posttoday
แกะรอยมือปืนยิงกัปตัน คนร้ายย่อมทิ้งร่องรอย

แกะรอยมือปืนยิงกัปตัน คนร้ายย่อมทิ้งร่องรอย

24 มกราคม 2554

หลายคนเคยโมโหอย่างเดือดพล่าน เมื่อนั่งอยู่หลังพวงมาลัย แต่มันคงไม่ใช่สาเหตุเพียงพอที่ทำให้ใครคนใดคนหนึ่งชักปืนออกมาสาดกระสุนใส่กันกลางถนนแบบบ้านป่าเมืองเถื่อน 

หลายคนเคยโมโหอย่างเดือดพล่าน เมื่อนั่งอยู่หลังพวงมาลัย แต่มันคงไม่ใช่สาเหตุเพียงพอที่ทำให้ใครคนใดคนหนึ่งชักปืนออกมาสาดกระสุนใส่กันกลางถนนแบบบ้านป่าเมืองเถื่อน 

โดย...วัยยศ งามขำ

แกะรอยมือปืนยิงกัปตัน คนร้ายย่อมทิ้งร่องรอย

หลายคนเคยโมโหอย่างเดือดพล่าน เมื่อนั่งอยู่หลังพวงมาลัย แต่มันคงไม่ใช่สาเหตุเพียงพอที่ทำให้ใครคนใดคนหนึ่งชักปืนออกมาสาดกระสุนใส่กันกลางถนนแบบบ้านป่าเมืองเถื่อน

พริสร หรือณัฐพงษ์ หรืออ๊อฟ ห้วยหงษ์ทอง หนุ่มเลือดร้อนวัย 26 ปี เป็นคนหนึ่งที่ตำรวจตามล่าตัวชนิดพลิกแผ่นดิน อันเนื่องมาจากอารมณ์ชั่ววูบ หลังก่อเหตุสาดกระสุนใส่รถยนต์ของ ร.ท.พูลวิทย์ เรืองเดช กัปตันการบินไทย วัย 53 ปี บนทางด่วนมอเตอร์เวย์ เมื่อวันที่ 13 ม.ค. โดยมีสาเหตุเพียงเพราะสาดไฟสูงใส่กัน

พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บังคับการกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล เป็นคนบอกให้เรารู้ว่า คดีนี้แกะรอยได้ไม่ยากนัก แม้ว่าคู่กรณีจะไม่มีเหตุขัดเคืองกันมาก่อนก็ตาม

เขาเปิดเผยถึงการแกะรอยดมกลิ่นจนทำให้รู้ว่า อ๊อฟ คือมือมืดเลือดร้อนที่ก่อเหตุเริ่มจากการสอบปากคำ กัปตันพูลวิทย์ และหาหลักฐานในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นผู้เสียหายยืนยันชัดเจนว่า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ป้ายแดง คือรถที่ลั่นกระสุน ส่วนหลักฐานที่ได้มานั้น เป็นปลอกกระสุน 9 มม. ที่ประทับตราภาษาอังกฤษ “รอยัล ไทย อาร์มี่”

หลักฐานและคำให้การทั้งสองอย่างนับเป็นจุดสำคัญในการตามตัวคนร้ายเลือดร้อนรายนี้ จากข้อมูลที่ได้มาพบว่า จุดเกิดเหตุอยู่ราวหลัก กม.ที่ 911 เป็นจุดที่พบปลอกกระสุน ชุดวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของ พล.ต.ต.รณศิลป์ ที่ทำงานร่วมกับ พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์ ขลิบเงิน ผู้กำกับการ กองกำกับการสืบสวนสอบสวนนครบาล 4 สรุปในทันทีว่า รถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ ที่ก่อเหตุนั้นน่าจะเพิ่งเข้ามาในมอเตอร์เวย์ได้ไม่นานมากนัก เพราะรถทั้งสองคันเพิ่งมาพบกันในช่วงจุดเกิดเหตุพอดี นั่นหมายความว่ารถคันที่ก่อเหตุน่าจะมีที่มาหรือที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว

พล.ต.ต.รณศิลป์ และ พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์ จึงเริ่มตีวงทันทีโดยใช้ที่เกิดเหตุเป็นจุดหมุน ก่อนที่จะประสานให้ตำรวจ สน.ประเวศ ท้องที่เกิดเหตุ ออกหาเบาะแสเกี่ยวกับรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ป้ายแดงในพื้นที่ เพราะเชื่อว่ารถลักษณะนี้ น่าจะมีขับอยู่เพียงไม่กี่คัน ที่สำคัญ “ป้ายแดง” น่าจะเป็นสิ่งที่การันตีได้ว่าเพิ่งถอยออกมาจากโชว์รูม

ระหว่างที่หาเบาะแสตามโชว์รูมโตโยต้าอยู่นั้น สายลับที่ทำงานด้านยาเสพติดของตำรวจ สน.ประเวศ ก็รายงานข้อมูลที่น่าเชื่อถือชิ้นหนึ่งที่สำคัญกลับมา และกลายเป็นเบาะแสสำคัญชิ้นหนึ่งที่ทำให้รู้อย่างคร่าวๆ ว่าคนร้ายรายนี้เป็นอ๊อฟ

ข่าวที่สายลับรายงานมาระบุว่า มีชายคนหนึ่งที่เชื่อว่าเป็น อ๊อฟ มาคุยฟุ้งในวงการค้ายานรกว่าเพิ่งก่อเหตุไล่ยิงรถบนมอเตอร์เวย์มา ที่สำคัญรถที่ใช้นั้นเป็น ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ติดป้ายแดงใหม่เอี่ยม ตรงกับรถที่ก่อเหตุสาดกระสุนใส่กัปตันพูลวิทย์

เพียงแค่นี้ยังไม่ใช่หลักฐานที่เพียงพอในการนำไปสู่การออกหมายจับ หากไม่มีหลักฐานอื่นใดมาประกอบ พล.ต.ต.รณศิลป์ รู้ดีว่าสิ่งที่จะทำให้ศาลเชื่อว่าใครเป็นคนกระทำความผิดจนออกหมายจับนั้น จะต้องเป็นหลักฐานที่เชื่อถือได้ และโชว์รูมรถน่าจะให้หลักฐานได้ดีที่สุด

หลังเกิดเหตุ 3 วัน ชุดสืบสวนก็ส่งข่าวดีถึง พล.ต.ต.รณศิลป์ เมื่อพบว่าที่โชว์รูมโตโยต้า ย่านถนนศรีนครินทร์ ท้องที่ สน.ประเวศ เพิ่งมีการถอยฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ออกไปไม่นานมากนัก แต่ผู้ที่จดทะเบียนซื้อกลับเป็นผู้หญิงที่ใช้ชื่อว่า ธิติมาภรณ์ รุจิภานนท์

แน่นอนว่าชุดสืบสวนไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่มากนักในการเช็กความเกี่ยวพันของ ธิติมาภรณ์ กับ อ๊อฟ ตามที่สายลับรายงานมา และวันเดียวกันปริศนาทุกอย่างก็คลี่คลาย เมื่อพบว่าสาวเจ้าของรถคันนี้เป็นพี่สาวของหญิงคนหนึ่งที่เป็นเมียของ พริสร หรือณัฐพงษ์ และที่สำคัญสามีของเธอคนนี้มีชื่อเล่นว่า “อ๊อฟ” ด้วย

พล.ต.ต.รณศิลป์ แจ้นไปยังบ้านของอ๊อฟทันที และนำตัวภรรยาของอ๊อฟมาสอบ และก็ไม่หินมากนัก เพราะเธอก็ยอมรับว่าในวันที่เกิดเหตุ ได้ยินเสียงปืนลั่นขึ้นขณะที่กำลังหลับอยู่บนฟอร์จูนเนอร์ที่มีสามีเป็นคนขับ

พล.ต.ต.รณศิลป์ จึงประสานงานให้กองพิสูจน์หลักฐานมาหาหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อนำไปสู่การขอหมายจับ และหลังจากนั้นไม่ถึงวันหลักฐานที่ต้องการก็ถูกหาพบอย่างไม่ยากนัก จากการตรวจสอบในรถฟอร์จูนเนอร์ เป้าหมายพบว่ามี “สารไนเตรต” ฟุ้งกระจายอยู่ในรถ ที่สำคัญสารชนิดนี้ไม่ได้กระจายอยู่ในอากาศทั่วไป แต่มีอยู่ในกระสุนปืนเท่านั้น นอกจากนี้หลายจุดในรถยังพบคราบเขม่าดินปืนเปรอะเปื้อนอยู่ด้วย

นอกจากนี้ การตรวจสอบรถคันดังกล่าวยังพบแผ่นป้ายทะเบียนเดิมถูกถอดออกแล้วนําป้ายแดงของรถคันอื่นมาสวมแทนและติดผิดอย่างมีพิรุธ คือ นําป้ายแดงที่ต้องติดไว้ด้านหน้าไปใส่ด้านหลัง ที่ตำรวจรู้ก็เพราะว่าป้ายแดงด้านหลังกลับมีเศษแมลงติดอยู่จำนวนมาก ขัดกับความจริงเพราะด้านหน้าควรจะมีแมลงเยอะกว่า ขณะเดียวกันยังพบกันชนหน้าและไฟท้ายมีการปรับเปลี่ยนใหม่จากของเดิมเพื่อไม่ให้พยานจําได้ อย่างไรก็ตาม กัปตันพูลวิทย์ ก็จดจำท่อไอเสียและสติกเกอร์ที่ติดอยู่ด้านหลังรถได้อย่างแม่นยำ

นี่จึงเป็นที่มาของการออกหมายจับ อ๊อฟ ในวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา แต่ก็ยังคงหลบหนี เพราะรู้ตัวดีว่ามีคดีติดตัวโชกโชนไม่แพ้ โจ๊กจิ๊บ แก๊งไผ่เขียวที่เคยก่อเหตุลักษณะเดียวกัน ทั้งนี้ข้อมูลของกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ระบุว่า อ๊อฟเปลี่ยนชื่อจาก ณัฐพงษ์ เป็น พริสร เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2553 มีคดีติดตัวประกอบด้วย เมื่อปี 2544 ถูกจับกุมในข้อหามีอาวุธปืนไว้ในความครอบครอง ท้องที่ สภ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ปี 2545 ถูกจับกุมข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น ท้องที่ สภ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

ต่อมาปี 2549 ถูกจับกุมข้อหาครอบครองยาบ้า 10 เม็ด ท้องที่ สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ศาลตัดสินลงโทษจำคุก 6 เดือน ปรับ 1 หมื่นบาท โทษรอลงอาญา 2 ปี กระทั่งถูกจับกุมข้อหามีอาวุธปืนไว้ในความครอบครอง ท้องที่ สภ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ปี 2551 ถัดมาถูกจับกุมข้อหามียาบ้าไว้ในความครอบครอง 12 เม็ด ท้องที่ สน.ร่มเกล้า และล่าสุดข้อหาพยายามฆ่าและพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ท้องที่ สน.ประเวศ

หลังจากอ๊อฟหลบหนีหมายจับราว 2 วัน การแกะรอยทางเทคนิคของ พล.ต.ต.รณศิลป์ ก็พบว่าหนีไปกบดานในพื้นที่ จ.พังงา ทีมงานศูนย์สืบสวนนครบาลจึงค้นแบบปูพรมและเข้าตะครุบตัวเอาไว้ได้ในรีสอร์ตแห่งหนึ่งแบบที่ไม่ทันได้ตั้งตัว เมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา

และนี่ก็คือจุดจบของวายร้าย อย่าคิดว่าก่อเหตุแล้วไม่มีใครเห็น เพราะบ้านนี้เมืองนี้มีกฎหมาย หน้าต่างมีหูประตูมีช่อง ทำผิดก็ต้องชดใช้กรรม !!!

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน