
ยื้อชุมนุมราชประสงค์แผนแดงอำพรางเขย่ามาร์ค
ทั้งหมดนี้ต้องตามดูว่า “อภิสิทธิ์” จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร หลังจากที่กลุ่มคนเสื้อแดงเปลี่ยนยุทธศาสตร์จากการชุมนุมยืดเยื้อมาเป็นการชุมนุมสั้นๆ
ทั้งหมดนี้ต้องตามดูว่า “อภิสิทธิ์” จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร หลังจากที่กลุ่มคนเสื้อแดงเปลี่ยนยุทธศาสตร์จากการชุมนุมยืดเยื้อมาเป็นการชุมนุมสั้นๆ
โดย...ทีมข่าวการเมือง
การพ่ายแพ้อย่างหมดรูปของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หลังจากเกิดเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองเมื่อเดือน เม.ย.-พ.ค. เลือดเมื่อปีที่แล้ว จนแกนนำคนเสื้อแดงถูกจับกุมไปหลายคนส่งผลให้ นปช. ได้ปรับโครงสร้างองค์กรด้วยการให้ “ธิดา ถาวรเศรษฐ์” ภรรยา “เหวง โตจิราการ” แกนนำคนสำคัญขึ้นมาเป็นรักษาการประธาน นชป.แทนตำแหน่งของ “วีระ มุสิกพงศ์” ที่ประกาศลาออก
“ธิดา” หรือที่รู้จักกันดีในนาม “สหายปูน”ในช่วงสมัยตุลา 2519 ประกาศฟื้นการชุมนุมของ นปช. โดยระบุว่า การชุมนุมของ นปช.จะยึดสงบ สันติ เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย และให้มีการปล่อยตัวแกนนำและแนวร่วม รวมถึงการรำลึกถึงผู้เสียชีวิต 89 คนในช่วงนั้น โดยนัดชุมนุมที่แยกราชประสงค์เดือนละ 2 ครั้ง ในวันอาทิตย์ที่ใกล้วันที่ 10 และ 19 ของแต่ละเดือน นับตั้งแต่เดือน ก.ย.เป็นต้นมา โดยมีมวลชนมาร่วมอาทิตย์ละไม่น้อยกว่า 2 หมื่นคน
แต่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น คือกลุ่มคนเสื้อแดงก็ไม่สามารถบรรลุความต้องการของตัวเองได้ซึ่งแกนนำคนเสื้อแดงก็รู้อยู่แก่ใจว่าหลายเรื่องที่เรียกร้อง โดยเฉพาะเรื่องการประกันตัวเป็นเรื่องกระบวนยุติธรรม ที่ศาลได้มีคำสั่งไปแล้วว่าไม่ให้มีการประกันตัวแกนนำ ส่วนแนวร่วมอยู่ในช่วงการพิจารณา ขณะเรื่องผู้เสียชีวิตก็กำลังมีการตรวจสอบอยู่
ทำให้มีคำถามว่า แท้ที่จริงแล้วกลุ่มคนเสื้อแดงต้องการอะไรจากการนัดชุมนุมที่ “แยกราชประสงค์” กันแน่?
ในที่สุดเวลาผ่านมากว่า 5 เดือน คำตอบอย่างเป็นรูปธรรมก็มีขึ้น เมื่อกลุ่มผู้ประกอบการย่านราชประสงค์หลายร้อยคนได้ชุมนุมเรียกร้องเพื่อให้รัฐบาลห้ามคนเสื้อแดงไม่ให้ใช้พื้นที่ในย่านดังกล่าวในการชุมนุม เพราะการชุมนุมที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่ปีที่แล้วเสียหายไปแล้วกว่าหมื่นล้านบาท เกิดปัญหาการจราจรที่กระทบในวงกว้างและทำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติไม่เดินทางมาในย่านนี้ เป็นเหตุให้หลายโรงแรมและหลายห้างสรรพสินค้าบริเวณนั้นเงียบเป็นป่าช้า นี่เป็นผลกระทบสำคัญที่เกิดขึ้นในพื้นที่ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของประเทศ
ดังนั้น การที่คนเสื้อแดงนัดชุมนุมบริเวณแยกราชประสงค์จึงมีนัยมากกว่าการชุมนุมทางการเมืองอย่างสงบ และเป็นเกมหลอก แบบลับ ลวง พราง เท่านั้น
ซึ่งแท้ที่จริงแล้วกลุ่มคนเสื้อแดงต้องการชุมนุมในพื้นที่ดังกล่าวเพื่อทำลายพื้นที่หัวใจของเศรษฐกิจไทยมากกว่า ซึ่งหวังผลกระทบต่อการบริหารงานของรัฐบาลไปด้วย
เป้าหมายของแกนนำคนเสื้อแดง ทั้ง “ธิดา” และ “จตุพร พรหมพันธุ์” คือต้องการรื้อฟื้นการกลับมาของคนเสื้อแดงเพื่อเขย่าเสถียรภาพของรัฐบาลอภิสิทธิ์อีกครั้ง ด้วยการทำลายพื้นที่เศรษฐกิจตรงนี้มากกว่า เพราะหากกลุ่มคนเสื้อแดงมีความจริงใจที่จะชุมนุมเชิงสัญลักษณ์อย่างสงบจริงๆ ก็สามารถย้ายไปชุมนุมที่สวนลุมพินีตามข้อเสนอของผู้ประกอบการได้
แต่แกนนำคนเสื้อแดงกลับไม่ทำเช่นนั้น และยังอ้างเหตุผลเดิมแบบแผ่นเสียงตกร่องว่าเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับคนตายและอ้างว่าจะลดการชุมนุมในพื้นที่สี่แยกราชประสงค์เหลือครั้งละ 2 ชั่วโมง ในเวลา 13.0015.00 น. จากนั้นจะเคลื่อนขบวนไปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวเป็นการแก้เกี้ยวเท่านั้น เพราะนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ นักลงทุน ก็ยังเข็ดขยาดไม่มั่นใจในพื้นที่ดังกล่าว เพราะไม่ได้ทำให้พื้นที่สี่แยกราชประสงค์กลับมาสู่ภาวะปกติแต่อย่างใด
นับเป็นการเดินเกมที่ได้แต้มต่อไม่น้อยสำหรับคนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยที่ยังไม่พร้อมให้รัฐบาลยุบสภา แต่อยากให้รัฐบาลต้องรับศึกหนักในการแก้ปัญหานี้ เพราะรู้ดีว่าในสภาพที่เกิดขึ้นรัฐบาลคงทำอะไรได้ไม่มากนัก เพราะเหตุการณ์ 89 คนที่เสียชีวิต ยังไม่สามารถเคลียร์ได้และยังตามหลอกหลอนอยู่
อีกทั้งรัฐบาลได้ยกเลิกการประกาศใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินไปแล้ว การใช้กฎหมายปกติเพื่อบริหารจัดการจึงเต็มไปด้วยความยากลำบาก อีกทั้งหากมีการใช้ไม้แข็งอาจทำให้กลุ่มเสื้อแดงประกาศชุมนุมยืดเยื้อยึดพื้นที่แยกราชประสงค์วงจรอุบาทว์ก็จะกลับมาทันที
ตรงนี้จึงเป็นที่มาว่า “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกรัฐมนตรี ที่เป็นความหวังของผู้ประกอบการย่านราชประสงค์ให้ช่วยแก้ปัญหานี้ กลับทำอะไรไม่ได้มากนัก ออกอาการอึกๆ อักๆ และโยนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบแก้ปัญหา โดยเจรจากับผู้ประกอบการเอง
ภาระหนักจึงตกอยู่กับ พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ที่ไม่สามารถทำอะไรได้ ต้องยอมให้กลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมในพื้นที่ราชประสงค์ต่อไป แม้จะครั้งละ 2 ชั่วโมง แต่ผลกระทบยังซึมลึกต่อเนื่องไม่ต่างจากเดิมแต่อย่างใด
“ชาย ศรีวิกรม์” นายกสมาคมผู้ประกอบการวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ สะท้อนปัญหาว่า หากมีการชุมนุมวันที่ 23 ม.ค.นี้อีก ลูกค้าที่จองโรงแรมไว้เกือบ 30 งาน แขกที่มาประมาณ 5,700 คน ก็ต้องยกเลิกไปอีก ทำให้ผู้ประกอบการได้รับความเสียหายอีกรอบ หลังจากที่การชุมนุมในวันที่ 9 ม.ค. ก็ทำให้เสียรายได้ไปกว่า 100 ล้านบาท เพราะแขกที่จะมาร่วมงาน รวมถึงแขกที่จะเข้าพักทั้งในระยะสั้นและระยะยาวต่างยกเลิกหมด เนื่องจากหวั่นเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย ขณะที่ “จตุพร” ก็ตอบโต้ทันทีว่า ชีวิตของคนตายมีค่ามากกว่า
ในมุมหนึ่ง “อภิสิทธิ์” คงอยากใช้วิธีการเดิม คือการให้สังคมคนกรุงเทพฯ ออกมากดดันคนเสื้อแดง แต่วิธีการดังกล่าวต้องยอมรับว่าไม่มีผลแต่อย่างใด เพราะฐานมวลชนของคนเสื้อแดงไม่ใช่คนกรุงเทพฯ อีกทั้งพื้นที่กรุงเทพฯ ก็ไม่ใช่ฐานเสียงของพรรคเพื่อไทย ตรงกันข้ามกับพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้รับผลกระทบนี้อย่างเต็มๆ
เพราะผลจากการไม่เอาจริงเอาจริงต่อการเรียกร้องของกลุ่มผู้ประกอบการ และออกแนวปัดสวะให้ตำรวจรับผิดชอบเรื่องการชุมนุมของคนเสื้อแดง ส่งผลให้มวลชนคนรักประชาธิปัตย์และกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมของคนเสื้อแดงรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมากที่นายกฯ ปฏิเสธที่จะเข้ามาแก้ไข และเลือกให้กลุ่มผู้เดือดร้อนแก้ปัญหาและรับภาระเองแบบนี้
ทั้งหมดนี้ต้องตามดูว่า “อภิสิทธิ์” จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร หลังจากที่กลุ่มคนเสื้อแดงเปลี่ยนยุทธศาสตร์จากการชุมนุมยืดเยื้อมาเป็นการชุมนุมสั้นๆ
แต่ผลกระทบไม่ต่างกันตามสุภาษิต “ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม”







