
“เทพเทือก” ยืนกรานเสนอครม.ชี้ขาดมติกตร.ส่งศาลรธน.
สุเทพ ยัน เสนอมติกตร.เข้าครม.ให้นายกฯ ชี้ส่งศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ หากมีมติอย่างไรถือว่าจบ ยอมรับที่ประชุม กตร.ถกหนักปัญหาข้อกฎหมายระหว่างองค์กรอิสระกับ กตร.
สุเทพ ยัน เสนอมติกตร.เข้าครม.ให้นายกฯ ชี้ส่งศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ หากมีมติอย่างไรถือว่าจบ ยอมรับที่ประชุม กตร.ถกหนักปัญหาข้อกฎหมายระหว่างองค์กรอิสระกับ กตร.
นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง กล่าวว่า จะนำมติคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (กตร.) ที่ขอให้นายกรัฐมนตรีส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยทบทวนมติคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.) ให้สามนายตำรวจมีคำสั่งสลายการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อเหลืองเข้า ครม.อีกครั้ง ถ้าครม.มีความเห็นเช่นเดียวกับที่ก.ตร.เห็น ก็อาจจะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ แต่ถ้ามีความเห็นแย้งกับก.ตร. ทุกอย่างก็จบแค่นั้น ถือว่าสุดทางของอำนาจของฝ่ายบริหารแล้ว ส่วนก.ตร.ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของรัฐบาลถึงเวลานั้นก็ต้องปฏิบัติตามที่ รัฐบาลสั่ง
“เรื่องนี้อย่ากังวลใจว่าเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร มันเป็นแค่ความเห็นทางกฎหมายที่ไม่เหมือนกันเท่านั้น ซึ่งก็พยายามจะหาข้อยุติ เมื่อนายกฯ สั่งการเป็นอย่างหนึ่ง อย่างใดแล้ว ก.ตร.ก็จะต้องปฏิบัติตามนั้น” นายสุเทพ กล่าว
นาย สุเทพ กล่าวว่า ไม่คิดว่านายกฯ จะตำหนิก.ตร. แต่นายกฯ เพียงแต่แสดงความเห็นว่าตอนเป็นฝ่ายค้านเคยร่างและพิจารณากฎหมายนี้ ซึ่งในจุดยืนของนายกฯ เห็นว่า เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องดูแลรักษาระบบให้มีการถ่วงดุล ต้องดูแลองค์กรอิสระทั้งหลายและนายกฯ ก็เห็นว่า คนที่จะตัดสินว่าปปช.ผิดหรือถูกก็ต้องเป็นองค์กรอิสระด้วยกัน ซึ่งนี่เป็นดุลพินิจของนายกฯ และดุลพินิจนายกฯ ก็ต้องสูงกว่าก.ตร.อยู่แล้ว ก.ตร.ไม่สามารถไปขัดแย้งกับนายกฯ ได้
นายสุเทพ กล่าวว่า นายกฯ คงไม่ตำหนิตนเอง เพราะเข้าใจดีว่าการทำงานในรูปของคณะกรรมการ คนที่เป็นประธานไม่สามารถจะบอกกับกรรมการทั้งหลายได้ว่าต้องซ้ายหัน ขวาหัน กรรมการมีมากและแต่ละคนก็มีความเห็นของตัวเอง และส่วนใหญ่ก็รู้กฎหมายมากกว่าตนเอง แต่ตนเองมีหน้าที่ควบคุม กำกับการประชุมให้เรียบร้อยและฟังความเห็นของทุกฝ่าย เมื่อเขามีมติของเสียงส่วนใหญ่อย่างไรก็เสนอนายกฯ
นายสุเทพ ยอมรับว่า เหตุผลที่กตร.มีมติเช่นนี้เพราะเห็นว่าเกิดความลักลั่นในเรื่องของการปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างปปช.กับราชการอื่น ซึ่งก็มีผลกระทบต่อข้าราชการ ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบขวัญและกำลังใจในการทำงาน
“ผมทำงานกับตำรวจมาจนถึงวันนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไร มีเพียงกรณีนี้กรณีเดียวที่ทำให้ตำรวจบางส่วนรู้สึกว่าในการเข้าไปทำหน้าที่ ของตำรวจ ไม่แน่ใจว่าทำแล้วจะมีผลทางกฎหมายอย่างไร ซึ่งก็จะเห็นว่าทำให้ตำรวจบางส่วนรู้สึกกลัวๆ แต่เมื่อได้ดำเนินการไปจนถึงที่สุดแล้วมันก็ต้องจบ”นายสุเทพ กล่าว







