภาพทางทหารต่อรอง อัด “กษิต” ไม่ปกป้องอธิปไตยชาติ เตรียมรวบรวมข้อมูลยื่นถอดถอนต่อปปช.
เมื่อเวลา 18.00 น. นายปานเทพ พัวพงษ์พัน โฆษกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) แถลงยืนยันว่า การยกเลิกบันทึกข้อตกลงปักปันเขตแดนไทย-กัมพูชา (เอ็มโอยู 43) ไม่ได้เป็นการท้ารบกับทางกัมพูชา แต่เป็นการปลดล็อก แสนยานุภาพทางการทหาร เพื่อนำไปใช้เจรจาต่อรอง เรื่องดินแดนกับกัมพูชา โดยเฉพาะการเจรจากรอบใหม่หลังจากยกเลิกเอ็มโอยู 43 ที่จะให้เกิดความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่ไทยเสียเปรียบอยู่ฝ่ายเดียว
ทั้งนี้พันธมิตรฯเรียกร้องให้รัฐบาล ดำเนินการให้กัมพูชาปลดธงชาติกัมพูชาที่อยู่บริเวณประตูทางเข้าวัดแก้วสิขาคีรีสวรักษ์ รวมทั้งให้นำธงไทยและทหารของไทยเข้าไปประจำการในพื้นที่ดังกล่าว เพราะหากปล่อยไว้จะเสียยุทธศาสตร์สำคัญ
อย่างไรก็ตาม กัมพูชาจะใช้วัดดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่บริหารจัดการปราสาทพระวิหาร โดยใช้เป็นจุดบริการนักท่องเที่ยวและลานจอดรถ ดังนั้นหากมีคนไทยเข้าไปอยู่ ก็จะไม่สามารถบริหารจัดการได้
ส่วนการที่นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กล่าวหากลุ่มพันธมิตรฯ ใช้การเมืองระหว่างประเทศมาเคลื่อนไหวเป็นการเมืองภายในประเทศ และไม่สามารถปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของกลุ่มพันธมิตรฯได้นั้น นายกษิต เองที่เป็นคนขึ้นเวทีปราศรัยของพันธมิตรฯ และเปรียบเปรย นายฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ว่า “กุ๊ย” แสดงถึงวุฒิภาวะ การทำหน้าที่รัฐมนตรี รวมถึงไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องสำคัญทั้งอธิปไตยเขตแดนของไทยและที่ดินของคนไทยที่ถูกรุกล้ำจนไม่สามารรถเข้าไปประกอบอาชีพได้ กลับเป็นห่วงเรื่องของการค้าและแรงงานซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม และนำข้อมูลทั้งหมดที่ได้ยื่นถอดถอนกับทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) และยื่นฟ้องศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง







