posttoday
กระจายอำนาจกับความเป็นธรรมสุขภาพ

กระจายอำนาจกับความเป็นธรรมสุขภาพ

22 ธันวาคม 2553

...วุฒิสาร ตันไชย

นับเป็นเวลากว่า 10 ปีที่สังคมไทยร่วมกันขับเคลื่อนวาระเรื่อง “การกระจายอำนาจ” ให้เป็นนโยบายสำคัญ โดยมีเป้าหมายที่จะกระจายภารกิจในการจัดบริการสาธารณะต่างๆ จากราชการบริหารส่วนกลางและส่วนภูมิภาคไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ด้วยตระหนักว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นองค์กรที่มีความใกล้ชิดกับปัญหาและความต้องการของประชาชน ฉะนั้น จะต้องสามารถจัดบริการสาธารณะได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ทั้งนี้หากจะย้อนมองความสำเร็จในการสามารถถ่ายโอนภารกิจไปให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พบว่า มีเพียงการกระจายอำนาจในสองภารกิจหลักเท่านั้นที่ยังคงมีปัญหาในกระบวนการถ่ายโอนภารกิจและยังต้องการความชัดเจน ได้แก่ ภารกิจด้านการจัดการศึกษา และภารกิจด้านสุขภาพ อย่างไรก็ตาม สำหรับประเด็นที่จะกล่าวถึงในครั้งนี้เป็นการมองในส่วนของการกระจายอำนาจกับความเป็นธรรมด้านสุขภาพ

เป้าหมายสำคัญในการสร้างความเป็นธรรมด้านสุขภาพ ได้แก่ ความพยายามในการลดความแตกต่างกันในการได้รับการบริการ และแม้ว่าจะมีความแตกต่างทางด้านรายได้ หรือพื้นที่ ก็ได้รับการบริการด้านสุขภาพที่เหมือนหรือใกล้เคียงกัน ดังนั้น จึงต้องเร่งให้เกิดการกระจายการบริการที่ทั่วถึง อาทิ การเพิ่มสัดส่วนของสถานพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ และการจัดบริการสำหรับแต่ละกลุ่มให้สอดคล้องและกระจายตัวมากยิ่งขึ้น ประการสำคัญจะต้องเร่งสร้างโอกาสในการเข้าใช้โอกาส หรือเข้าถึงโอกาสให้แก่ผู้ด้อยโอกาส ทั้งที่ด้อยโอกาสทางสังคมและด้อยโอกาสทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ในการสร้างความเป็นธรรมด้านสุขภาพนั้น จะต้องเน้นเรื่องคุณภาพของการให้บริการ ซึ่งจะต้องพิจารณาใน 2 มิติประกอบกัน ได้แก่ ความทันสมัยและการกระจายตัวของอุปกรณ์ เครื่องมือ เทคโนโลยีทางการแพทย์ และการกระจายตัวของบุคลากรในวงงานสาธารณสุข

“การกระจายอำนาจ” เป็นกลไกหนึ่งที่จะช่วยสร้างความเป็นธรรมในการบริหารจัดการและดูแลสุขภาพ โดยความสำเร็จของการกระจายอำนาจด้านสุขภาพในความหมายอย่างแคบ คือ การกระจายอำนาจภารกิจด้านสุขภาพให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ในความหมายอย่างกว้างนั้น คือ การกระจายอำนาจให้แก่องค์กร ภาคส่วนต่างๆ รวมทั้งประชาชนได้มีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพ อาทิ การเปิดโอกาสให้ชุมชน ภาคประชาสังคมได้มีส่วนร่วมในการเสริมสร้างสุขภาพ สุขภาวะของประชาชนในชุมชน หมู่บ้าน เป็นต้น

เป็นความพยายามของภาครัฐที่จะผลักดันให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญในการดูแลด้านสุขภาพ เพราะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นองค์กรการเมืองที่มีความใกล้ชิดกับประชาชน ประกอบกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็น “องค์กรที่มีความรับผิดชอบตามกฎหมาย” มีอำนาจหน้าที่ที่ชัดเจน มีบุคลากรในการดำเนินงาน และมีงบประมาณในการพัฒนา ดังนั้น จึงสามารถจัดการใช้ทรัพยากรต่างๆ ได้อย่างคล่องตัว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็น “องค์กรที่มีความรับผิดชอบทางสังคม” เพราะเป็นองค์กรหลักที่มีหน้าที่ให้ประชากรในความดูแลมีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีต้นทุนทางสังคมอันจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงาน นอกจากนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็น “องค์กรที่มีความรับผิดชอบทางการเมือง” สามารถตอบสนองปัญหาได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ดังนั้น เพื่อให้เกิดการบริการด้านสุขภาพอย่างทั่วถึง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงต้องเป็นหน่วยงานหลักในระดับพื้นที่ที่จะทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนประเด็นเรื่องสุขภาพและเป็นหน่วยในการบริหารจัดการและดูแลสุขภาพของประชาชน แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อส่วนราชการถ่ายโอนภารกิจบางประการให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว โดยเปิดโอกาสให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถคิด ริเริ่มนวัตกรรมด้านการสาธารณสุขในรูปแบบที่หลากหลาย ส่วนราชการเดิมซึ่งก็คือกระทรวงสาธารณสุขจะต้องทำหน้าที่ในการพัฒนาความรู้ด้านวิชาการสาธารณสุขและทำหน้าที่เป็นผู้ขับเคลื่อนกลไกการสร้างความเป็นธรรมด้านสุขภาพในภาพรวมของประเทศ

กรณีตัวอย่างที่สะท้อนความพยายามในการดูแลสุขภาพประชาชนและชุมชนโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ การพัฒนาสถานีอนามัยจำนวน 31 แห่งในเขต อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ไปสู่การเป็นโรงพยาบาลตำบล ซึ่งเป็นสาขาของโรงพยาบาลหล่มสัก โดยประชาชนในพื้นที่ช่วยกันลงขันคนละ 2 บาทต่อเดือน เพื่อร่วมพัฒนาโรงพยาบาลตำบลในทุกด้าน มีการส่งนักเรียนในพื้นที่ไปเรียนพยาบาล เรียนสาธารณสุขเพื่อให้กลับมาทำงานที่โรงพยาบาลตำบล โดยองค์การบริหารส่วนตำบลร่วมดูแลระยะยาว กำหนดให้มีการบริการทั้งในโรงพยาบาลและการดูแลอนามัยเชิงรุก คือ การดูแลถึงบ้านและชุมชน โรงพยาบาลตำบลมีหมออนามัยเป็นผู้อำนวยการ และผลที่เห็นได้ชัดเจนจากการพัฒนาสถานีอนามัยเป็นโรงพยาบาลตำบล คือ คนไข้นอกที่โรงพยาบาลหล่มสักลดลงชัดเจน เพราะสามารถจบการรักษาได้ที่โรงพยาบาลตำบลเป็นส่วนใหญ่ โรงพยาบาลตำบลสามารถทำงานส่งเสริมป้องกันได้มากขึ้น ประชาชนประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ฉะนั้น “วันนี้ !!! หากจะให้เกิดความเป็นธรรมด้านสุขภาพ จะต้องยอมรับความเปลี่ยนแปลงในระบบสุขภาพ”

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา