
ปาล์มแพงหรือตุน
จบแบบมีวาระซ่อนเร้นมากเกินไปหรือเปล่า สำหรับน้ำมันปาล์มบรรจุขวด ที่กระทรวงพาณิชย์ทำท่าทีขึงขัง ไปตรวจพบพ่อค้าตุนไว้เกือบ 2 ล้านขวด (ขวดละ 1 ลิตร) โดยตรวจพบครั้งแรก กักตุนไว้ 1 ล้านขวด จากนั้นขยายผลตรวจโกดังอื่น พบใส่ปี๊บและถุงพลาสติกอีก 67 แสนลิตร
การตรวจพบพ่อค้ากักตุนน้ำมันปาล์ม เพื่อรอให้รัฐบาลอนุมัติปรับขึ้นราคา ตามที่ผู้ประกอบการเรียกร้องขอขึ้นอีกขวดละ 10 บาท จากเพดานราคาที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดที่ราคาขวดละ 38 บาท ล่าสุดมาจบลงด้วย การที่กระทรวงพาณิชย์ให้ผู้ประกอบการร่วมมือระบายสต๊อกน้ำมันปาล์ม 2 ล้านขวด ออกสู่ตลาดทันที เพื่อแก้ปัญหาน้ำมันปาล์มตึงตัว จบแบบนี้ เป็นการจบที่คาใจผู้บริโภคชาวบ้านทั่วไปอย่างมาก
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาชาวบ้านเดือดร้อนกับน้ำมันปาล์มขวด ที่โดนทำให้ขาดตลาดและมีการลักลอบขายในตลาดมืดในราคาที่สูงกว่าราคาควบคุมขวดละ 38 บาท เป็นจำนวนมาก และเมื่อกระทรวงพาณิชย์ตรวจพบว่ามีพ่อค้ากักตุนสินค้า เพื่อใช้ความเดือดร้อนของชาวบ้านไปต่อรองขอขึ้นราคา อีกทั้งรอฟันกำไรอีกเด้งจากสต๊อกที่ตุนไว้
ลองคิดดูง่ายๆ จากปาล์มน้ำมันที่พบสต๊อกไว้ 2 ล้านขวด หากรัฐบาลให้ขึ้นราคา ไม่ว่าจะแบบทยอยปรับขึ้นหรือขึ้นพรวดเดียวขวดละ 10 บาทตามที่ขอ จะมีคนฟันกำไรจากการกักตุนมากถึง 20 ล้านบาท งานนี้ไม่รู้ว่าจะหล่นใส่กระเป๋าผู้มีอำนาจให้คาใจชาวบ้านมากน้อยแค่ไหน
ดังนั้น การแก้ปัญหาน้ำมันปาล์มขวดขาดตลาดมีการลักลอบขายเกินราคา จะจบแบบที่ให้พ่อค้านำสต๊อกที่ตุนไว้ 2 ล้านขวด ออกมาขาย แล้วเรื่องนี้จบแบบชาวบ้านมีน้ำมันปาล์มกลับมากินเป็นปกติ และบรรลุเป้าหมายได้ปรับราคาขึ้น อย่างนี้ไม่ใช่การแก้ปัญหาแน่
เรื่องนี้กระทรวงพาณิชย์ต้องเอาผิดพ่อค้าที่ตุนน้ำมันปาล์ม หากพิสูจน์ได้ว่าจำนวน 2 ล้านขวด ไม่ได้เป็นการสต๊อกสินค้าในกระบวนการผลิตและขายตามปกติ ในเมื่อน้ำมันปาล์มเฉลี่ยจะต้องมีการผลิตออกมาจำหน่ายเดือนละ 45 แสนขวดตามการบริโภคของคนไทย
สำหรับการปรับขึ้นราคา หากพิสูจน์ได้ว่า ต้นทุนผลิตน้ำมันปาล์มราคาสูงขึ้นจริง ก็ให้ขึ้นได้ โดยควรจะปรับขึ้นจากต้นทุนที่ขึ้นจริง ไม่ใช่จากสต๊อกเก่าต้นทุนเดิมที่กักตุนไว้
นอกจากนี้ คำชี้แจงของกระทรวงพาณิชย์ที่ว่า ปาล์มขาดเพราะรัฐบาลส่งเสริมใช้ บี100 ไปทำไบโอดีเซลมากขึ้น ผู้ประกอบการบางรายบริหารสต๊อกผิดพลาด ซึ่งบางสต๊อกผลิตไว้เมื่อเดือน ก.ค. เหตุผล 2 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น เพราะสมาคมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม ออกมาบอกแล้วว่าผลผลิตปาล์มมีการแบ่งไว้ผลิตไบโอดีเซลและบริโภคมากพอ ปีหน้าผลิต 1.6 ล้านตัน แบ่งเป็นบริโภคในประเทศ 1 ล้านตัน ผลิตไบโอดีเซล 4.4 แสนตัน เหลือสำรองหรือส่งออกกว่า 1 แสนตัน
รัฐบาลจึงควรตรวจสอบเรื่องนี้ให้รอบด้าน ว่าน้ำมันปาล์มขาดตลาดจริง หรือโดนกักตุน เพื่อรอฟันกำไรจากราคาใหม่ และควรบริหารเรื่องนี้ให้เป็นธรรม ถ้าจะให้ขึ้นราคา







