posttoday
ข่าวอลเวง-คนอลวน ปมคาใจในรอบปี

ข่าวอลเวง-คนอลวน ปมคาใจในรอบปี

29 ธันวาคม 2553

nทำแท้งเถื่อนปิดหนี ปรับรูปแบบเดลิเวอรี

เป็นต้องสลดปนสังเวชความรู้สึกเมื่อได้เห็นภาพข่าวศพทารก 2,002 ซาก ถูกยัดไว้แน่นโกดังวัดไผ่เงินโชตนาราม ย่านบางคอแหลม สังคมเคลือบแคลงต่อการตั้งอยู่ของคลินิกทำแท้งที่กระจายไปทั่ว

ดัชนีการเติบโตของธุรกิจทำแท้งเถื่อนแปรผันตรงกับปริมาณการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ โดยปีที่ผ่านมาพบอัตราเด็กผู้หญิงอายุต่ำกว่า 19 ปี ตั้งครรภ์เฉลี่ย 70 คน จาก 1,000 คน ถือเป็นอันดับ 2 ของโลก

มาตรการปราบปรามและการล้อมคอกเริ่มดาหน้าออกมาให้เห็นเป็นระยะ ทั้งบุกทลายสถานประกอบการ บุกจับยาเถื่อน เปิดสายด่วน 1323 ให้คำปรึกษาปัญหา ฯลฯ แต่ทว่าก็คงไม่สามารถช่วยคลายปมที่ยังขมวดแน่นออกได้

พ.ต.ท.คณธัช มุสิกานนท์ รองผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ ระบุว่า ขณะนี้คลินิกทำแท้งเถื่อนเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการมาเป็นลักษณะเดลิเวอรี คือไม่เปิดคลินิกแต่จะนัดทำนอกสถานที่ โดยใช้เพียงแพทย์และผู้ช่วย พร้อมเครื่องมือ 1 กระเป๋า และเมื่อทำเสร็จก็จะแยกย้าย เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตามรอยได้ยากมาก

n‘แอดมิชชัน’ ปัญหาชวนมึนตลอดกาล

น่าสงสารเด็กนักเรียนวัยแสวงหาที่ต้องเผชิญกับมาตรวัดความรู้สุดมึน ทั้งการสอบวัดความถนัดทั่วไป หรือ GAT การสอบวัดความถนัดทางวิชาชีพและวิชาการ หรือ PAT และการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐานหรือ ONET

ข้อสอบแบ่งออกเป็น 4 ลักษณะ 1.เลือกตอบตามตัวเลือก 2.เลือกตอบหลายคำตอบ 3.ระบายคำตอบที่เป็นค่าตัวเลข 4.วิเคราะห์บทความแล้วเลือกตาม ด้วยรูปแบบที่หลากหลายนำไปสู่เสี่ยงก่นด่าจากทุกสารทิศ นั่นยังไม่รวมถึงความหละหลวมของโจทย์ที่ทำให้นักเรียนตีความแตกต่างกันออกไป

อย่างไรก็ตาม แน่ชัดแล้วว่าในปีการศึกษา 2554 นักเรียนยังต้องประสบกับปัญหาเดิมๆ อยู่อีก

สธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิพากษ์ว่า ข้อสอบบางข้อไม่ชัดเจนว่าจะวัดผลอะไร ซึ่งหากแนวคิดการออกข้อสอบยังอยู่บนพื้นฐานของความกังวลว่าเด็กจะเดาและได้คะแนน โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบอื่นๆ ก็คงไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้

ผลพวงจากความมึนครั้งนี้จะขยายตัวเป็นลูกโซ่ เชื่อมถึงคุณภาพของนักเรียนที่จะผ่านเข้าสู่ระดับอุดมศึกษา โดยเฉพาะความสามารถและความถนัดในแต่ละสาขา ซึ่งถึงแม้ว่ามหาวิทยาลัยบางแห่งพยายามเลี่ยงปัญหาดังกล่าวด้วยการรับตรง แต่นั่นก็ไม่ใช่การแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นเหตุ

nสารพัดกลโกงแชร์ลูกโซ่

นับตั้งแต่แชร์ลูกโซ่ อาทิ แชร์ข้าวสาร แชร์ก๋วยเตี๋ยว แชร์น้ำมัน ฯลฯ ผุดขึ้นทั่วทุกภูมิภาค ข่าวประชาชนถูกหลอกก็เริ่มมีมากขึ้น

ตัวอย่างหนึ่ง หนุ่มลำปาง แจ้งความว่าถูกบริษัท มายด์ไลฟ์ ซึ่งขายสินค้าการเกษตรฉ้อโกง เพราะถูกหลอกให้ร่วมลงทุนในลักษณะแชร์ลูกโซ่มูลค่ากว่า 3 แสนบาท มีผู้เสียหายอีก 160 รายถูกโกงจากบริษัทเดียวกันนี้ ความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังมีแก๊ง “คอลเซนเตอร์” แก๊งปลอมบัตรเครดิต บัตรเอทีเอ็ม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแก๊งชาวจีนไต้หวันเข้ามาระบาดและถูกตำรวจจับได้อยู่หลายครั้ง มูลค่าความเสียหายยากจะประเมิน

nไม่พบแม้แต่เงา มาเฟียแผงลอยสยามสแควร์

ศึกไล่รื้อผู้ค้าหาบเร่แผงลอยยึดบาทวิถีย่านสยามสแควร์ ริมถนนพระราม 1 คุกรุ่นมาตั้งแต่เดือน ก.ย. หลังจากสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อ้างกรรมสิทธิ์เหนือที่ดินโดยออกมาตรการขอคืนพื้นที่พร้อมประกาศเป็นเขตปลอดหาบเร่แผงลอย

ช่วงปลายเดือน ต.ค. เกิดเหตุชุลมุนระหว่างผู้ค้ากับกลุ่มวัยรุ่นที่พยายามเข้าไปไล่รื้อจนเกิดการแตกหัก ฝ่ายผู้ค้าระบุว่า ที่ผ่านมาได้จ่ายส่วยให้กับกลุ่มผู้มีอิทธิพลเพื่อแลกกับการได้สิทธิทำมาค้าขายมาโดยตลอด ขณะที่ฝ่ายจุฬาฯ ปฏิเสธว่าไม่เคยข่มขู่รีดไถหรือเรียกเก็บค่าเช่าแผง ส่วนเทศกิจยืนยันว่าหากผู้ค้าฝ่าฝืน พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 ก็จำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายด้วยการเปรียบเทียบปรับ

จนถึงตอนนี้ยังไม่สามารถจับมือใครดมได้ว่า ใครกันแน่คือมาเฟียที่เรียกเก็บผลประโยชน์ ซึ่งปัญหาทำนองนี้เกิดขึ้นในลักษณะเดียวกันแทบทุกพื้นที่ที่มีการรุกล้ำทางเท้าสาธารณะ

nหน้าห้างดังพื้นที่รถติดหนึบซ้ำซาก

สภาพการจราจรแออัดคับคั่งเป็นคอขวดตามบริเวณป้ายรถเมล์ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นคล้ายกันในหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ห้างเดอะมอลล์ บางกะปิ ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต หน้าโรงภาพยนตร์เมเจอร์ รัชโยธิน ฯลฯ

สาเหตุหลักเป็นเพราะรถแท็กซี่และรถตู้จอดกีดขวางป้ายรถเมล์ เบียดแย่งผู้โดยสาร กินพื้นผิวจราจรไป 12 ช่องทาง ทำให้รถเมล์ไม่สามารถเข้าป้ายได้ นอกจากนี้ยังมีปัญหาหาบเร่แผงลอยรุกล้ำทางเท้า ทำให้ประชาชนไม่สามารถสัญจรไปมา สุดท้ายจึงล้นทะลักออกมาบนพื้นผิวจราจร ชาวบ้านร้องเรียนอย่างหนาหู แต่กลับไม่มีการแก้ปัญหาอย่างจริงจังและยั่งยืน

เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่อีกกี่ยุคกี่สมัยก็คงไม่สามารถแก้ไขได้

nหายตัวลึกลับ นักเรียนโอลิมปิกไทย

พูดกันให้หนาหูสำหรับวาทกรรมปฏิรูปการศึกษา แต่ภาพสะท้อนกลับฉายภาพความล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผลสำรวจคะแนนการสอบของนักเรียนทั่วประเทศในทุกระดับชั้นที่ล้วนแล้วแต่ต่ำกว่ามาตรฐานทั้งสิ้น

ทว่าท่ามกลางหลุมดำทางการศึกษา กลับปรากฏหนังคนละม้วนให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง มีเด็กนักเรียนสามารถคว้ารางวัลโอลิมปิกจากต่างแดนกลับมาให้คนไทยได้เชยชมและร่วมยินดี

เด็กเหล่านี้ดังเป็นพลุแตกทันทีที่กลับประเทศ แต่คล้อยหลังเพียงข้ามคืน เด็กเหล่านี้กลับเลือนหายเสมือนหนึ่งไม่มีตัวตนในสังคม คำถามคือพวกเขาหายไปไหน

ดวงสมร คล่องสารา รองผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) บอกว่า นักเรียนสารพัดเหรียญรางวัลจากการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการกว่า 200 ชีวิต ต้องกลับไปศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษา เมื่อจบแล้ว สสวท.จะมีทุนมอบให้ไปศึกษาต่อยังต่างประเทศจนถึงระดับปริญญาเอก ซึ่งอาจใช้เวลาถึง 15 ปี

“นักเรียนเหล่านี้จะกลายเป็นนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย อาจารย์ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งกระจายอยู่ตามหน่วยงานภาครัฐและเอกชน” ดวงสมร อธิบาย

n‘ป้าเช็ง’ถูกจับ เคเบิลมหาบำบัด Never Die

21 ม.ค.ที่ผ่านมา กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค เข้าตรวจสอบแหล่งผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมหาบำบัดและยาหยอดตาเจียระไนเพชร จนนำไปสู่การจับกุม “ป้าเช็ง” หรือ น.ส.ศรวรรณ ศิริสุนทรินทร์ อายุ 72 ปี เจ้าของเคเบิลทีวี “ซุปเปอร์เช็ง” พร้อมด้วยของกลางน้ำมหาบำบัด ยาหยอดตาเจียระไนเพชร น้ำหมักชีวภาพ และอุปกรณ์อื่นๆ อีกหลายรายการ

มีประชาชนใช้ยาหยอดตาเจียระไนเพชรแล้วตาบอด ผลการตรวจน้ำยาไม่พบว่ามีสารใดใช้รักษาโรคได้ ป้าเช็งจึงถูกตั้งข้อหา 7 กระทง

เหตุที่คนนิยมผลิตภัณฑ์ป้าเช็ง เพราะทักษะการโฆษณาในเคเบิลทีวีที่มักโน้มน้าวว่าหากแนวทางวิทยาศาสตร์รักษาไม่หาย ควรหันกลับมาใช้สมุนไพร

แม้ว่า “ป้าเช็ง” จะตกเป็นผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงประชาชน แต่ปัจจุบันยังคงประกอบกิจการเคเบิลทีวี และมีคิวที่จะต้องขึ้นศาลในเดือน ก.ค. 2554

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน