posttoday
เกมเศรษฐกิจโลกผันผวน สหรัฐลงแข่ง-ทวงคืนความเป็นหนึ่ง

เกมเศรษฐกิจโลกผันผวน สหรัฐลงแข่ง-ทวงคืนความเป็นหนึ่ง

27 มกราคม 2554

โลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปแล้วอย่างชัดเจน และถึงเวลาแล้วที่ทุกคนต้องยอมรับ โดยเฉพาะในวันที่ผู้นำสหรัฐหวนกลับมาใช้นโยบายสร้างศักยภาพการแข่งขันของอเมริกา (American Competitive) ใจความสำคัญของถ้อยแถลงนโยบายและทิศทางของรัฐบาลสหรัฐต่อสภาคองเกรส (The State of Union)

โลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปแล้วอย่างชัดเจน และถึงเวลาแล้วที่ทุกคนต้องยอมรับ โดยเฉพาะในวันที่ผู้นำสหรัฐหวนกลับมาใช้นโยบายสร้างศักยภาพการแข่งขันของอเมริกา (American Competitive) ใจความสำคัญของถ้อยแถลงนโยบายและทิศทางของรัฐบาลสหรัฐต่อสภาคองเกรส (The State of Union)

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

 

เกมเศรษฐกิจโลกผันผวน สหรัฐลงแข่ง-ทวงคืนความเป็นหนึ่ง

โลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปแล้วอย่างชัดเจน และถึงเวลาแล้วที่ทุกคนต้องยอมรับ โดยเฉพาะในวันที่ผู้นำสหรัฐหวนกลับมาใช้นโยบายสร้างศักยภาพการแข่งขันของอเมริกา (American Competitive) ใจความสำคัญของถ้อยแถลงนโยบายและทิศทางของรัฐบาลสหรัฐต่อสภาคองเกรส (The State of Union)

ครั้งหนึ่ง ประธานาธิบดี โรนัลด์ เรแกน ตั้งสภาเดียวกันนี้เมื่อปี 1983 ซึ่งเป็นช่วงกลางเทอมที่คะแนนเสียงของตัวเองกำลังทรุด ไม่ต่างจากโอบามาในเวลานี้ โดยใช้ชื่อว่าคณะกรรมการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันด้านอุตสาหกรรม (The President’s Commission on Industrial Competitiveness : PCOIC)

ยุคเรแกน ญี่ปุ่นคือ คู่แข่งทางเศรษฐกิจที่น่ากลัวที่สุดสำหรับสหรัฐ มีความหวาดเกรงกันมากกว่าญี่ปุ่น ซึ่งมีศักยภาพด้านอุตสาหกรรมการผลิตสูงจะครอบครองเศรษฐกิจโลก และขณะนี้ 28 ปีต่อมา บทบาทนั้นอยู่ในกงเล็บของพญามังกรอย่างจีน

ส่วนหนึ่งน่าสนใจว่า ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของสหรัฐและญี่ปุ่นพัฒนาผกผันไปในรูปแบบใด หลังจากเรแกนตั้งคณะกรรมาธิการชุดดังกล่าว

ในช่วงปี 1980s ด้วยความเฟื่องฟูภายในประเทศ ธนาคารญี่ปุ่นปล่อยเงินให้นักลงทุนเพื่อทุ่มให้กับการลงทุนในภาคอสังหาฯ จนกระทั่งยุคพีกสุดของปรากฏการณ์ก็คือ เมื่อปี 1989 มิตซูบิชิ เอสเตท ทุ่มซื้อหุ้นราว 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในร็อกกี้เฟลเลอร์ กรุ๊ป บริษัทอสังหาฯ ที่แมนฮัตตัน ของสหรัฐ จนญี่ปุ่นต้องเผชิญกับภาวะฟองสบู่แตก... 21 ปีต่อมาจีนก้าวแซงหน้าญี่ปุ่นเป็นประเทศเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลก

นั้นคือแม้ว่าสภาการแข่งขันของเรแกนสร้างคำแนะนำที่มีประโยชน์มากมาย แต่ก็ไม่ได้ช่วยสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจที่แท้จริงต่อบริษัทต่างๆ ในสหรัฐ เพราะถือเป็นเคราะห์ดีที่ญี่ปุ่นยิงกระสุนเข้าตัวเสียก่อน สูญเสียศักยภาพการแข่งขันจากภาวะฟองสบู่แตกในประเทศ สหรัฐจึงผ่านพ้นภาวะการแข่งขันมาได้

ณ เวลานี้ ต้นสายปลายเหตุที่โอบามาปลุกเรื่องนี้ให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เพราะเล็งเห็นว่า ส่วนหนึ่งสหรัฐต้องพยายามดิ้นทุกวิถีทาง เพื่อให้ชาวอเมริกันได้กลับไปมีงานทำอีกครั้ง และการมุ่งเป้าหมายไปที่การแข่งขันของภาคเอกชนก็เป็นอีกหนึ่งหนทางรอด

การแต่งตั้ง เจฟฟรีย์ อิมเมลต์ ซีอีโอของเจเนอรัล อิเลคทริค (จีอี) ขึ้นเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ และเป็นประธานสภาพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันและการจ้างงาน (The President’s Council on Jobs and Competitiveness : PCOJC) เป็นสัญญาณแรกแสดงให้เห็นว่า โอบามาพุ่งเป้ากระชับความร่วมมือจากภาคเอกชนหลังจากที่ก่อนหน้านั้น โอบามา ก็เข้าพบกับ สตีฟ จ็อบส์ ซีอีโอของแอปเปิล ในฐานะผู้บริหารบริษัทสัญชาติอเมริกันแห่งเดียว ที่ผงาดอย่างสง่าในเวทีธุรกิจโลก

ไม่เพียงการแข่งขันในภาคธุรกิจเท่านั้น แต่เหนือสิ่งอื่นใดสหรัฐกำลังมี “จีน” ตามติดในฐานะคู่แข่ง

สหรัฐเป็นหนึ่งและตั้งตัวเองเป็น “พี่ใหญ่” “เสียงดัง” ในทุกๆ ด้าน โดยไม่ต้องเกรงว่าจะมีหน้าไหนมาเทียบชั้นตลอดมา กระทั่งในเวลานี้ที่จีนกำลังเร่งสปีดและทวีศักยภาพตัวเอง จี้สหรัฐเข้ามาอย่างกระชั้นชิด

ถ้อยแถลงตลอด 65 นาที ของโอบามา มียุโรปเป็นจุดเล็กๆ มีแอฟริกาเป็นเพียงความมืด มีเอเชียเป็นเป้า แม้จะกล่าวถึงเกาหลีใต้ อินเดีย แต่ทั้งหมดทั้งมวลล้วนตั้งมั่นมองจีนเป็นคู่ต่อสู้ ไม่ต่างจากความหวั่นเกรงเมื่อ 28 ปีก่อน เมื่อประธานาธิบดีเรแกนมองไปยังญี่ปุ่น

โอบามาไม่ได้เรียกร้องที่จะขอเพิ่มอาวุธยุทโธปกรณ์ในสมรภูมิรบเฉกเช่นประธานาธิบดีคนอื่นๆ แต่ร้องขอให้ขยายศักยภาพด้านเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ผ่านการลงทุนในด้านการศึกษาและเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มการต่อกรกับคู่แข่ง

“จีนกำลังสร้างรถไฟที่มีความเร็วสูงขึ้นและสนามบินใหม่ ขณะที่นักวิศวกรสหรัฐให้เกรด D สำหรับสาธารณูปโภคในประเทศ”

นโยบายของสหรัฐจึงพร้อมลงแข่งในด้านสาธารณูปโภคด้วยการเตรียมสร้างเครือข่ายรถไฟความเร็วสูง เพื่อให้ชาวอเมริกัน 80% สามารถเข้าถึงและใช้ได้ภายใน 25 ปี และจะปรับปรุงการเข้าถึงและเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต รวมทั้งระบบอินเทอร์เน็ตไร้สายให้ครอบคลุม 98% ของชาวอเมริกัน

เมื่อจีนกำลังทุ่มลงทุนทั้งในพลังงานและพลังงานทางเลือก โอบามาจึงมีแผนลงทุนด้านพลังงานสะอาด และต้องการให้สหรัฐเป็นประเทศแรกที่มีพาหนะซึ่งขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าจำนวนกว่า 1 ล้านคันวิ่งกลาดเกลื่อนอยู่เต็มท้องถนนภายในปี 2015

นับจากนี้สหรัฐมีจีนเป็นแรงขับ ทั้งผลักและดันให้ต้องเพิ่มสปีดตัวเองเพื่อรักษาตำแหน่งนั้น ถ้อยแถลงของโอบามาต่อสภาคองเกรสจึงทำหน้าที่ไม่ต่างจากพิมพ์เขียวปลุกความเป็นที่หนึ่งของสหรัฐ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งจากเอเชีย

ในเชิงบวกแรงขับอาจเป็นสิ่งดีในการขับเคลื่อนบ้างสิ่ง ทว่าการกระโจนลงแข่งขันด้วยความหวังสูงสุดคือ ชัยชนะ เพื่อรักษาความเป็นหนึ่งทั้งที่ดูเป็นความกดดันอย่างรุนแรง

ซ้ำร้ายผู้ลงแข่งยังมีอาการเจ็บกระเสาะกระแสะ จะออกโรงเต็มแรงก็ลงยาก

สหรัฐยังต้องควบคุมการใช้จ่าย ระงับมาตรการหัดลดภาษีคนรวย ระงับมาตรการอุดหนุนภาษีน้ำมันของภาคธุรกิจ

การแข่งขันครั้งนี้ มีปากท้องของชาวอเมริกันเป็นตัวประกัน แต่ผลพลอยได้จากการแข่งขันในครั้งนี้ คือความก้าวหน้าของโลกที่ประเทศอื่นๆ ต้องไล่ล่าก้าวตามให้ทัน

ที่สำคัญต้องไม่รังแต่จะจ้องมองการแข่งขันของพญามังกรและพญาอินทรี กลับกันประเทศเล็กๆ อย่างไทย ที่แม้ไม่ได้กระโจนลงแข่งกับใคร ก็ต้องเรียนรู้ที่จะปกป้องพื้นที่ในเวทีโลกของตัวเอง ไม่ให้ถูกช่วงชิงในเวทีการแข่งขันครั้งนี้เช่นกัน

 

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน