
ตำรวจส่งฟ้องหญิงแต่งกายเลียนแบบสงฆ์นั่งบนอาสนะเสมอพระ
นครราชสีมา – ตำรวจจับหญิงแต่งกายเลียนแบบสงฆ์ อ้างเป็นหลวงตา ส่งฟ้องศาล มูลค่าเสียหายไม่ต่ำกว่า4ล้านสังฆาธิการสอบพระร่วมกิจนิมนต์ปล่อยนั่งบนอาสนะระดับเดียวกัน
กรณีที่ชาวบ้าน อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา เผยว่าที่หมู่บ้านมีหญิงคนหนึ่ง นุ่งเหลืองห่มเหลือง แต่งกายคล้ายพระสงฆ์และเรียกตัวเองว่า "หลวงตา" บางครั้งก็สวมชฎาด้วย มักอวดอ้างว่ามีวิชา สามารถมองเห็นผีสื่อกับวิญญาณได้ และชอบทักคนอื่นว่ามีกรรม มีผีคอยตาม ต้องทำบุญสะเดาะเคราะห์ต่อดวงชะตาด้วยการนำเงินสดมาใส่บาตรพระของตัวเองและบอกว่าตัวเองเป็นพระปฏิบัติสายหลวงตามหาบัว จนชาวบ้านหลงเชื่อแล้วสูญเงินกันไปหลายราย ล่าสุด พันตำรวจเอกอิษฏ์ บุญญะฤทธิ์ ผกก.สภ.โนนไทย จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการแจ้งข้อกล่าวหา หญิงวัย50ปีแต่งกายคล้ายสงฆ์แต่งตัวเป็นหลวงตา และนำตัวส่งฟ้องศาลแขวงนครราชสีมา คดีนี้มีผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความกับตำรวจแล้วกว่า 90 ราย รวมความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นเงินไม่ต่ำกว่า 4 ล้านบาท
ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพได้แจ้งดำเนินข้อหา แต่งกายหรือใช้เครื่องหมายที่แสดงว่าเป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช โดยมิชอบ เพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนเป็นบุคคลเช่นว่านั้น ซึ่งเป็นการกระทำผิดกฎหมายอาญา มาตรา 208 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนข้อหาฉ้อโกงต้องรอสอบปากคำผู้เสียหายทั้งหมดก่อน
"กรณีที่มีภาพข่าวที่ออกมาว่ามี เจ้าหน้าที่ ตร.สภ.โนนไทย ไปรับซองจาก“หลวงตา”คงต้องให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปรากฏในภาพด้วย และคงต้องสืบหาข้อเท็จจริงก่อนว่าเข้าไปอยู่ในภาพได้อย่างไรและคงต้องดูเจตนาในการให้ซองด้วยว่ามีที่ไปที่มาอย่างไร"
พันตำรวจโทอภิสัณสร์ โพธิ์ศรี อดีตสาวัตรสืบสวน สภ.โนนไทย หนึ่งในผู้เสียหายและเป็นหนึ่งในตำรวจที่ปรากฏอยู่ในภาพ เปิดเผยว่า ภาพที่ปราฏออกสื่อไปยอมรับว่าเป็นภาพของตนเองจริง แต่ภาพที่เห็นคือเป็นการเข้าไปรักษาความสงบตามปกติเพราะมีประชาชนเดินทางมาเป็นจำนวนมากไม่ใช่ไปเป็นการอารักขาแต่อย่างใด สำหรับที่เดินทางมาวันนี้ก็เพื่อมาแจ้งความกับ “หลวงตา”ในฐานะผู้เสียหายไป 3 หมื่นบาทได้คืนมาเพียง 5 พันบาท
นายวินัย ปุณยรัชตปรีดา ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า จากคำพูดของหญิงแต่งกายเป็นพระ ที่ว่า ดำเนินการในลักษณะนี้มานานเป็น 10 กว่าปีแล้ว คนรู้ไปทั้งอำเภอเป็นแค่ข้อกล่าวอ้างไม่เคยทราบข่าวมาก่อน ส่วนเรื่องการถวายปัจจัย เป็นเรื่องของจิตศรัทธาที่ญาติโยมนำมาถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ แต่เรื่องที่ปรากฏในข่าว ว่า หญิงแต่งกายเลียนแบบพระไปรับกิจนิมนต์และนั่งบนอาสนะระดับเดียวกับพระสงฆ์ ถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมได้เข้าหารือกับคณะสงฆ์จังหวัด เพื่อขอตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว ส่วนการพิจารณาก็เป็นอำนาจทางการปกครองของคณะสงฆ์ ขณะนี้ทางเจ้าคณะพระสังฆาธิการไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้กำชับด้วยวาจาและมีหนังสือสั่งการแจ้งสังฆาธิการในพื้นที่ให้เข้าตรวจสอบโดยเร็ว ว่า เป็นพระรูปใด อยู่วัดไหน ร่วมกิจนิมนต์ใด มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหรือไม่ และไปร่วมขบวนการหรือรับซองปัจจัยในลักษณะพุทธพาณิชย์หรือไม่







