
โยนรายใหญ่อุ้มค่าไฟกระทบน้อยจ่ายเพิ่ม
มาตรการลดค่าครองชีพตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งที่ต่อยอดมาจากนโยบายประชานิยม
มาตรการลดค่าครองชีพตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งที่ต่อยอดมาจากนโยบายประชานิยม
สมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช เพื่อแบ่งเบาภาระประชาชนรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา หนึ่งในนั้นคือรัฐบาลรับภาระจ่ายชดเชยค่าไฟฟ้าสำหรับผู้มีรายได้น้อยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 90 หน่วยต่อเดือน รวมถึงผู้อาศัยในอาคารชุดที่จ่ายค่าเช่าห้องพักไม่เกิน 3,000 บาทต่อห้องต่อเดือน และใช้ไฟไม่เกิน 90 หน่วย จากเดิมที่มีกำหนดเดือน มิ.ย.–ธ.ค.ที่ผ่านมา ใช้งบประมาณจากเงินภาษีไป 7,265 ล้านบาท และต่ออายุออกไป 2 เดือน ถึงเดือน ก.พ. 2554 ใช้งบประมาณเพิ่มอีก 2,488 ล้านบาท
มาตรการดังกล่าวจะสิ้นสุดในเดือนหน้านี้แล้ว แต่คาดว่าจะยืดอายุออกไปอีก 2 เดือน โดยใช้งบประมาณเพิ่มเฉลี่ย 1,200–1,500 ล้านบาทต่อเดือน สิ้นสุดในเดือน เม.ย. เพื่อต่อเชื่อมเข้าสู่นโยบายของขวัญ 9 ข้อประชาวิวัฒน์ ของรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ทันที
เงื่อนไขยังคงเดิมคือ ผู้มีรายได้น้อยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 90 หน่วยต่อเดือนไม่ต้องรับภาระค่าไฟฟ้า โดยรัฐบาลจะกำหนดให้เป็นมาตรการถาวร คาดว่าจะเริ่มต้นในรอบบิลเดือน พ.ค.ส.ค. 2554 ชี้เป้าไปที่กลุ่มคนรายได้น้อยและผู้ด้อยโอกาสในสังคมโดยตรงจำนวนกว่า 9.1 ล้านครัวเรือน ได้ประโยชน์จากมาตรการไฟฟ้าฟรีประหยัดเงินได้เฉลี่ย 135 บาทต่อเดือน หรือเฉลี่ย 1,620 บาทต่อปี
สำหรับเงินที่นำมาจ่ายแทนผู้ใช้ไฟฟ้าต่ำกว่า 90 หน่วยนั้น ล่าสุดได้มอบหมายให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) เป็นผู้พิจารณาแนวทางการจัดหาวงเงินเพื่อนำมาอุดหนุนผู้ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 90 หน่วย/เดือน
นายดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) กล่าวว่า เบื้องต้นเบื้องต้นมี 3 แนวทาง คือ 1.นำไปคำนวณค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บจากผู้ที่ใช้ไฟเกิน 90 หน่วย/เดือนทั้งภาคครัวเรือนและอุตสาหกรรม จะมีผลทำให้ค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) ปรับขึ้น 10 สต./หน่วย 2.คำนวณในค่าเอฟทีเฉพาะประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้า และ 3.ให้ภาคที่ใช้ไฟฟ้ามากที่สุดคือภาคอุตสาหกรรมรับภาระค่าไฟฟ้าไปทั้งหมด ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะต้องนำมาพิจารณาอีกครั้ง คาดว่าจะประกาศใช้ในเดือน พ.ค.ส.ค. ซึ่งเป็นงวดของการคิดค่าเอฟทีรอบต่อไป
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากหลักการที่ว่า ใช้มากจ่ายมากแล้ว ภาคอุตสาหกรรมคงหนีไม่พ้น เห็นได้จากที่ผ่านมาที่มีการจัดเก็บจากผู้ที่ใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือนที่ใช้เกิน 90 หน่วยต่อเดือนและภาคอุตสาหกรรมเพื่อนำมาอุดหนุนกลุ่มที่ใช้ไฟฟ้าฟรี ด้วยการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (เอฟที) เฉลี่ย 10 สต.ต่อหน่วย
แต่มาตรการนี้ต้องคำนึงถึงผลกระทบทางอ้อมนั่นคือ เมื่อภาคอุตสาหกรรมมีภาระค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น จะส่งผลให้ต้องปรับราคาสินค้าขึ้นตามไปด้วย และย่อมกระทบถึงค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นในที่สุด







