
ตร.คาดแดงใช้2ชม.เคลื่อนไปราชดำเนิน
ตำรวจนครบาลคาดเสื้อแดงใช้เวลา 2 ชม.เคลื่อนขบวนจากราชประสงค์ไปราชดำเนิน เตรียมจัดการจราจรให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด ระบุยังไม่มีรายงานมือที่สามก่อเหตุ
ตำรวจนครบาลคาดเสื้อแดงใช้เวลา 2 ชม.เคลื่อนขบวนจากราชประสงค์ไปราชดำเนิน เตรียมจัดการจราจรให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด ระบุยังไม่มีรายงานมือที่สามก่อเหตุ
พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมดูแลการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่จะมีการเคลื่อนขบวนจากราชประสงค์ไปยัง ถ.ราชดำเนินนั้น เจ้าหน้าที่ยังใช้แผนเดิมในการรักษาความปลอดภัยและการจราจรเพื่อดูแลความสงบ
ทั้งนี้ ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่เพื่อดูแลสถานการณ์โดยทั่วไป เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและลงพื้นที่เพื่อติดตามข่าว ขณะที่ทางแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมจะยังคงใช้กำหนดเดิมในการรวมพลและเคลื่อนขบวนจากแยกราชประสงค์มุ่งหน้าแยกประตูน้ำ เข้าถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ต่อเนื่องหลานหลวง ไปสิ้นสุดที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะจัดการจราจร เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเดือดร้อนน้อยที่สุด รวมถึงการจัดจราจรบริเวณทางเข้าออกตามจุดสำคัญๆ
ขณะนี้การข่าวยังไม่มีการรายงานการก่อเหตุของกลุ่มมือที่สามรวมทั้งกลุ่มผู้ที่ไม่พอใจต่อกลุ่มผู้ชุมนุมในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ฝากไปถึงประชาชนทุกฝ่ายให้คำนึงถึงหน้าที่ของตน และขอให้ไว้ใจเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะดูแลความสงบให้ดีที่สุด และคาดว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ในกรอบของกฎหมายได้
ด้าน พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เรียกเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมวางแผนรับมือการเคลื่อนขบวนของกลุ่ม นปช. โดยได้สั่งการให้วางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความปลอดภัยตลอดเส้นทาง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งกับกลุ่มเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ ที่ชุมนุมกันอยู่ข้างทำเนียบรัฐบาล
ทั้งนี้เชื่อว่าการชุมนุมของ นปช.วันนี้ไม่น่ากังวล ส่วนตัวได้เจรจากับแกนนำ นปช.แล้วว่าชุมนุมอย่างสงบได้ แต่ขอให้การชุมนุมไม่ยืดเยื้อส่งผลต่อธุรกิจในย่านราชประสงค์ ส่วนในวันที่ 25 มกราคม ที่จะมีการประชุมร่วมรัฐสภาครั้งที่ 1 สมัยสามัญทั่วไป ซึ่งอาจมีการชุมนุมปิดล้อมรัฐสภาและทำเนียบรัฐบาลนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะใช้กำลังดูแลเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงบานปลายขึ้น







