posttoday
นโยบายการกระจายอำนาจการปกครอง : อนาคตแห่งการบริหารภาครัฐไทย

นโยบายการกระจายอำนาจการปกครอง : อนาคตแห่งการบริหารภาครัฐไทย

25 มกราคม 2554

.....โชติชัย สุวรรณาภรณ์

.....โชติชัย สุวรรณาภรณ์

 ในช่วงหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา มีประเด็นที่คนให้ความสนใจ คือ เรื่องการปรับขึ้นเงินเดือนของเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งผมว่าหลายคนอาจจะกำลังให้ความสำคัญกับเรื่องเงินเดือนมากเกินไป จนลืมคิดถึงภาพใหญ่ว่าการขึ้นเดือนจะกระทบเพียง 1% ของการใช้จ่ายงบประมาณกว่า 3 แสนล้านบาท ในแต่ละปีของอปท. ซึ่งในวันนี้เราต้องมาให้ความสำคัญกับภาพใหญ่ว่า นโยบายการกระจายอำนาจของไทยเป็นอย่างไร ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งในช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้มีการดำเนินนโยบายการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นที่มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการปฏิรูปกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายท้องถิ่นต่างๆ ภายใต้รัฐธรรมนูญ การจัดตั้งและเปลี่ยนแปลงรูปแบบของ อปท. การให้อำนาจกับประชาชนสามารถเลือกผู้บริหารท้องถิ่นของตัวเองโดยตรงได้ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีหลายนโยบายที่รัฐบาลยังคงจะต้องเร่งดำเนินการในระยะต่อไป เช่น แนวทางการถ่ายโอนภารกิจด้านการศึกษาและสาธารณสุขให้กับ อปท. ซึ่งจะมีความเกี่ยวข้องกับการจัดสรรรายได้และงบประมาณอุดหนุนของรัฐบาลให้แก่ อปท. ให้รายได้ท้องถิ่นมีสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 35% ของรายได้ของรัฐบาล รวมทั้งการนำเสนอกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ อปท. ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ทั้งกฎหมายในด้านการปกครองตัวเองของท้องถิ่นและการเพิ่มศักยภาพการคลังของท้องถิ่น กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และกฎหมายจัดตั้ง อปท.รูปแบบพิเศษ เป็นต้น

ในระยะต่อไป ผมเชื่อว่าแนวทางการกระจายอำนาจและการเสริมสร้างการปกครองตัวเองของท้องถิ่นจะถือเป็นนโยบายสำคัญต่อการพัฒนาประเทศไทยในอนาคต ซึ่ง อปท.จะต้องมีบทบาทในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการแก้ไขปัญหาของประชาชน

โดย อปท.จะเป็นหน่วยบริหารจัดการเชิงพื้นที่ โดยจะรับผิดชอบเรื่องต่างๆ ของพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ด้านยาเสพติด และด้านสังคม เป็นต้น ซึ่งรัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญกับประเด็นต่างๆ เช่น (1) การสร้างความเข้มแข็งให้กับ อปท. โดย อปท.ที่เข้มแข็งจะต้องเป็น อปท.ที่บริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถสนองบริการต่อประชาชนได้อย่างสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ (2) การสร้างความโปร่งใสและการบริหารจัดการแบบมีธรรมาภิบาลของ อปท. และ (3) การปรับบทบาทและส่งเสริมการประสานงานที่ดีระหว่างรัฐบาลและ อปท. เพื่อให้การบริหารราชการมีความสอดคล้องกับระบบการกระจายอำนาจ อันจะเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ การกระจายอำนาจนี้รวมถึงการส่งเสริมการปกครองตนเองของท้องถิ่น ซึ่งการกระจายอำนาจไม่ใช่เป้าหมายแต่เป็นเงื่อนไขบังคับก่อน (Prerequisite) ในการที่จะก่อให้เกิดการปกครองตนเองของท้องถิ่น ซึ่งการปกครองตนเองของท้องถิ่นคือเป้าหมาย ที่จะก่อให้เกิดการปกครองที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น และประชาชนจะมีความสุขและได้รับความยุติธรรม เพราะประชาชนในท้องถิ่นจะสามารถเป็นผู้ปกครองตนเองอย่างแท้จริง นอกจากนี้ การปกครองในลักษณะของการกระจายอำนาจมีความเหมาะสมกว่าการรวมศูนย์อำนาจในสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากการกระจายอำนาจก่อให้เกิดดุลยภาพระหว่างการบริหารจัดการตามอำนาจหน้าที่ (Functional Management) กับการบริหารการจัดการเชิงพื้นที่ (Area Based Management) ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา ประเทศไทยเน้นการบริหารจัดการบ้านเมืองในรูปแบบการบริหารจัดการตามอำนาจหน้าที่มากเกินไป และละเลยการบริหารการจัดการเชิงพื้นที่ โดยการรวมศูนย์อำนาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจระหว่างกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของอำนาจรัฐ กับเมืองอื่นๆ อีกทั้งการกระจายอำนาจยังเป็นการเปิดโอกาสให้มีการบ่มเพาะผู้นำทางการปกครองในระบอบประชาธิปไตยในอนาคต อย่างไรก็ตาม ทิศทางการกระจายอำนาจของไทยในอนาคตจะต้องเสริมสร้างความเข้าใจเรื่องการกระจายอำนาจท้องถิ่นให้กับประชาชน เพื่อสร้างพลังสนับสนุนการกระจายอำนาจให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง สำหรับประเทศไทยในปัจจุบัน ถือได้ว่ามี อปท. หลายแห่งที่ดำเนินการได้ดี เข้าถึงความต้องการของประชาชนและรับใช้ประชาชน ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ปัญหาต่างๆ ของท้องถิ่นได้ ซึ่งหากผู้บริหาร อปท. และภาคประชาชนสามารถร่วมกันทำได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต มั่นใจว่าการกระจายอำนาจและการเสริมสร้างการปกครองตนเองของท้องถิ่นของไทยจะก้าวหน้าไปได้ดีขึ้น

ดังนั้น “ยุทธศาสตร์การกระจายอำนาจของไทย” จำเป็นต้องประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์สำคัญ คือ (1) ยุทธศาสตร์ด้านการคลัง โดยการพัฒนาให้ อปท. มีความเข้มแข็งและมีความเป็นอิสระทางการคลัง เช่น การปรับปรุงระบบภาษี การแบ่งประเภทภาษีท้องถิ่น การปรับปรุงระบบธรรมาภิบาลในดำเนินงานของท้องถิ่นให้มีความเหมาะสม (2) ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งต้องเน้นการพัฒนาบทบาทของ อปท. ในการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงพื้นที่ และการพัฒนาบทบาทของ อปท. ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความมั่นคงของประชาชนในท้องถิ่น (3) ยุทธศาสตร์ด้านการบริหารจัดการ เช่น การจัดแบ่งความรับผิดชอบระหว่างส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น และการสร้างประสิทธิภาพการบริหารจัดการ การจัดการบทบาทภาคประชาชนและท้องถิ่น โดยการสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เป็นต้น และ (4) ยุทธศาสตร์ด้านแนวคิดกระจายอำนาจ โดยมีจุดมุ่งหมายให้ อปท. สามารถพึ่งตนเองได้ในการบริหารจัดการที่เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และวัฒนธรรม และความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในวันนี้ เราต้องมากำหนดทิศทางที่ชัดเจนในการกระจายอำนาจให้ชัดเจนทั้งในเรื่อง “เงิน” และเรื่อง “งาน” ของ อปท. ไม่เฉพาะแค่เรื่องเงินเดือนของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เพราะเงินงบประมาณของท้องถิ่นก้อนใหญ่ในวันนี้กว่า 3 แสนล้านบาท และยิ่งที่จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต คือ ภาษีของประชาชนทุกคนครับ

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน