
ชาวสวนยางเหนือลั่นอีก3ปีเศรษฐกิจดีแซงภาคใต้
ชาวสวนยางภาคเหนือลั่น อีก 3 ปี กำลังซื้อรถยนต์ป้ายแดงแซงภาคใต้
ชาวสวนยางภาคเหนือลั่น อีก 3 ปี กำลังซื้อรถยนต์ป้ายแดงแซงภาคใต้
นายชุม เสาหิน เกษตรกรชาวสวนยางพารา ต.ทุ่งกล้วย อ.ภูซาง จ.พะเยา เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าของสวนยางใน จ.พะเยา ต่างพอใจกับราคายาง ที่ทำให้ปลดภาระหนี้สินได้ คาดว่าอีกไม่เกิน 3 ปี ชาวสวนยางภาคเหนือจะสามารถซื้อสินค้าราคาแพง เช่น รถยนต์ได้มากเท่ากับเกษตรกรภาคใต้
นายเจตพร สังข์ทอง ผู้ประกอบการรับซื้อยางพารา กล่าวว่า เดิมเคยรับซื้อยางในพื้นที่ภาคใต้ แต่ขณะนี้ได้ย้ายมาประกอบธุรกิจในพื้นที่ จ.พะเยา เนื่องจากมีผลผลิตมากที่สุดในภาคเหนือ ประกอบกับคุณภาพดี โดยยางคุณภาพขั้น 3 ของ จ.พะเยา เปรียบคุณภาพได้กับยางคุณภาพขั้น 1 ของภาคใต้ ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดจีน
แหล่งข่าวจากสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) เปิดเผยว่า นโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมให้ขยายพื้นที่ปลูกยางพาราทั่วประเทศอีก 8 แสนไร่ กำลังส่งผลกระทบต่อการบุกรุกป่าและพื้นที่สาธารณะ ขณะเดียวกันในระยะยาวก็จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่เพาะปลูกพืชเศรษฐกิจอีกหลายชนิด เช่น อ้อยและข้าวโพด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำตาลและอาหารสัตว์
“หลายพื้นที่ในภาคเหนือมีการใช้พื้นที่ซึ่งชาวบ้านบุกรุกทำไร่เลื่อนลอย ปลูกข้าวโพด มาปลูกยางแล้ว ซึ่งน่าสงสัยว่าจะมีกลุ่มทุนเข้ามาชื้อที่ดินซึ่งชาวบ้านได้บุกรุกไว้ก่อนหน้านี้มาปลูกยางพารา” แหล่งข่าวเปิดเผย
แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า รัฐบาลควรสนับสนุนการเพิ่มผลผลิตยางพาราจาก 300 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี ให้สามารถผลิตได้ 400500 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี จะเกิดผลประโยชน์มากกว่า โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีการขยายพื้นที่เพาะปลูกในอัตราที่สูงมาก ในอนาคตอาจเป็นไปได้ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะกลายเป็นศูนย์กลางของยางพารา







