
ยอดสูงต่อเนื่อง! "ชลบุรี"เจอติดโควิดอีก 174 ดับ 2 ราย
ชลบุรี- พบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ อีก 174 ราย ส่วนใหญ่ติดเชื้อจากการสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน ในครอบครัว ที่ทำงาน พบผู้เสียชีวิตอีก 2 ราย
เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 64 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี รายงานว่า วันนี้มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 174 ราย เสียชีวิต 2 ราย รวม 787 ราย
ผู้ติดเชื้อรายใหม่มาจาก 1. คนที่พักอาศัยในจังหวัดระยอง เข้ามารักษาในจังหวัดชลบุรี 10 ราย สะสม 5,380 ราย และจังหวัดอื่นๆรวมสะสม 1,865 ราย 2. Cluster บริษัท จี้เม่า รับเบอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด อ.พานทอง 8 ราย สะสม 28 ราย 3. Cluster โรงเพาะเห็ด ต.หนองหงษ์ อ.พานทอง 2 ราย สะสม 6 ราย 4. Cluster บริษัท เอ ซี เอ เครื่องมืออุตสาหกรรม จำกัด อ.เมืองชลบุรี 3 ราย สะสม 3 ราย 5. อาชีพเสี่ยงพบปะผู้คนจำนวนมาก 10 ราย 6. บุคลากรทางการแพทย์ 1 ราย 7. ให้ประวัติเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงต่างจังหวัด (จังหวัดชัยนาท) 1 ราย 8. สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน(ในครอบครัว 57 ราย,สถานที่ทำงาน 28 ราย,บุคคลใกล้ชิด 6 ราย,ร่วมวงสังสรรค์ 5 ราย) 9. สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน (อยู่ระหว่างสอบสวนโรค) 7 ราย 10. อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค 36 ราย
ณ 21 ธันวาคม 2564 จังหวัดชลบุรี มีผู้ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม 1,751,811 คน ซึ่งในเดือนนี้ มีผู้ที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว ติดเชื้อ 1,877 คน ปอดอักเสบ 14 คน และเสียชีวิต 6 คน
ส่วนผู้ที่ฉีดวัคซีนเพียง 1 เข็ม 142,730 คน และไม่ได้ฉีดวัคซีนอีก 434,532 คน รวม 577,262 คน ในเดือนนี้ พบผู้ติดเชื้อที่ฉีดวัคซีนไม่ครบ 229 คน และไม่ได้ฉีดวัคซีน 1,245 คน ปอดอักเสบ 36 คน ใส่ท่อหายใจ 1 ราย และเสียชีวิต 20 คน
สำหรับวันนี้ พบผู้ป่วยผู้ป่วยปอดอักเสบรายใหม่ 2 ราย (ไม่พบประวัติการรับวัคซีนทั้งสองราย) และพบผู้เสียชีวิตรายใหม่ 2 ราย (อายุเฉลี่ย 67 ปี) มีปัจจัยเสี่ยงร่วมที่ทำให้ความรุนแรงของโรคที่นำไปสู่การเสียชีวิต คือ เป็นผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัว ได้แก่ วัณโรค (ไม่พบประวัติการรับวัคซีนหนึ่งราย) ดั้งนั้น การฉีดวัคซีนจะช่วยลดความรุนแรงของโควิด-19 ผู้ที่อาศัยในจังหวัดชลบุรี ควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว หญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน มีโอกาศที่จะมีอาการรุนแรงมากกว่าผู้ที่ฉีดวัคซีน ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตจากโรคโควิด 19 และกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว หญิงตั้งครรภ์ จะมีอาการมากกว่ากลุ่มอื่น
การระบาดของโควิด-19 ระลอกเดือนเมษายน เริ่มจากแหล่งสถานบันเทิง สู่ครอบครัว มาสู่เพื่อนร่วมงาน มาสู่ชุมชนที่พักอาศัยพนักงาน แรงงาน ซึ่งมีปัจจัยเสี่ยงมาจากการทานข้าวร่วมกัน หรือมีกิจกรรมใกล้ชิด สังสรรค์แม้จะเป็นเพียงกลุ่มเล็ก 2-3 คนในเพื่อนสนิท ทำให้เกิดการระบาดเป็นกลุ่มก้อน (Cluster) ในที่มีผู้คนรวมตัวกัน ทั้งในในสถานประกอบการ ตลาด แคมป์คนงานก่อสร้าง และชุมชนที่พักอาศัย ค่ายทหาร ขอความร่วมมือ แหล่งชุมชุมชนดังนี้
ตลาด1. ผู้ค้าหรือลูกจ้าง ไม่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ค้าหรือลูกจ้างร้านอื่น ๆ ไม่ทานอาหารใกล้ชิดด้วย2. ไม่สังสรรค์3. ป่วยต้องหยุด4. ทำความสะอาดห้องน้ำสม่ำเสมอ โดยเฉพาะจุดสัมผัสร่วม หลังออกจากห้องน้ำต้องล้างมือทุกครั้ง ไม่ใช้มือจับหน้าโดยไม่ล้างมือ5. ใส่แมสก์ตลอดเวลา6. เมื่อมีผู้ติดเชื้อในตลาด หากมีการตรวจเชิงรุก ขอให้รับการตรวจเชิงรุกทุกคน7. เมื่อมีการปิดตลาด ขอความร่วมมือผู้สัมผัส หรือมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อให้หยุดอยู่บ้าน8. ไม่รับแรงงานต่างด้าวจากพื้นที่เสี่ยง9 มีการสุ่มตรวจ ATK สม่ำเสมอ
สถานประกอบการ1. ไม่สังสรรค์ ไม่ตั้งวงดื่มเหล้า2. อาหารต้องไม่ทานใกล้ชิดด้วย3. ป่วยต้องหยุด4. จุดสัมผัสร่วม ต้องทำความสะอาดบ่อยๆ เช่น ลูกบิด ราวบันได สแกนนิ้วมือ เซ็นชื่อแล้วต้องล้างมือทันที5. เคร่งครัดในสุขอนามัยส่วนบุคคล ใส่แมสก์ตลอดเวลา ล้างมือบ่อยๆ อยู่ห่างๆกัน6 สุ่มตรวจ ATK สม่ำเสมอสำหรับผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ต้องมีการกักตัวอย่างเข้มงวด ไม่ออกไปแพร่เชื้อ







