
นักวิชาการแนะ “เพื่อไทย” อย่าขัดกระแสประชาชน จับมือก้าวไกลตั้งรัฐบาล
นักวิชาการ ชี้ เพื่อไทยควรจับมือ ก้าวไกลตั้งรัฐบาล เป็นสมการที่ถูกใจคนเลือกมากที่สุด ฟันธง หากเพื่อไทยเปลี่ยนขั้วไปจับมืออีกฝั่ง เตรียมรับตัวเป็นพรรคขนาดเล็กในการเลือกตั้งครั้งหน้า ส่วนปมหุ้นสื่ออาจขวาง พิธา นั่งนายกแต่อาจรอดได้เหมือนกรณี ทักษิณเมื่อปี 44
ดร.สติธร ธนานิธิโชติ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า ตอบคำถามเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า
โอกาสที่พรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยจะรวมกันนั้น “มีอยู่ เพราะก็ต้องพรรคอันดับหนึ่งอันดับสองนี่แหละที่จะต้องตั้งรัฐบาลด้วยกันและก็ต้องตั้งอยู่ในขั้วอุดมการณ์เดียวกันด้วย
คิดว่า สมการตอนนี้ มันเป็นสมการที่น่าจะถูกใจคนที่เค้าเลือกพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยมากที่สุดแล้ว
ส่วนในคำถามที่หลายคนกังวลว่า การจัดตั้งรัฐบาลจะยืดเยื้อไหม ดร.สติธร มองว่า
“ก็อาจจะนะครับ เพราะว่าวันข้างหน้าสมการก็คือ ถ้าพูดตามที่คุณพิธาบอกมันก็คือ 309 เสียง มันก็ยังไม่ 375 แปลว่ามันจะได้รัฐบาลแต่มันไม่ได้นายกฯ มันได้ไข่ก่อนไก่ไม่ได้นะครับ ยังไงก็ต้องได้นายกฯ ก่อนเพื่อไปตั้งรัฐบาล เพราะฉะนั้นก็ต้อง 376
ต้องการ 2 ช้อยส์ ช้อยส์ที่ 1 ก็คือ เสียง สว หวังว่า สว คงจะโหวตตามเสียงของประชาชน คือโหวตเสียงข้างมาก
กับอีกอันหนึ่งก็คือ คงต้องอาศัยพรรคการเมืองที่เป็นฝ่ายรัฐบาลปัจจุบันตอนนี้สักพรรคสองพรรคที่ ไม่ได้ผิดไปจากจุดยืน ที่ก้าวไกล ที่คุณพิธาเคยประกาศไว้”
ถ้าสมการเปลี่ยนทำไง หากพรรคเพื่อไทยรวมกับอีกฝั่ง จะเกิดอะไรขึ้น?
“เพื่อไทยก็เตรียมตัวละกันนะครับ เลือกตั้งคราวหน้าก็เตรียมตัวเป็นพรรคขนาดเล็กได้เลย คือ วันนี้มันชัดว่ากระแสเสียงของประชาชนส่วนใหญ่เขาอยากได้รัฐบาลแบบไหน วันนี้ใครไปฝืนกระแสมันก็เหนื่อยและลำบากแน่ในระยะยาวไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผู้มีอำนาจในปัจจุบันจะมาฝืนตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยก็ใช่ที่ เพื่อไทยเองจะไปออกตัวแรงตั้งรัฐบาลแข่ง ยิ่งไม่สมควรอย่างยิ่ง
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับสังคมไทยจากการเลือกตั้งครั้งนี้
“อย่างน้อยวันนี้มันสะท้อนว่า คนจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะคนที่กาให้ก้าวไกลนี่แหละ เขากำลังฝากความหวังในเรื่องของการเปลี่ยนแปลง ในเรื่องของการเดินหน้าประเทศไทย ไว้ที่พรรคก้าวไกล ก้าวไกลเป็นความหวังของหมู่บ้าน”
โอกาสการเป็น นายกฯ ของ “พิธา”
“ตอนนี้ก็ถือว่า 80-90%นะครับ เพราะว่าวันนี้โจทย์สำคัญก็คือ วันนี้ก้าวไกลคือพรรคอันดับ 1 มีความชอบธรรมเต็มที่ที่จะรวบรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาล ไม่มีเหตุผลอะไรที่พรรคอันดับสองซึ่งเป็นขั้วการเมืองเดียวกันจะไปตั้งรัฐบาลแข่งควรมีท่าทีตอบรับและจับมือกับก้าวไกลโดยดีด้วยซ้ำ ไม่ควรจะเล่นตัวใดใดทั้งสิ้นด้วยซ้ำ
ในขณะที่พรรคขั้วตรงข้ามที่จะเป็นอุปสรรคในการตั้งรัฐบาลของก้าวไกลโดยคุณพิธาเป็นนายกฯ ก็ถือว่า โดยตัวเลขแล้วมันสู้ยากนะครับ และโดยอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนมันก็ไม่ใช่เวลา ก็ต้องยอมรับ เขาต้องวิเคราะห์ให้ดีว่าคะแนนที่ก้าวไกลได้มันไม่ใช่คะแนนที่ไหลมาจากเพื่อไทยอย่างเดียว มันคือคะแนนของคนที่เคยเลือกพรรคที่ร่วมรัฐบาลปัจจุบันอยู่จำนวนไม่น้อย ที่เขาอยากจะมาฝากความหวังไว้กับก้าวไกล
เพราะฉะนั้นจะไปทำอะไรที่ฝืน มันไม่ได้ฝืนแค่คนที่ไม่เคยเลือก มันฝืนใจคนที่เคยสนับสนุนพรรครัฐบาลด้วย
มันก็จะโยงไปหาว่า กติกาต่างๆ ที่กังวลใจกันน่ะ คุณสมบัติของคุณพิธา มันก็ไม่ควรไหม ถ้ามันไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย
กรณี ITV มีผลทำให้ลดโอกาสการเป็นายกฯ ของคุณพิธาไหม
มันมีโอกาส คือถ้า ตีความกฎหมาย ถ้าเป็นช่วง 8 ปีที่ผ่านมา เราก็เห็นสภาพอยู่ มันออกได้ทุกหน้าแต่วันนี้มันมีเหมือนกับ คุณพิธามีหลังพิงที่สำคัญคือ เสียงของประชาชน เพราะฉะนั้นมันก็เป็นไปได้ที่คุณพิธาก็อาจจะรอดจากกรณีนี้ คล้ายๆ กับที่คุณทักษิณเคยรอดตอนปี 44







