
ตามติดสถานการณ์ 'การเมือง' ประยุทธ์ กรุยทางเป็นนายกฯหลังเลือกตั้ง66
เกาะติด สถานการณ์ การเมือง กับโพสต์ทูเดย์ หลังพล.อ.ประยุทธ์ กรุยทางสู่การเลือกตั้ง สมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ประกาศชัดเป็นแคนดิเคตนายกฯหนึ่งเดียว ประเดิมนั่งตำแหน่งประธานซุปเปอร์บอร์ด จัดระเบียบพรรค วางตัวผู้สมัคร นำหาเสียงด้วยตัวเอง
สถานการณ์การเมืองไทย กลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วงท้ายปี65 หลังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แสดงจุดยืนชัดเจนว่าจะพาตัวเองไปสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ และเป็นแคนดิเดตนายกฯหนึ่งเดียวของพรรคในการเลือกตั้งปี2566
สอดรับกับคำท่าทีของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือหมวกอีกใบคือ หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคทันทีเมื่อช่วงบ่ายโมงครึ่งของวันที่ 23ธ.ค.65 เพื่อรายงานให้กับกรรมการบริหารพรรคทราบถึงการตอบรับเข้าเป็นสมาชิกพรรคของพล.อ.ประยุทธ์
หลังการสมัครเป็นสมาชิกรวมไทยสร้างชาติ พล.อ.ประยุทธ์ จะนั่งในตำแหน่งประธานพรรคพ่วงกับนั่งตำแหน่งประธานซุปเปอร์บอร์ดพรรค ซึ่งมีองค์ประกอบด้วย หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และกรรมการบริหารพรรคบางส่วน ทำหน้าที่ตัดสินข้อขัดแย้งที่ไม่สามารถจบได้ในชั้นกรรมการบริหารพรรคได้
แน่นอนว่าจากนี้ ไปเมื่อพล.อ.ประยุทธ์ เข้ามานั่งในตำแหน่งประธานซุปเปอร์บอร์ดพรรคแล้วสิ่งที่ต้องทำต่อเพื่อกรุยทางสู่การเลือกตั้ง คือการวางตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.แต่ละพื้นที่ เพื่อให้ได้ที่นั่งในสภาอย่างน้อย 25เก้าอี้ เพื่อผลักดันให้ตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย
รวมไทยสร้างมีการวางหัวหน้าทีมรับผิดชอบในวางตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.เอาไว้เบื้องต้นโดยนายพีระพันธุ์ รับผิดชอบดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร เสริมทัพด้วยทีมยุทธศาสตร์ นายชัชวาลล์ คงอุดม ส.ส.บัญชีรายชื่อที่จะตามพล.อ.ประยุทธ์ มาร่วมงานกับรวมไทยสร้างชาติเพื่อหวังกวาดคะแนนเสียงในพื้นที่กทม. นายสุชาติ ชมกลิ่นดูแลพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก นายธนกร วังบุญคงชนะ ดูแลพื้นที่ภาคใต้
เดิมการวางตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรครวมไทยสร้างชาติไม่ลงตัว เพราะก่อนนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าพล.อ.ประยุทธ์จะแสดงตนมาร่วมงานกับพรรคเมื่อใดกันแน่ ประกอบกับปัญหาการวางตัวผู้สมัครซึ่งยังมีความทับซ้อนกัน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้มี ส.ส. ที่จะเข้ามาสังกัดพรรค แสดงความจำนงจะลงสมัครเขตเดิม แต่รวมไทยสร้างชาติ มีตัวผู้สมัครอยู่ก่อนแล้ว แต่หลังการส่งสัญญาณชัดเจนของพล.อ.ประยุทธ์ ทำให้การวางตัวผู้สมัครมีความชัดเจนมากขึ้นประกอบมีการทำโพลเอาไว้ก่อนแล้ว
สำหรับกลยุทธ์การหาเสียงของพรรค พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นแม่ทัพลงพื้นที่ไปขอคะแนนเสียงจากประชาชนและประกาศนโยบายพรรคด้วยตัวเอง โดยจะใช้ช่วงวันหยุดและนอกเวลาราชการที่ไม่ได้ปฎิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
อย่างไรก็ตาม รวมไทยสร้างชาติ ยังไม่มีการส่งสัญญาณไปถึงส.ส.ที่จะมาร่วมงานทางการเมืองให้ลาออกจากสังกัดพรรคการเมืองเดิม เนื่องจากพล.อ.ประยุทธ์ต้องการให้ ส.ส.ที่จะเข้ามาร่วมสังกัด ทำหน้าที่ในสภาไปก่อน
ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้ว่า เดิมพล.อ.ประยุทธ์อาจจะตัดสินใจยุบสภาหลังปิดสมัยการประชุม 28ก.พ.2566 เพื่อให้ส.ส.เหล่านี้ มีโอกาสลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชนถึงนโยบายพรรคและชูกระแสพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯอีกสมัยก่อนเข้าสู่สนามการเลือกตั้งเต็มรูปแบบ







