
"บิ๊กตู่"ห่วงคนไทยในยูเครน สั่งดูแลอย่างใกล้ชิด
นายกฯ ห่วงใยคนไทยในยูเครน ยืนยันต้องติดตาม ดูแล และกำหนดแผนช่วยเหลือให้ทันต่อสถานการณ์ เตรียมต้อนรับ นายกฯ มาเลเซียวันนี้ พร้อมกระชับความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิด
เมื่อวันที่ 26 กพ. 65 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ทราบถึงสถานการณ์ล่าสุดที่มีเหตุการณ์ความรุนแรง และตึงเครียดมากขึ้นบริเวณชายแดนยูเครน นายกรัฐมนตรีได้ติดตามสถานการณ์ด้วยความห่วงกังวลอย่างยิ่ง สั่งการอย่างใกล้ชิดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมช่วยเหลือดูแลคนไทยในยูเครน ซึ่งนายกรัฐมนตรีขอให้คนไทยทุกคนในยูเครนติดตามสถานการณ์ ข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดหากต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอร์ซอ (สาธารณรัฐโปแลนด์)
นายธนกรฯ กล่าวว่านายกรัฐมนตรีได้กำชับให้กระทรวงการต่างประเทศประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้ออกประกาศเตือนให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางมายังพื้นที่บริเวณเมืองโดเนตสค์ (Donetsk) และเมืองลูฮันสค์ (Luhansk) รวมทั้งได้จัดทำแผนอพยพคนไทย กรณีมีความจำเป็น ไว้ 3 แผน คือ 1 จะใช้เครื่องบินเช่าเหมาลำออกจากเมืองลวิฟ (Lviv) ซึ่งอยู่บริเวณชายแดนยูเครนโดยตรง หรือ 2 กรณีน่านฟ้าปิด จะอพยพคนไทยมารวมกันที่เมืองลวิฟ เพื่อเดินทางข้ามแดนต่อไปยังกรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ เพื่อขึ้นเครื่องบินเช่าเหมาลำกลับไทย หรือ 3 ทางการไทย จะจัดเครื่องบินเช่าเหมาลำไปรับคนไทยที่เมืองลวิฟ หรือ เมืองวอซอร์ ซึ่งการบินไทย และกองทัพอากาศ ได้หารือเตรียมการไว้ด้วยแล้ว
อีกทั้ง ได้มีการสอบถาม ติดตาม และเยี่ยมเยียนชุมชนไทยเป็นระยะ พร้อมทั้งประกาศเตือนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าพื้นที่ที่มีพัฒนาการความตึงเครียด พร้อมขอให้ผู้ที่พำนักอาศัยในยูเครนติดตามสถานการณ์และข่าวสารอย่างใกล้ชิด ทั้งทาง Facebook สถานเอกอัครราชทูตฯ กลุ่ม LINE ระหว่างสถานเอกอัครราชทูตฯ กับชุมชนไทยในยูเครนเพื่อสื่อสารกับคนไทยได้อย่างรวดเร็วและทันเหตุการณ์ยิ่งขึ้น และกลุ่ม Telegram ระหว่างสถานเอกอัครราชทูตฯ กับเจ้าของร้านสปาไทย ชาวยูเครน เพื่อการประสานงานกันอย่างทันท่วงทีกรณีมีเหตุการณ์ฉุกเฉินด้วย โดยมีหมายเลขสายด่วน +48 696 642 348 (ตลอด 24 ชั่วโมง)
นายธนกร กล่าวอีกว่า วันนี้ นายกรัฐมนตรี พร้อมให้การต้อนรับ ดาโตะ ซรี อิซมาอิล ซาบรี ยาคบ (The Honourable Dato’ Sri Ismail Sabri Yaakob) นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และคณะ ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาลไทย ระหว่างวันที่ 24 -26 กุมภาพันธ์ 2565 นี้ โดยถือเป็นการเยือนไทยครั้งแรกและยังเป็นผู้นำรัฐบาลต่างประเทศคนแรกที่เดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 อีกด้วย
อนึ่ง การเยือนครั้งนี้จะเป็นโอกาสสำคัญระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้านที่มีความใกล้ชิดให้กระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้เป็นโอกาสแลกเปลี่ยนการเยือนระดับผู้นำซึ่งจะเป็นโอกาสให้นายกรัฐมนตรีได้ทำความรู้จักผู้นำใหม่ของมาเลเซียอย่างเป็นทางการ และเป็นการกระชับความร่วมมือเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสังคมภายหลังสถานการณ์โควิด-19 รวมทั้งการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับพัฒนาการในภูมิภาค ผลักดันความร่วมมือด้านต่าง ๆ ในอนาคต โดยเฉพาะการพัฒนาความเชื่อมโยงตามแนวชายแดน







