
กสม.-ก.ยุติธรรม แถลงการณ์ร่วมคลายปมตะวัน-แบมอดข้าวประท้วง
กสม.-ก.ยุติธรรมแถลงการณ์ร่วมกรณีตะวัน-แบม อดข้าวประท้วงเรียกร้องปล่อยตัวนักโทษคดีการเมืองได้4ข้อสรุป แนวทาง ดำเนินการปฏิรูป-ทบทวนระเบียบ-สนับสนุน-จัดทำข้อเสนอแนะแก้กฎหมายดำเนินการกับผู้มีความเห็นต่าง
เมื่อวันที่ 1 ก.พ.2566 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นางพงษ์สวาท กายอรุณสุทธิ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม และนายวิทยา สุริยะวงค์ อดีตรองปลัดกระทรวงยุติธรรม ร่วมหารือกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นำโดย นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ นายสุชาติ เศรษฐมาลินี นางสาวสุภัทรา นาคะผิว พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิของ กสม. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ปริญญา เทวานฤมิตรกุล และนายภาณุวัฒน์ ทองสุข ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในประเด็นความห่วงใยในสวัสดิภาพของผู้ต้องขัง กรณีนางสาวทานตะวัน ตัวตุลานนท์ (ตะวัน) และนางสาวอรวรรณ ภู่พงษ์ (แบม) อดข้าวประท้วงในเรือนจำเพื่อเรียกร้องเรียกร้องสิทธิประกันตัวให้แก่นักโทษการเมืองที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำระหว่างการพิจารณาคดี
การหารือมีข้อสรุปร่วมกันในเบื้องต้น ดังนี้
1. กระทรวงยุติธรรมพร้อมพิจารณาดำเนินการปฏิรูปในประเด็นการปล่อยตัวชั่วคราวเพื่อให้การปฏิบัติในปัจจุบันสอดคล้องกับหลักการในมาตรา 29 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมากยิ่งขึ้น กล่าวคือ“ในคดีอาญาให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า ผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด ก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุด แสดงว่า บุคคลใดกระทำความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้” และ “การจับกุมหรือคุมขังผู้ต้องหาหรือจำเลยให้กระทำได้เพียงเท่าที่จำเป็น เพื่อป้องกันมิให้หลบหนี”
2. กระทรวงยุติธรรมพร้อมพิจารณาทบทวนระเบียบปฏิบัติที่ใช้บังคับในปัจจุบันเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังในคดีความแตกต่างทางความคิดหรือความเห็นต่าง ซึ่งไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างพิจารณาคดี และยังไม่มีการพิพากษาว่าเป็นผู้กระทำความผิดให้สามารถคุมขังในสถานที่อื่นซึ่งไม่ใช่เรือนจำได้ ซึ่งรวมถึงการคุมขังที่บ้าน (House Arrest) เพื่อไม่เป็นการปฏิบัติต่อบุคคลดังกล่าวเสมือนเป็นผู้กระทำความผิด
3. กระทรวงยุติธรรมพร้อมให้การสนับสนุนหลักประกันในการปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญาผ่านกลไกของกองทุนยุติธรรม
4. กสม.จะให้การสนับสนุนในการจัดทำข้อเสนอแนะในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนไปยังคณะรัฐมนตรี รัฐสภา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป







