
นายกฯ ร่วมประชุม สุดยอดอาเซียน-ญี่ปุ่น หวัง กลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าลงทุนเพิ่ม
นายกรัฐมนตรี ร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-ญี่ปุ่น หวัง กลุ่มยานยนต์ไฟฟ้ามาลงทุนเพิ่ม มีคิวพบผู้นำอาเซียน เศรษฐา ย้ำ ญี่ปุ่นลงทุนในไทยมากสุด เร่งสานสัมพันธ์ให้เข้มแข็ง ย้ำ เปิดฟรีวีซ่านักธุรกิจ เอื้อความสะดวก ช่วงไม่อยู่ นายกฯ ฝากงานเร่งแก้ไข PM2.5 หนี้นอกระบบ
วันที่14ธ.ค. นายเศรษฐา ทวีสินนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวก่อนการเดินทางเยือนประเทศญี่ปุ่น ถึงการเดินทางเยือนประเทศญี่ปุ่นในครั้งนี้ว่า มีการพูดคุยกันหลายเรื่องทั้งเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นการเยือนญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก และจะมีการพบปะเป็นการส่วนตัวกับนายกรัฐมนตรีของประเทศกัมพูชา และผู้นำในอาเซียนอื่นๆ การที่เราไปล่วงหน้าก่อน 2 วันเป็นการเจรจาการค้าญี่ปุ่น และเรื่องเกี่ยวกับทางด้านยานยนต์ และหวังว่าจะมีการลงทุนจากบริษัทยานยนต์ของญี่ปุ่นมาลงทุนมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะรถ EV
ส่วนที่เคยบอกว่า การเดินทางไปต่างประเทศจะพานักธุรกิจไปด้วย นายเศรษฐากล่าวว่า ครั้งนี้เขาเดินทางไปเอง เช่น ประธานของฮอนด้า ประธานของโตโยต้า และมีอีกหลายคนที่จะไปช่วยเจรจา แต่เรื่องของการแบกความหวัง ปากท้องของพี่น้องประชาชนทั้ง 68 ล้านคน เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องทำต่อไปเรื่อย
ส่วนการเยือนญี่ปุ่นในครั้งนี้ ถือว่าเป็นแสงสว่างทางเศรษฐกิจของไทยหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ประเทศญี่ปุ่น เป็นประเทศที่มาลงทุนสูงสุดในประเทศไทยตลอด 50 ปีที่ผ่านมา ก็พยายามทำให้ความสัมพันธ์นี้เข้มแข็งมากขึ้น ทางด้านการลงทุนของทั้งสองฝ่ายและเรายังได้มีการประกาศว่า เราจะให้วีซ่าฟรีกับนักธุรกิจญี่ปุ่นที่เข้ามาลงทุนด้วย ก็ทำให้การเข้าออกทั้ง 2 ประเทศทั้ง 2 ทางง่ายยิ่งขึ้น มีความสะดวกซึ่งกันและกันมากขึ้น
เมื่อถามว่าจะฝากข้อกังวลหรือข้อห่วงใยอะไรหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในระหว่างทางเดินทางมาที่นี่ ได้ฝากมาตลอด ส่งข้อความถึงทุกคน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมทั้งทีมงานที่อยู่ที่นี่ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ได้ฝากเรื่องหนี้นอกระบบ-ในระบบ ฝากเรื่องฝุ่น PM 2.5 และวิธีการประเมินความคืบหน้าของโครงการที่เราทำอยู่ทั้งหมด
ส่วนเรื่องปัญหาฝุ่นPM2.5 ที่นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เสนอให้บริษัทใหญ่ทำงานแบบ work from home นายเศรษฐากล่าวว่า การwork from home เรื่องนี้นายผู้ว่าฯก็เสนอมาทางหนึ่ง ซึ่งเราก็เคยทำมาก่อนในช่วงโควิด ซึ่งเวลานี้ก็ต้องช่วยกันทุกวิถีทาง ตนคงไม่มีคำสั่งอะไรออกไป คงแล้วแต่บริษัทหรือหน่วยงาน
นายเศรษฐา ยังกล่าวถึง การเสริมทัพของรัฐบาลจะมีเพิ่มขึ้นหรือไม่ว่า ยังไม่มี ตอนนี้ 314 เสียง เราพูดจากันด้วยดีทุกพรรคทำงานกันเต็มที่ ทราบกันดีอยู่ว่าความคาดหวังของพี่น้องประชาชนคืออะไร ไม่มีมาเล่นการเมืองหรอก ในแง่ของพรรคเพื่อไทย







