
ผู้ว่าฯกาญจน์แก้ทุกข์ชาวบ้านปมเจ้าของที่ข้างเคียง ถมดินสูงก่อกำแพงมิดหลังคา
กาญจนบุรี-ผู้ว่าฯจีระเกียรติสั่งสอบข้อเท็จจริง ช่วยชาวบ้านเดือดร้อนเจ้าของที่ดินข้างเคียงถมดินก่อกำแพงสูงมิดหลังคาบ้าน หวั่นถล่มลงมา
เจ้าของบ้านนับสิบหลังในตำบลลาดหญ้า เดือดร้อนหนัก หลังเจ้าของที่ดินข้างเคียง ทำการถมที่ดินจนสูงกว่า 3 เมตร แถมก่อกำแพงปิดจนมิดหลังคาบ้าน พบเวลาฝนตกหนักน้ำจากที่ดินถมใหม่ไหลทะลุกำแพงเข้าบ้าน หวั่นทำกำแพงพังถล่มทับบ้านพังเสียหาย อันตรายถึงชีวิต ที่ผ่านมายื่นเรื่องร้องเรียนหลายหน่วยงาน พร้อมถวายฎีกา แต่กลับยังไม่มีการแก้ปัญหาใดๆ
ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านนับสิบหลังคาเรือน ที่มาซื้อที่ดินปลูกบ้านอยู่ภายในซอยด้านข้างร้านอาหารครัวภักดี พื้นที่หมู่ 1 ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งได้รับความเดือดร้อน จากกรณีเจ้าของที่ดินข้างเคียง ซึ่งมีที่ดินติดกับด้านหลังบ้านของผู้ได้รับความเดือดร้อนนับสิบหลัง ได้ดำเนินการนำดินเข้ามาถมที่จนสูงกว่า 3 เมตร แถมยังก่อกำแพงสูงบนที่ดินที่ทำการถมใหม่จนมิดหลังคาบ้านของกลุ่มผู้ได้รับความเดือดร้อน จนสื่อมวลชนนำเสนอข่าวว่อนโซเชียล
ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 พ.ย. 64 นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี สั่งการให้ นายธนณัฏฐ์ ศรีสันต์ นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี พร้อมด้วย นายวรากร เสือส่าน นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลลาดหญ้า นายธนพล เสือส่าน กำนันตำบลลาดหญ้า ลงพื้นที่ตรวจสอบ กรณีที่มีสื่อมวลชนนำเสนอข่าวว่ามีประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการก่อสร้างกำแพงสูงชิดบ้านเรือน
น.ส มธุรส คุ้มประสิทธิ์ อาจารย์สาขาวิชาภาษาไทย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี เจ้าของบ้านเลขที่ 190/98 หมู่ 1 ต.ลาดหญ้า ซึ่งเป็น 1 ใน ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนและเป็นผู้ไลฟ์สดตามที่เผยแพร่ในสื่อ พร้อมตัวแทนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบอีก 7 หลัง ประกอบด้วย
1.ร.ต.สมชาย หนองรั้ง บ้านเลขที่ 190/74
2.นายจตุรงค์ ภิรมยา บ้านเลขที่ 190/101
3.นางนภิศรา ทองอุปการ บ้านเลขที่ 190/95
4.น.ส.ฉลวย สัมฤทธิสุทธิ์ บ้านเลขที่ 190/83
5.นายวชิระ ประกอบ บ้านเลขที่ 190/97
6.นางอิศรานันท์ เขียวสาคร บ้านเลขที่ 190/100
และ7.นายปราโมท รุ่งหิรัญ บ้านเลขที่ 190/82 เดินพาให้ดูข้อมูลผลกระทบดังกล่าว
น.ส.มธุรส คุ้มประสิทธิ์ เปิดเผยว่า กลุ่มชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน ได้มาซื้อบ้านอยู่อาศัยในหมู่บ้านแห่งนี้มานานกว่าสิบปีแล้ว ซึ่งที่ดินด้านหลังบ้าน เป็นที่ดินรกร้าง ซึ่งเจ้าของไม่ได้ทำประโยชน์ใดๆ กระทั่งเจ้าของที่ดินดังกล่าวได้ขายที่ดินให้กับเจ้าของรายใหม่ ซึ่งเป็นผู้มีชื่อเสียงในพื้นที่ตำบลลาดหญ้า เจ้าของรายใหม่ได้เริ่มเข้ามาปรับปรุงพื้นที่รกร้างดังกล่าว โดยทำการตัดต้นไม้ ไถปรับพื้นที่และมีการนำรถขนดินเข้ามาถมที่ดินจนสูงกว่า 3 เมตรเทียบเท่ากับระดับหลังคาบ้านของชาวบ้านผู้ได้รับความเดือดร้อน
หลังจากเจ้าของที่ดินได้ทำการถมดินจนสูง ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน จึงได้เข้าไปยื่นเรื่องร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เพื่อขอให้เจ้าของที่ดินยุติการถมที่ดินที่จะสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน โดยได้ยื่นร้องเรียนครั้งแรกตั้งแต่ช่วงปลายปี 2563 แต่หลังจากยื่นเรื่องร้องเรียนไปแล้ว แทนที่เจ้าของที่ดินจะหยุดการถมที่ แต่กลับกลายเป็นว่าเจ้าของที่ดินได้สร้างกำแพงสูงขึ้นมาบนที่ดินที่ถูกถมใหม่ ซึ่งกำแพงดังกล่าวก็สูงจนมิดหลังคาบ้านของชาวบ้านผู้ได้รับความเดือดร้อนนับสิบหลัง อีกทั้งในช่วงที่มีฝนตก ปรากฏว่า น้ำจากที่ดินที่มีการถมใหม่ได้ไหลทะลุกำแพงปูนที่เจ้าของที่ดินสร้างขึ้นเข้ามาท่วมในบ้านของกลุ่มผู้ได้รับความเดือดร้อน และน้ำที่ไหลทะลุกำแพงปูนมายังทำให้ที่ดินในบ้านของกลุ่มผู้ได้รับความเดือดร้อนยุบตัว จนเกิดความเสียหายกับตัวบ้านหลายจุด
ทั้งนี้กลุ่มผู้ได้รับความเดือดร้อนจึงเดินหน้ายื่นเรื่องร้องเรียนไปยังสภาทนายความจังหวัดกาญจนบุรี ทำหนังสือทวงถามความคืบหน้าการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาญจนบุรี ยื่นถึงผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ทำเรื่องร้องเรียนยื่นต่อศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย รวมถึงยื่นเรื่องถวายฎีกาต่อสำนักราชเลขาธิการ รวมแล้วกว่า 6 ครั้ง แต่ปัญหาดังกล่าวก็ไม่เคยได้รับการแก้ไข ทางเทศบาลตำบลลาดหญ้า ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ ก็ทำได้เพียงเรียกเจ้าของที่ดินมาเจรจาไกล่เกลี่ยกับชาวบ้าน ซึ่งเจ้าของที่ดินก็เพียงรับปากว่าทำการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำที่รั่วทะลุกำแพงให้กับชาวบ้าน แต่ก็ไม่เคยทำการแก้ไขใดๆ ตามที่รับปาก ขณะที่ทางเทศบาลก็ได้มีคำสั่งให้เจ้าของที่ดิน ระงับการถมที่ดิน แต่ทางเจ้าของที่ก็นิ่งเฉยและไม่ได้มีการดำเนินการแก้ไขใดๆ
ทุกวันนี้ ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนต่างต้องอาศัยอยู่กันอย่างหวาดระแวง เนื่องจากกลัวว่า ดินที่ถมจนสูงและกำแพงที่ก่อจนมิดหลังคาบ้านนี้ จะเกิดพังถล่มลงมาทับบ้านของชาวบ้านไม่วันใดก็วันหนึ่ง อีกทั้งบ้านที่เคยซื้อในราคาหลักล้านที่เคยมีทัศนียภาพสวยงาม ปัจจุบันก็ถูกปกคลุมด้วยกำแพงปูนจนมองไม่เห็นอะไร แสงแดดส่องไม่ถึง ทำให้ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนบางรายถึงกับตัดใจ ประกาศขายบ้านทิ้ง เพราะปัญหาที่ไม่ได้รับการแก้ไขมานานนับปีเช่นนี้
ด้าน นายธนณัฏฐ์ ศรีสันต์ นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี เปิดเผยว่า จากการดูพื้นที่พบว่ามีข้อระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายเรื่อง และชาวบ้านได้ร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม จึงมีการลงพื้นที่ดำเนินการสั่งการแก้ไขปัญหาในหลายเรื่อง แต่ปัญหาไม่จบสิ้นจนเกิดผลกระทบและเป็นข่าวแต่อย่างไรก็ตามเบื้องต้นจะตั้งกรรมการสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งหากมีข้อบกพร่องใดๆก็จะแก้ไข ส่วนใครมีความบกพร่องก็ต้องถูกดำเนินการตามระเบียบกฎหมาย ต่อไป
ขณะที่ นายวรากร เสือส่าน นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลลาดหญ้า เปิดเผยว่า ทางเทศบาลตำบลลาดหญ้าพร้อมร่วมแก้ปัญหาความเดือดร้อนชาวบ้านจะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และจะเร่งดำเนินการเพื่อลดผลกระทบจากเหตุการณ์ให้เร็วที่สุด







