
คุมราคาไข่ไก่บีบผู้เลี้ยงรายย่อยเจ๊ง
โพสต์ทูเดย์
— เอกชนค้านจับไข่ไก่ยัดขึ้นบัญชีสินค้าควบคุม ชี้ปริมาณขายดัชนีบ่งชี้เศรษฐกิจดีหรือย่ำแย่นายทศพล วังศิลาบัตร ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ไม่เห็นด้วยที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดให้ไข่ไก่เป็นสินค้าควบคุม เนื่องจากไม่ทำให้เกิดประโยชน์ และปริมาณการจำหน่ายไข่ไก่ในท้องตลาดถือเป็นดัชนีชี้วัดตัวหนึ่งซึ่งจะบ่งบอกว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยเติบโตหรืออยู่ในภาวะย่ำแย่
นายทศพล กล่าวอีกว่า กระทรวงพาณิชย์ควรเห็นใจผู้ประกอบการเลี้ยงไก่ไข่บ้าง เนื่องจากที่ผ่านมาต้องแบกรับภาระต้นทุนแทนรัฐบาลมาตลอด ราคาไข่ไก่ปรับขึ้นเพียงแค่ 10
–20 สตางค์ต่อฟอง รัฐบาลไม่เห็นต้องกังวลเท่ากับราคาน้ำมันที่ขึ้นครั้งละ 40–60 สตางค์ต่อลิตร“
ก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการเลี้ยงไก่ไข่ต้องประสบปัญหาขาดทุนซ้ำซาก ไข้หวัดไก่แพร่ระบาด และแม่พันธุ์ไก่ไข่ขาด ซ้ำยังต้องแบกรับภาระแทนรัฐบาลมาโดยตลอด แต่เมื่อถึงเวลาที่ผู้ประกอบการจะต้องคืนทุนก็ต้องเปิดโอกาสให้พวกเขาบ้าง” ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวขณะที่นายสุริยา รื่นพล เกษตรกร ผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อย ต.สามเรือน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า การคุมราคาไข่ไก่มองผิวเผินเป็นเรื่องที่ดี แต่มองลึกลงไปจะทำลายวงจรผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยในอนาคต ไม่คุ้มกับการลงทุน ขณะที่กลุ่มทุนใหญ่จะได้รับผลประโยชน์โดยตรง เนื่องจากสามารถควบคุมตลาดผลิต และกำหนดราคาขายแบบเบ็ดเสร็จเองได้
นายสุริยา กล่าวต่อว่า ในอนาคตเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยตาย จะเหลือแต่กลุ่มทุนขนาดใหญ่ และผู้เลี้ยงรายใหญ่ที่มีสายป่านระยะยาว ซึ่งกลุ่มนี้ยอมขาดทุนในครั้งแรก แต่ต่อไปเมื่อทำลายวงจรการเลี้ยงไก่ไข่แบบไทยๆ หมดไปแล้ว ก็จะเหลือแต่กลุ่มทุนเท่านั้นที่เลี้ยงไก่ไข่
“
เมื่อกลุ่มทุนใหญ่มีอำนาจเหนือรัฐบาล ก็จะบีบการเมืองให้เพิ่มราคาไข่ไก่ให้มีราคาสูงขึ้นกว่านี้ โดยให้เหตุว่าต้นทุนที่สูงขึ้น และอ้างกลไกการตลาดที่มีความจำเป็นต้องปรับราคาขึ้น นอกจากนี้เมื่อกลุ่มทุนที่ประกอบธุรกิจไข่ไก่มีอำนาจก็จะบงการตลาดได้อย่างเบ็ดเสร็จ หรือแสวงหาผลประโยชน์ได้สำเร็จ” นายสุริยา กล่าว






