
ทีมศก.เพื่อไทยซัดประชาวิวัฒน์ไม่เกิดประโยชน์
ทีมเศรษฐกิจเพื่อไทยซัดนโยบายประชาวิวัฒน์รัฐบาลมาร์ค ไม่เกิดประโยชน์กับประชาชนจำนวนมาก พร้อมตั้งคำถาม 8 ข้อ ชี้เกิดหนี้เสียใครรับผิดชอบ
ทีมเศรษฐกิจเพื่อไทยซัดนโยบายประชาวิวัฒน์รัฐบาลมาร์ค ไม่เกิดประโยชน์กับประชาชนจำนวนมาก พร้อมตั้งคำถาม 8 ข้อ ชี้เกิดหนี้เสียใครรับผิดชอบ
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมช. คลัง คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่นายกฯ ได้ประกาศมาตรการประชาวิวัฒน์ 9 ข้อ คณะทำงานเศรษฐกิจพรรตเพื่อไทยได้วิเคราะห์แล้ว เห็นว่าหลังจากที่เปลี่ยนชื่อไปมา จนต้องเปลี่ยน เลขานายกฯ แต่นโยบายที่ออกมาน่าผิดหวังมาก เพราะเป็นเรื่องที่เล็กมาก ไม่ปรากฏว่าจะเกิดประโยชน์กับประชาชนเป็นจำนวนมากได้อย่างไร และเป็นเหมือนการขายฝันในอนาคต โดยที่ปัจจุบันการบริหารของรัฐบาลยังไม่มีเรื่องใดที่ประสบความสำเร็จ มีแต่ที่จะเพิ่มภาระให้กับประชาชนมากขึ้น ล่าสุด เพิ่งจะขึ้นราคาน้ำมันปาล์มอีก 9 บาททั้งๆที่ได้มีการอนุญาตให้มีการนำเข้าน้ำมันปาล์มจากต่างประเทศ 30,000 ตัน ซึ่งโดยหลักการแล้วการอนุญาตินำเข้าแล้ว ราคาน่าที่จะเท่าเดิมหรือถึงขึ้นก็ไม่น่ามาก
นายพิชัย กล่าวว่า การที่นายกสัญญากับแรงงานว่าจะขึ้นแรงงานขั้นต่ำให้ที่ 250 บาท ก็ยังไม่ได้ทำตามสัญญาไว้ อีกทั้งอยากให้ตรวจสอบว่าสัญญาเก่า 99 วันทำได้ของเดิมก็ยังไม่สามารถทำได้เลย จะมาสัญญาใหม่แล้ว ราคาน้ำมันก็เพิ่มสูงขึ้นทุกวันโดยที่รัฐบาลไม่ได้มีการเตรียมการล่วงหน้า นอกจากนี้การที่รมว.คลัง บอกว่าประชาวิวัฒน์ดังกล่าว จะเป็นการพัฒนาความสามารถทางการแข่งขันของประเทศได้ อยากให้อธิบายว่าประชาวิวัฒน์นี้จะพัฒนาความสามารถแข่งขันของประเทศได้อย่างไร ทั้งนี้การที่รัฐบาลแจ้งว่า โดยที่รัฐบาลบอกว่าใช้เงิน 2,000 ล้านบาท แต่จะทำให้เกิดประโยชน์ 20,000 ล้านบาท ซึ่งยังไม่ทราบว่าที่จริงแล้วจะเพิ่มได้ขนาดนั้นหรือเปล่า และถึงเพิ่มได้จริงก็คิดเป็นเพียง 0.20% ของจีดีพีเพ่านั้น
นายพิชัย กล่าวว่า อยากตั้งคำถาม 8 ข้อถึงโครงการประชาวิวัฒน์ของรัฐบาลดังนี้
1.การที่รัฐบาลใช้ธนาคารของรัฐปล่อยกู้นั้น ในกรณีที่เกิดหนี้เสีย รัฐบาลจะต้องเข้าไปรับผิดชอบหรือไม่
2.เงินสมทบสวัสดิการจะมากกว่า 2,000 พันล้านบาท และ จะเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งจะเป็นภาระของประเทศ อยากถามว่ารัฐบาลได้มีการคำนวณค่าใช้จ่ายแน่นอนแล้วหรือ แค่บอกว่า สวัสดิการสำหรับ 10 กว่าล้านคน จ่ายคนละ 100 บาท ก็ตกเดือนละ 1,000 ล้านบาทแล้ว และ รัฐให้เงินสมทบ 50 บาท เท่ากับเดือนละ 500 ล้าน ปีละ 6,000 ล้านแล้ว กรณีนี้ คิดเพียง 10 ล้านคนจากแรงงานนอกระบบ 24 ล้านคน และการสมทบดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นทุกปีอย่างแน่นอน ซึ่งถ้าหาก ทั้ง 24 ล้านเข้ามาอยู่ในระบบ รัฐจะต้องสมทบถึงปีละ 14,400 ล้านบาท และ ยังไม่แน่ว่าจะเพียงพอสำหรับสวัสดิการและการรักษาพยาบาลหรือไม่ รัฐได้คำนวณหรือยังว่าจะต้องใช้เงินเพิ่มอีกปีละเท่าไร
นอกจากนี้ยังมีคำถามว่า ผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคมและจ่ายเงินประกันสังคมอยู่แล้วทุกเดือน จะมีความแตกต่างอย่างไร ที่จะไม่ให้เกิดสองมาตรฐานในระบบสวัสดิการ และระบบการรักษาพยาบาล ทั้งนี้รัฐบาลยังไม่ได้พูดถึงค่าใช้จ่ายที่รัฐบาลจ่ายเพิ่มก่อนหน้านี้เช่น การขึ้นเงินเดือน ข้าราชการ สส สว และ องค์กรอิสระ กว่า 13,000 ล้านบาท
3.การแยกราคาก๊าซสองตลาดนั้น อาจจะฟังดูง่าย แต่ในความเป็นจริงจะทำได้ขนาดไหนที่จะห้ามไม่ให้ทีการถ่ายแทกันในระหว่างสองตลาด
4.การที่จะลดราคาและลดต้นทุนสินค้าเกษตรนั้น อยากให้รัฐบาลได้พิจารณาว่า เรื่องต้นทุนสินค้าเกษตรนั้นอยู่ในการควบคุมของใคร เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่สนับสนุนรัฐบาลอยู่ใช่หรือไม่ รัฐบาลจะกล้าแตะต้องหรือไม่ ซึ่งรัฐบาลน่าจะเจรจากับบริษัทโดยตรงจะดีกว่า
5.ต้องขอบคุณรัฐบาลที่ได้นำแนวนโยบาย 6 มาตรการ 6 เดือนของรัฐบาลพรรคพลังประชาชนในเรื่องการใช้ไฟฟ้าฟรีไปต่อยอด โดยเพิ่มจำนวนการใช้ฟรีจาก 50 หน่วยมาเป็น 90 หน่วย และทำเป็นถาวร รัฐบาลได้ศึกษากรอบคิดดีหรือยัง เพราะจะผิดกรอบคิดที่ต้องการให้ประชาชนที่อยากใช้ฟรีต้องประหยัดการใช้ และควรช่วยในช่วงใดช่วงหนึ่งเท่านั้น ไม่น่าจะเป็นการถาวรและการที่จะให้ผู้ใช้ไฟฟ้ารายอื่นต้องมาแบกรับค่าใช้ไฟฟ่าฟรีในโครงการของรัฐบาลน่าจะเป็นแนวความคิดที่ผิด จะไม่เป็นการยุติธรรมแก่ผู้ใช้ไฟฟ้ารายอื่นที่ไม่ได้ใช้ไฟฟ้าฟรีที่ต้องมาแบกภาระเพิ่ม
6.ขณะที่รัฐบาล บอกว่าจ่าย 2,000 ล้านบาท แต่ให้ประโยชน์ประชาชนจำนวนมากเพียง 20,000 ล้านบาท แต่ขึ้นเงินเดือนให้กับ ข้าราชการ สส สว และ องค์กรอิสระ ที่มีจำนวนน้อยกว่ามาก กลับใช้ถึง 13,000 ล้านบาท ในขณะที่ผลสำรวจหลายสำนัก บอกว่ามีทุจริตในโครงการรัฐถึง กว่าแสนล้านบาท ซึ่งไปเข้ากระเป๋าคนจำนวนไม่กี่คนเท่านั้น รัฐบาลมองการกระจายงบประมาณในเรื่องนี้อย่างไร
7.การที่รัฐบาลต้องมาออกนโยบายลดอาชญากรรมก็เท่ากับยอมรับว่าที่ผ่านมารัฐบาลล้มเหลวกับการปราบปรามอาชญากรรมอย่างสิ้นเชิงใช่หรือไม่ อีกทั้งการปราบปรามอาชกรรมน่าจะเป็นหน้าที่ของรัฐาลอยู่แล้วหรือไม่ ไม่เห็นน่าจะมาเป็นนโยบายประชาวิวัฒน์แต่อย่างไร
8.ไม่ทราบว่ากรอบคิดทางการศึกษา ความเป็นธรรมในระบบยุติธรรม ที่บอกมาล่วงหน้า และถูกวิจารณ์ไปก่อนหน้านี้หายไปไหน หรือเห็นว่าไม่ได้สามารถทำให้เป็นจริงได้เลยต้องเลิกไป นโยบายประชาวิวัฒน์นี้ถ้ามองกรอบคิด จะมีลักษณะคล้ายกับนโยบายแรกๆของพรรคไทยรักไทย ที่มุ่งช่วยเหลือ แท็กซี่ มอเตอร์ไซด์ หาบเร่แผงลอย ลดค่าครองชีพ ซึ่งนับเป็นสิ่งดีที่รัฐเพิ่งจะเริ่มหันมาสนใจประชาชนหลังจากไม่ได้ทำอะไรเลยมา 2 ปี แต่น่าที่จะมีการพัฒนากรอบคิดให้กว้างมากกว่านี้ โดยพรรคเพื่อไทยได้มีนโยบายที่ก้าวหน้าไปกว่านี้มาก ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์เพิ่งจะเริ่มได้คิดเท่ากับพรรคไทยรักไทยคิดเมื่อแปดปีที่แล้วเท่านั้น
นายพิชัย กล่าวว่า รัฐบาลทำเหมือนว่าจะกลัวว่า จะถูกตำหนิว่าใช้เงินมากจึงพยายามทำตัวเลขให้ดูน้อย แต่ที่จริงแล้วมีค่าใช้จ่ายแอบแฝงอยู่มาก ดังนั้นคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อ่ไทยจึง อยากขอให้รัฐบาลคำนึงว่า หารายได้จากที่ไหนมาจ่าย โดยรายจ่ายจะเพิ่มขึ้นทุกปี ใช้ไปแล้วจะมีรายได้กลับคืนมาหรือไม่ จะหารายได้เพิ่มได้อย่างไร และ จะพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้อย่างไร







